เหมิงเถียน (蒙恬) – แม่ทัพและนักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลเหมิง

เหมิงเถียน (蒙恬)(ก่อนค.ศ.?-ก่อนค.ศ.210)เป็นชาวซานตง (山东) เกิดในครอบครัวทหาร คุณปู่ของเหมิงเถียนคือ เหมิงอ๋าว (蒙骜) เป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของแคว้นฉินในสมัยจ้านกั๋ว (战国) เคยนำทหารไปบุกยึดแคว้นหาน (韩国) แคว้นจ้าว (赵国) และยึดบางส่วนของแคว้นเว่ย (魏国) จึงสร้างความดีความชอบให้กับแคว้นฉินไม่น้อย ส่วนคุณพ่อคือ เหมิงอู่ (蒙武) เป็นรองแม่ทัพของแคว้นฉิน และร่วมกับแม่ทัพหวังเจี่ยน (王翦) เข้ายึดแคว้นฉู่ (楚国)จนแคว้นฉู่ต้องล่มสลายในที่สุด เหมิงเถียน (蒙恬) เป็นแม่ทัพผู้กล้าที่มีชื่อเสีงในสมัยแคว้นฉิน (秦国) ช่วยแคว้นฉินรวบรวมแคว้นต่าง ๆ หกแคว้นเข้าด้วยกัน จนทำให้ประเทศจีนเป็นปึกแผ่น ในขณะที่แคว้นฉินกำลังสู้รบเพื่อรวมแคว้นทั้งหกเข้าด้วยกันนั้น ชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือก็ถือโอกาสเข้ายึดครองแผ่นดินบริเวณแม่น้ำฮวงโห (ปัจจุบันคือบริเวณพื้นที่ของหนิงเซี่ย (宁夏) มองโกเลียใน)    

กิมย้ง (金庸)- จอมยุทธแห่งจอมยุทธ

แฟนๆกำลังภายในทั้งหลาย ถ้าใครไม่รู้จักบุรุษนาม “กิมย้ง” แล้ว ก็สมควรที่จะออกจากยุทธภพไปทันที เพราะทีวีซีรี่ส์ที่เข้ามาฉายในบ้านเราจำนวนไม่น้อยคือผลงานจากปลายปากกาของจอมยุทธแห่งบรรณาภพที่ชื่อกิมย้งนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ส์ระดับคลาสสิกอย่าง “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า” “มังกรหยก” หรือ “กระบี่เย้ยยุทธจักร” เป็นต้น กิมย้ง นามปากกาที่ออกเสียงตามสำเนียงจีนแต้จิ๋วซึ่งเป็นที่คุ้นหูในบ้านเรา แต่ในภาษาจีนกลางคือ “จินยง(金庸)” (ในนี้ผมขอใช้กิมย้งซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้นเคยแทน) มีชื่อจริงว่า “ชาเหลียงยง (查良鏞)” เกิดในเจ้อเจียงในปี 1924 ซึ่งเป็นยุคข้าวยากหมากแพงของจีน แต่ครอบครัวเขาเป็นครอบครัวปัญญาชน เขาจึงเป็นคนที่มีความคิดความอ่านเป็นตัวของตัวเองสูงและมีความสร้างสรรค์ทีดี

ความยิ่งใหญ่ของเหมาเจ๋อตง

เหมาเจ๋อตง นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ที่พลิกแผ่นดินจีนจากประเทศที่เป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชียบูรพา” กลายเป็นประเทศมหาอำนาจ ทั้งชีวิตเขาไม่เคยจับปืน และยิงปืนไม่เป็น การนำทัพของเขาก็อาศัยบุคลิกแห่งความเป็นผู้นำ ปากกาที่ใช้เขียนบทความ ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเขา ใครเห็นใครชม ต่างให้ความนับถือ ผู้นำลักษณะนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศหรือแม้แต่ในโลก

เข้าใจชีวิต

ฉันเป็นคนที่ 6978 ที่เข้าใจ มีเศรษฐีคนหนึ่งป่วยเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ไม่มีทางรักษาได้ เขารู้สึกเสียใจมากที่อีกไม่นานก็ต้องจากโลกนี้ไป ตอนหลังเขาได้พบกับหมอจีนชราที่มีชื่อท่านหนึ่ง หลังจากที่หมอได้แมะชีพจรของเศรษฐีแล้วบอกว่า “โรคนี้นอกจากวิธีการรักษาวิธีนี้แล้ว วิธีอื่นไม่มีทางรักษาให้หายได้ ไม่ว่าจะใช้ยาขนานใดก็ตาม ข้าฯจะมอบใบสั่งยาสามขนานให้ ขอให้เจ้าทำตาม เมื่อปฏิบัติตามใบสั่งหนึ่งแล้วถึงเปิดใบสั่งต่อไปจนครบ”  

เป่ยต้าฮวาง(北大荒)ปฏิเสธไม่เคยรับรู้กับการซื้อขายข้าวแบบ G to G ของรัฐบาลไทย

ข่าวที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กล่าวอ้างมาโดยตลอดว่า การซื้อขายข้าวตามนโยบายรับจำนำข้าวนั้น ได้มีการลงนามซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G กับรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นข่าวที่ชาวไทยแทบทุกสาขาอาชีพไม่มีใครเชื่อว่ามีจริง แต่สิ่งที่ผมสงสัยมาโดยตลอดคือ เหตุใดรัฐบาลจีนในฐานะที่ถูกพาดพิง และเสี่ยงต้องความเข้าใจผิดและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงไม่ออกมาแถลงท่าทีที่ชัดเจนว่ามีการซื้อขายระหว่างรัฐต่อรัฐจริงหรือไม่ เหมือนกับว่ากำลังวางตัวแบบแทงกั๊กเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่แอบหวังลึก ๆ อยู่ว่า ถ้าหากรัฐบาลยิ่งลักษณ์สามารถมีอำนาจอยู่ต่อไปอีกสมัยหนึ่ง โครงการไฟไฟความเร็วสูงก็ไม่พ้นที่จะต้องประเคนให้กับจีน เพราะคราวที่นายกรัฐบาลจีน หลี่เคอะเฉียมาเยือนนั้น ถึงกับสวมบทเป็น “เซลส์แมน” ด้วยตัวเองในการปาฐกถาที่รัฐสภาไทยและสมาคมหอการค้าไทยจีน

หมีแพนด้า – ฑูตสันติภาพ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บ้านเราเกิดกระแสการถกเถียงกันระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุการให้หลินปิงซึ่งถึงกำหนดที่จะต้องส่งกลับประเทศจีนตามข้อตกลง โดยทางรัฐบาลจีนได้อนุมัติให้หลินปิงสามารถอยู่ในประเทศไทยต่อ โดยประเด็นที่ถกเถียงนั้น ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้ยกเอาประเด็นค่าเช่าแพนด้าที่ทางการไทยต้องจ่ายให้กับประเทศจีนปีละหลายสิบล้านบาทโดยพูดทำนองว่า ทางการจีนเอาเปรียบ เพราะนอกจากต้องเลี้ยงดูหมีแพนด้าให้เขาแล้ว ยังต้องเสียค่าเช่ารายปีอีก สำหรับเหตุผลนี้ ถ้าหากประเทศชาติอยู่ในภาวะถังแตกก็รับฟังได้ แต่หากมองในภาวะปรกติแล้ว เงินจำนวนนี้ใช่ว่าเราจะ “ซื้อสิทธิ์” การเลี้ยงดูแพนด้าตามใจเราได้ เพราะถ้าหากไม่ใช่ประเทศที่จีนถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์จริง ๆ แล้วอย่าไปฝันเลย

บทเพลงสีแดง(红歌) – เพลงปฏิวัติ เพลงเพื่อชีวิต….เพื่อปากท้อง

ในช่วงหลายปีนี้ กระแสความนิยมศิลปะสีแดงเริ่มก่อความนิยมในประเทศจีนอย่างสูง เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตอนนี้ผมมีโอกาสเดินชมศูนย์จำหน่ายงานศิลปะเก่าแก่แห่งหนึ่งในเซินเจิ้นก็เห็นหลายร้านด้วยกันที่นำเอา”ศิลปะสีแดง” มาจำหน่าย คำว่า “สีแดง” ในที่นี้หมายถึงความเป็นคอมมิวนิสต์ ส่วนงาน”ศิลปะสีแดง”ที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม เช่น แผ่นภาพโปสเตอร์ ใบปลิว เหรียญติดอกรูปประธานเหมาเจ๋อตง ภาพเขียน เป็นต้น

หยาวซูหรง (姚苏蓉) ราชินีเพลงเจ้าน้ำตา

ชื่อเสียงเรียงนามของอดีตนักร้องสาว หยาวซูหรง (姚苏蓉) คนนี้ นักฟังเพลงรุ่นใหม่น่าจะมีคนรู้จักนับคนได้ ส่วนแฟนเพลงจีนรุ่นเก่าตั้งแต่ยุคที่เพลงจีนถือเป็น “สินค่าส่งออก” ของไต้หวันในยุคเดียวกับที่ชอร์บราเดอร์สกำลังรุ่งเรืองนั้นจะต้องรู้จัก แม้อาจไม่รู้จักตัวนักร้องก็คงคุ้นหูกับเพลงของเธอที่ร้องกันทุกตรอกทุกซอยและร้องได้ตั้งแต่เด็กอนุบาลยันผู้ใหญ่ นั่นคือเพลง “จินเทียนปู้หุยเจีย (今天不回家)” หรือ “วันนี้ไม่กลับบ้าน” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน หยาวซูหรง (姚苏蓉) ต้องถือว่าเป็นนักร้องเพลงจีนยุคแรก ๆ ที่เป็นที่รู้จักของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศต่าง ๆ นอกเหนือจากเกาะไต้หวัน และถือเป็นนักร้องรุ่นพี่ของไช่ฉิน เติ้งลี่จวินในยุคต่อมา เพราะในยุคทศวรรษที่ 60 นั้น รัฐบาลไต้หวันได้พยายามส่งเสริมให้นักร้องจีนออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งในยุคนั้น นักร้องที่มีชื่อของไต้หวันก็มี เซ่เหล่ย (谢雷) ไช่มีมี (蔡咪咪)และก็หยาวซูหรง (姚苏蓉) โดยเธอเริ่มเข้าสู่วงการจากการประกวดร้องเพลงของสถานีวิทยุเจิ้งเซิง (正声电台)ในปี 1966และได้รับรางวัลชนะเลิศ หลังจากนั้นก็ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากอาจารย์องชิงซี (翁清溪) หรือที่รู้จักในวงการบันเทิงคือ Tony ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อของไต้หวันและเป็นผู้ที่เคยแต่งเพลงให้กับเติ้งลี่จวิน อย่างเช่น “เยว่เลี่ยงไต้เปี่ยวหว่อตีซิน (The Moon Represents My Heart)”และ “เสี่ยวเฉิงเตอกู้ซื่อ (The Small town Story)”และนำพาเธอเข้าสู่วงการอย่างเต็มภาคภูมิด้วยการเซ็นสัญญากับไห่ซาน […]

เรือพิฆาตอิสึโม (Izumo) กับความท้าทายครั้งใหม่จากญี่ปุ่น

วันที่ 6 สิงหาคม ในขณะที่ชาวฮิโรชิมากำลังสวดมนต์เพื่อสันติภาพเนื่องในโอกาสที่ฮิโรชิมาถูกทิ้งระเบิดปรมาณูครบรอบ 68 ปีนั้น คณะของรัฐบาลชินโซะ อาเบะกลับกำลังอึกทึกทำพิธีปล่อยเรือพิฆาตลำใหม่ลงน้ำ ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้ตั้งชื่อว่า อิสึโม (Izumo) อันเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลอาเบะกำลังต้องการปลุกผีลัทธิทหารฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นอกจากการทำพิธีเปิดอย่างอึกทึกครึกโครม และที่สำคัญเลือกเอาวันที่ครบรอบ 68 ปีที่ฮิโรชิมาถูกทิ้งระเบิดแถมยังตั้งชื่อเรือลำนี้ว่าอิสึโม (Izumo) ซึ่งเป็นชื่อเรือที่เคยเข้าไปรุกรานและเข่นฆ่าประชาชนชาวจีนในช่วงทศวรรษที่ 1930 ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์จากความเคลื่อนไหวในแต่ละฝีก้าวดังกล่าวย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน    

ปัญหาการพิพาทหมู่เกาะเตี้ยวยวี๋ (钓鱼岛) ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น

หมู่เกาะเตี้ยวยวี๋ (Diao Yu – 钓鱼) หรือที่คนที่เราออกเสียงตามภาษาอังกฤษว่า เตี้ยวหยู ในขณะที่ญี่ปุ่นเรียกเพื่อความชอบธรรมในการอ้างเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองว่า หมู่เกาะเซนกากุ เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ทางด้านตะวันออกของทะเลจีนโดยมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือจีหลง (基隆港)ทางเหนือของเกาะไต้หวันของประเทศจีนประมาณ 190กม. และห่างจากเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นประมาณ 420 กม. เป็นหมู่เกาะที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะดังกล่าว (ขอยกเว้นไต้หวัน เพราะเป็นมณฑลหนึ่งของประเทศจีนจึงถือเป็นประเทศเดียวกัน) มาเป็นเวลานับร้อยปี และเกิดเป็นประเด็นที่ร้อยแรงมากที่สุดเมื่อสมัยนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ    

error: กรุณาเคารพทรัพย์สินทางปัญหาของผู้อื่น ต้องการข้อมูลกรุณาติดต่อ Admin ที่ thaichineseweb@yahoo.com