|
ยุคราชวงศ์ฉิน 秦 (221-206 B.C.) เป็นยุคแห่งการรวมชาติจีนหลังจากที่แตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า ในสมัย จ้านกั๊ว 战国 เมื่อรัฐฉินซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจ้านกั๊ว ได้รวบรวมก๊ก ต่าง ๆ สำเร็จก็สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์องค์แรกของแผ่นดินโดยเรียก ว่า “ฉินสื่อฮ๋วง”秦始皇 ในปี 221 ก่อนคริสต์กาล
กษัตริย์ได้ปฏิรูปการปกครองประเทศจีนอย่างขนานใหญ่ การรวมศูนย์ อำนาจโดยไม่คำนึงถึงรัฐที่ถูกปกครอง การใช้รูปแบบตัวหนังสือ ระบบ เงินตรา ระบบกฏหมาย ระเบียบงานในราชการ รวมถึงระบบปรัชญาแนว คิดเป็นไปในแบบเดียวกันหมด ฉะนั้นนักปราชญ์ที่แนวคิดตรงข้ามกันจึง ถูกจับไปลงโทษหรือถูกฆ่า ตำราของสำนักหยูหรือข่งจื่อถูกเผาทิ้ง
ในด้านการทหาร กษัตริย์ฉินสร้างแนวปกกันพวกป่าเถื่อนจากทางเหนือ โดยการสร้างกำแพงต่อเชื่อมกำแพงเดิมที่อยู่เดิม จากการก่อสร้างของ รัฐต่าง ๆ สมัยจ้านกั๊ว การก่อสร้างนี้ทำให้กลายเป็นกำแพงขนาดยาวนับ หมื่นลี้ จึงเรียกกำแพงนี้ว่า “กำแพงหมื่นลี้” 万里长城 การก่อสร้างกำ- แพงต้องใช้เงินทองและแรงงานมหาศาล ผู้คนล้มตายจำนวนมากขณะ ก่อสร้าง ความไม่พอใจจึงเกิดขึ้นทุกที่ ฉะนั้น ทันทีที่ฉินสื่อฮ๋องสิ้นลงใน ปี 210 ก่อนคริสต์กาล ผู้คนที่ไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ลุกขึ้นมาล้ม ล้างทันที รวมอายุของราชวงศ์ฉินแล้วไม่ถึง 20 ปี แต่อย่างไรก็ตาม รูป- แบบการปกครองก็ได้สืบทอดสู่ราชวงศ์สมัยต่อ ๆ มา
ยุคราชวงศ์ฮั่น 汉朝 (206 B.C.-A.D.9) หลังจากที่ผ่านสงครามกลางเมืองช่วงสั้น ๆ ราชวงศ์ฮั่นก็ได้สถาปนาขึ้น มาโดยมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่ฉางอัน 长安 ราชวงศ์ฮั่นส่วนใหญ่ยังคงรูป แบบการปกครองเดียวกับฉิน เพียงแต่บางส่วนได้ปรับให้เข้ากับสถาน การณ์อย่างในเรื่องการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ ก็มีการนำเอาระบบ ศักดินามาปรับใช้ในบางพื้นที่ แนวคิดของปรัชญาข่งจื่อถูกนำกลับมาใช้ อีกครั้ง นักปรัชญ์ต่าง ๆ ได้รับสถานะเป็นข้าราชการมีการกำหนดมาตร- ฐานในการสอบเพื่อเข้ารับราชการ ยุคนี้จึงเป็นยุครุ่งเรืองของวรรณกรรม ศิลปะกรรม และเป็นยุคที่เกิดนักประวัติศาสตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงมากที ่สุดคือ ซือหม่าเชียน 司马遣 จากผลงานบันทึกประวัติศาสตร์คือ“สื่อจี้” 史记 (Historical Records) ซึ่งเป็นการบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยราช วงศ์เซี่ยจนถึงราชวงศ์ฮั่นสมัยอู่ตี้ 武帝 (141-87 ปีก่อนคริสต์กาล) เทค โนโลยีที่ก้าวหน้ามากในสมัยนี้คือ เทคโนโลยีการผลิตกระดาษ และ เครื่องปั้นดินเผา
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่การปกครองของอาณาจักรฮั่น เป็น ชนเผ่าฮั่น จึงเรียกชาวจีนว่า “ชาวฮั่น” ในด้านของอาณาเขตมีการขยาย ไปทางตะวันตกจรดทาริม บาซิน หรือเขตปกครองตนเองซินเจียง-เออกุย ในปัจจุบัน การขยายอาณาจักรไปทางตะวันตกส่วนหนึ่งเพื่อความปลอด ภัยในการเดินทางของกองคาราวาน เพื่อการค้าในเส้นทางสายไหม ใน ทางใต้นั้นขยายอาณาเขตไปถึงตอนเหนือของเวียตนาม ทางทิศตะวัน- ออกถึงเกาหลีเหนือ แต่การยึดครองดินแดนที่ไม่ใช้จีนนั้น ยอมไม่เป็น การปลอดภัยสำหรับในด้านการปกครอง ราชวงศ์ฮั่นจึงได้จัดระบบ “ราช บรรณการ” 朝贡 คือยังคงปล่อยในรัฐที่ไม่ใช้รัฐจีนยังคงปกครองต่อไป แต่ต้องส่งสิ่งของไปให้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับการปกครอง ของราชวงศ์ฮั่น
ราชวงศ์ฮั่นดำเนินมาได้ 200 ปี ประวัติศาสตร์ก็สะดุดไปช่วงสั้น ๆ ในช่วง ปี ค.ศ. 9-24 ซึ่งถูกหวางหม่าน 王莽 หลานของฮองเฮาในอู่ตี้แย่งชิง อำนาจ หลังจากนั้นประวัติศาสตร์ดำเนินไปอีก 200 ปี ราชวงศ์ฮั่นก็ถึง กาลล่มสลายอันเนื่องจากปัญหาสะสมในด้านการเงิน ปัญหาการปก- ครองหัวเมือง รวมถึงปัญหาด้านฉ้อราษฏร์บังหลวง
ยุคแห่งความขัดแย้ง หลังการล่มสลายของฮั่น ประเทศจีนก็เข้าสู่ยุคแห่งการแตกแยกนานถึง สี่ศรรตวรรษ สงครามกลางเมืองเริ่มต้นในยุคของซานกั๊ว (สามก๊ก) 三国 ถึงแม้จะสามารถรวมแผ่นดินได้ในช่วงสั้น ๆ ของยุคจิ้น晋 (ค.ศ. 265-420) แต่สุดท้าย จิ้นก็ถูกพวกเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนโค่นลงในปี ค.ศ. 317 และได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองลั่วหยางไปสู่หนานจิง 南京
ในช่วงเวลาของฮั่น พระพุทธศาสนาได้เริ่มเผยแพร่สู่ประเทศจีนทั้งทางเหนือและทางใต้
สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือ การผลิตดินปืน(ใช้ในดอกไม้ไฟ) รถลากหรือรถเทียมเกวียน ขณะเดียวกันวิทยาการด้านการแพทย์ ดาราศาสตร์ และการทำแผนที่ก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก
|