|
การเรียนภาษาจีนมีมาอยู่คู่กับชุมชนชาวจีนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่ ไม่มีความต่อเนื่อง บางช่วงก็สอนกันอย่างสง่าผ่าเผย บางช่วงเทบจะต้อง สอนกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตามแต่สถานะการณ์ทางการเมือง จึงทำให้- ลูกหลานคนจีนในประเทศไทยเป็นจีนแต่เพียงหน้าตา “ตี๋-หมวย” เท่านั้น
แต่ปัจจุบันนี้ กระแสจีนเริ่มก่อกระแสแรงไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่แรงไปทั่วโลก โรงเรียนสอนภาษาจีนจึังอาศัยเกาะตามกระแสเปิด ขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าหากแต่ละโรงเรียนที่เปิดขึ้นมา รักษาคุณภาพในการเรียนการสอน จริง ๆ ก่อนที่จะถึงวันนี้ กระทรวงศึก- ษาธิการเองก็เคยกำหนดหลักสูตรภาษาจีน เป็นวิชาเลือกในระดับมัธยม และอาชีวะกันก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เนื่องจากผู้สอนไม่ใช่ผู้ที่เรียนภาษาจีน มาอย่างแตกฉาน เป็นเพียงแต่ “เคยเรียนมาบ้าง” เสียงส่วนใหญ่ อีกทั้ง สำเนียงที่สอนก็ไม่เป็นสากล เนื่องจากสอนออกเสียงตามภาษาแต้จิ๋ว ส่วนผู้เรียนก็มุ่งเรียนเพื่อให้ครบหน่วยกิตเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้ ประโยชน์อะไรได้เลย ถือเป็นการสูญเปล่าอย่างสิ้นเชิง
การเรียนภาษาจีนอาจเป็นเรื่องที่ยากสำหรับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสำ- หรับคนที่เรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่สอง เนื่องจากภาษาจีนเป็นคำโดด ไม่ ใช่เกิดจากการผสมต้ัวพยัญชนะและสระอย่างภาษาอังกฤษ หรือภาษา- ไทย เฉพาะตัวอักษรที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันก็มีถึงหลายพันตัว แล้ว อีกอย่างการจะอ่านภาษาจีนได้ก็ต้องศึกษาวิธีการสะกดเทียบเสียง ในอดีตเราจะใช้ตัวจู้ยิน 注音 หรือคนที่เคยเรียนจีนมาบ้างอาจเรียก เปอ เพอ เมอ เฟอ ซึ่งต้องเสียเวลาเรียนเป็นสัปดาห์กว่าจะเรียนตัวอักษรจีน จริง ๆ ได้ แต่ปัจจุบันนี้ รัฐบาลจีนซึ่งคงตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึังได้ปฏิ รูประบบการศึกษาภาษาจีนใหม่เพื่อให้ง่ายขึ้น อย่างน้อยผลจากการปฏิ รูปที่เป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดก็มีสองประเด็นคือ 1. การเปลี่ยนระบบการสะกดคำและเทียบเสียงจากจู้ยิน 注音 เป็น แบบพิงยิน 拼音 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากตัวสัญลักษณ์จุ้ยินเป็นการใช้ตัว พยัญชนะและตัวสระภาษาอังกฤษแทน เนืื่องจากภาษาอังกฤษมีการ เรียนในทุกประเทศอยู่แล้ว 2. เปลี่ยนรูปตัวอักษรภาษาจีนให้เขียนง่ายขึ้น เช่นจากเดิมการเขียน หนึ่งตัวอักษรอาจต้องเขียนถึงสิบกว่าขีด ก็ลดลงมาเหลือ 6-7 ขีดเป็นต้น ตัวอย่างเช่นจาก 国际 กั๊วจี้ก็เปลี่ยนรูปเป็น 国际
แต่การสะกดและเทียบเสียง ระจะต้องระมัดระวังที่จะจำปะปนกับวิธีที่เรา เคยชินอยู่แล้ว เช่น ตัว “Z” ปรกติเราจะเคยชินออกเสียงเป็น ซ “Q” ปรกติเราจะเคยชินออกเสียงเป็น ค หรือ คว ส่วน “E” เป็นสระ-อี หรือ สระ-เอ ในมาตรฐานในการเทียบเสียงของจีนตัว Z เป็น จ ตัว Q ออก เสียงเป็น ช ส่วน E ออกเสียงเป็นสระ-เออ ดังตัวอย่างเช่น เหมาเจ๋อตง เรามักออกเสียงเป็น เมาเซตง ตามภาษาอังกฤษ ซึ่งเขียนตามวิธีการ เทียบเสียงแบบพิงยิน คือ mao-ze-dong หรือ qin ออกเสียง ชิง เป็นต้น
ทางคณะผู้จัดทำ www.thaichinese.net จึงอยากให้ท่านผู้เยี่ยมชม สามารถเข้ามาศึกษาภาษาจีนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คือเราจะจัด การเชื่อมโยงสู่แหล่งที่ให้การเรียนรู้ภาษาจีนออนไลน์ เพียงแต่ท่านที่ ต้องการศึกษาอาจต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษบ้าง เนื่องจากการอธิบาย ทั้งหมดจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ จนกว่าเมื่อเรามีความพร้อมมากกว่า นี้ (ซึ่งแน่นอนก็ต้องได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากท่านผู้เยี่ยมชม ทั้งหลาย) เราจะจัดทำขึ้นมาเองเป็นภาษาไทยเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
ขอเชิญเข้าสู่ห้องเรียนภาษาจีนออนไลน์....
|