เพลงจีนออนไลน์-线上音乐

อาปิ่ง(阿炳)-ศิลปินเอ้อหูที่เกิดจากโคลนตม

อาปิ่ง-ศิลปินเอ้อหู 阿炳-二胡大师หากใครที่เป็นนักฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทคลาสสิก Instrument  หรือเพลงบรรเลงจีน ย่อมจะต้องรู้จากเพลง 二泉映月(The Moon Reflected in Er-Quan) ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงเอ้อหูที่ขึ้นสู่ทำเนียบเพลงคลาสสิกระดับสากลมาหลายทศวรรษแล้ว ความหมายของบทเพลงนี้ มีความหมายลึกซึ้งที่เกินกว่าจะบรรยายได้ถูกต้องตามเจตนาและอารมณ์ที่แท้จริงของอาปิ่ง – ศิลปินผู้ประพันธ์ที่อาภัพ แต่สำหรับผู้อำนวยเพลงชาวญี่ปุ่นระดับโลกอย่าง Seiji Ozawa แล้ว ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงเพลงบทนี้ เขาจะต้องคุกเข่าลง โดยเขากล่าวว่า “ผลงานอันยิ่งใหญ่นี้ สมควรที่จะคุกเข่าฟัง”
แฟนเพลงที่พอรู้ประวัติของผู้แต่งบ้าง อาจรู้เพียงคล่าวๆ ว่า เพลงนี้เป็นผลงานประพันธ์ของศิลปินตาบอด นามว่า “อาปิ่ง” แต่ผมไม่มั่นใจว่า จะมีสักกี่คนที่ทราบถึงเบื้องหลังชีวิตของอาปิ่ง ที่รันทด ลำบาก ตกต่ำเสียงยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าใดๆ หากจะว่ากันโดยไม่อ้อมค้อม ใช้คำที่สวยหรูจนเกินจริงแล้ว อาปิ่งก็คือ “ขอทาน” คนหนึ่ง การกล่าวเช่นนี้ หลายคนอาจแย้งว่า ขอทานจะสร้างสรรค์ผลงานที่เทียบเท่าระดับคีตกวีของโลกอย่าง Beethoven นั่นออกจะเหลือเชื่อ
ไม่ต้องดูไกล ดูแค่ชื่อก็บ่งบอกถึงชาติตระกูลแล้ว อาปิ่ง ชื่อที่ชาวบ้านๆ ที่เรียกกันในตลาด แม้แต่ชื่อแซ่ที่แท้จริงก็มีน้อยคนที่รู้จัก ความจริงเขามีชื่อสกุลจริงว่า หัวเหยียนจวิน (华彦钧 Hua Yanjun) เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1893 โดยมีคุณพ่อหัวชิงเหอ (华擎和) และมีฉายาว่า 雪梅 หรือ บ็วยหิมะ ซึ่งเป็นนักบวชในลัทธิเต๋าที่วัดเหลยจูนเตี้ยน (雷迅殿) ใน

เมื่อหูซี (无锡เมืองที่มีความหมายว่า “ไม่มีแร่ดีบุก” ซึ่งก็มีที่มาที่ไปของชื่อครับ) เอาละสิ เป็นนักบวชแล้วมีลูกได้ไง ตอนที่อยู่วัดนั้น พ่อของอาปิ่งเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านดนตรีจีนหลายอย่าง และมีฉายาว่า “มือเหล็กผีผา” ช่วงนั้นแม่ของอาปิ่ง ซึ่งเป็นแม่หม้ายหลังจากที่แต่งงานกับสกุลฉินได้ไม่นาน ได้ไปเฝ้าชื่นชมเสียงผีผาของนักบวช ทุกวันๆ พอนานวันเข้า จากเสียงผีผาก็กลายเป็นเสียงประสานของหัวใจทั้งสอง เลยเกิดอาปิ่งออกมาข้างๆวัดนั่นเอง เมื่อทางตระกูลหัวรู้เข้า ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอับอาย เป็นกาลากินี จึงบีบบังคับให้แม่ของอาปิ่งต้องปลิดชีวิตตัวเอง ส่วนอาปิ่งนั้น คุณพ่อเขาได้ส่งกลับไปฝากเลี้ยงที่บ้านเกิดในเมืองหูซี พร้อมกับรับการศึกษาในระดับพื้นฐานจากโรงเรียนเอกชน
อาปิ่ง เมื่ออาปิ่งอายุได้ 8 ขวบ คุณพ่อก็รับอาปิ่งกลับมาที่วัดเป็นนักบวชน้อย เรียนรู้การเล่นดนตรีจากพ่อ อาปิ่งดูเหมือนจะได้รับสายเลือดศิลปินจากคุณพอ จึงสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อของอาปิ่งก็มีวิธีการสอนที่แปลกพิสดาร อย่างเช่น ตอนสอนให้อาปิ่งเป่าขลุ่ย ก็จะให้นำเอาห่วงเหล็กคล้องไว้ที่ปลายขลุ่ย พอนานเข้า ก็ใช้ลูกตุ้มเหล็กถ่วง ส่วนการสอนเอ้อหูนั้น สายที่ใช้ก็จะหยาบแข็งกว่าสายเอ้อหูทั่วไป จนการฝึกของอาปิ่งถึงกับทำให้นิ้วบวมเป่ง และบนสายเอ้อหูต้องทาด้วยเลือดสดๆจากนิ้วมือ ด้วยความสามารถในด้านดนตรี ประกอบกับเสียงร้องที่ไพเราะ และหน้าตาที่เท่สง่า จนได้รับฉายาจากชาวบ้านว่า “นักบวชน้อยแห่งสวรรค์”
แม้ว่าอาปิ่งจะเกิดและเติบโตในครอบครัวนักบวช แต่ “ศีลธรรม” ไม่อาจที่จะแหวกประตูแห่งความใฝ่ต่ำทางจิตใจของเขาได้เลย ในปี 1914 คุณพ่อได้เสียชีวิตลง เขาและญาติผู้พี่ต้องรับภาระดูแลวัดแทน แต่เขาไม่ใช่นักบวชที่ดี เขาไม่ชอบสวดมนต์ ไม่ทำพิธีแผ่บุญชาวบ้าน หากแต่เขากลับเป็นคนที่เจ้าชู้สำส่อนซึ่งคงจะไม่ผิด ถ้าจะกล่าวว่า นี่ก็ได้รับสายเลือดจากพ่อเช่นกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันระหว่างพ่อกับลูกก็คือ พ่อของอาปิ่งใช้เสียงดนตรีมาก่อให้เกิดความรัก ส่วนอาปิ่งใช้ความสามารถในการทำลายเพื่อให้ได้ทุกอย่างจากผู้หญิงอาชีพโสเภณี จนเขาได้ทุกอย่างจากพวกเธอ ซึ่งแน่นอนว่า รวมทั้งเชื้อซิฟิลิสด้วย นี่เป็นสาเหตุที่เขาต้องตาบอดทั้งสองข้าง และเสียชีวิตในที่สุด ขณะเดียวกัน เขายังติดยาสูบฝิ่นด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับนักบวช สุดท้ายวัดที่เขาดูแลก็ขาดเงินบริจาคจนอยู่ไม่ได้
gangsi_luyindai (ภาพทางซ้ายคือเทปมาสเตอร์ต้นฉบับที่บันทึกครั้งแรก)

น่าแปลกใจตรงที่ อาปิ่งกลับมีแต่คนยกย่องสรรเสริญกับผลงานอันยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมา ไม่มีใครกล่าวถึงความไร้ศีลธรรมของเขา เพราะปรกติอย่าว่าแต่พระสงค์ไปเที่ยวซ่องโสเภณีเลย แค่มีอะไรกับสีกาเราก็ยอมรับไม่ได้แล้ว แต่กับอาปิ่งแล้วกลับตรงกันข้าม จึงเป็นการยากที่จะวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้คนทางสังคมต่อภาวะเช่นนี้ แต่หากจะวิเคราะห์แบบไม่เอาธรรมะมาเป็นที่ตั้งแล้ว การที่ผู้คนในสังคมพร้อมใจกันให้อภัยอาปิ่งอาจเนื่องมาจาก หนึ่ง อาปิ่งมีนิสัยหรือสันดานเจ้าชู้สูง เขาไม่เคยปิดบังถึงความใคร่ความกระหายของตนเอง เขาเปิดเผย และปลดปล่อยตัวเองอย่างสุดโด่งดั่งเช่นศิลปินผู้ไม่ยอมอยู่ภายในกรอบพันธนาการใดๆ สองคือ อาปิ่งมีผลงานที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนจึงถือว่าเป็นการชดเชยกับความไร้ศีลธรรมของเขาไป สามคือ อาปิ่งยากจนเกินไป มีฐานะทางสังคมที่ต่ำจนไม่มีต้นทุนใดๆ การที่ขอทานคนหนึ่งจะมีอะไรกับโสเภณีคงไม่มีใครในสังคมนำเอามาตรฐานทางศีลธรรม จริยธรรมมาวัดกันหรอก สี่คืออาปิ่งเป็นคนตรงเกินไป เขาไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น ถ้าหากเขาไม่อยากทำก็คือไม่ ยกตัวอย่างครั้งหนึ่ง นายพลใหญ่ในกองทัพก๊กมิ่งตั๋ง ต้องการจัดวันเกิดให้กับเมียน้อยคนที่สิบสาม โดยขอให้อาปิงมาเล่นดนตรีในงาน แต่อาปิ่งไม่ยอม นายพลเลยส่งคนไปทุบตีจนเลือดกลบปาก หลังจากที่เขาเช็ดเลือดตรงมุมปากเสร็จแล้ว ยืนยันคำเดิมว่า “ไม่”

QED Anniversary XT Speaker Cable
หลังจากที่ติดเชื้อซิฟิลิส จนตาบอดทั้งสองข้างเมืออายุ 34 ปี สถานการณ์บีบบังคับ เขาจึงต้องออกร่อนเร่ขายเสียงเพลงยังชีพ ในมือกำเอ้อหูตัวเก่าๆ ดวงตาปิดด้วยแว่นดำที่ขาแว่นหักเป็นข้างหนึ่ง ใช้ชีวติบนถนนในหูซีเพื่อแลกเศษสตางค์หรือหม่านโถวสักลูกสองลูก ผู้คนในสมัยนั้นจะมีใครคาดคิดว่า คนที่พวกเขาโยนเศษเหรียญหรือหม่านโถวให้นั้น คือศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของโลกในวันนี้
รวมผลงานอาปิ่ง (ภาพซ้ายมือ-แผ่นรวมผลงานของอาปิ่ง)    นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าประหลาดใจของวงการศิลปินในประเทศจีน จากศิลปินชาวบ้านเดินดินธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้คนเลย แม้กระทั่งวงศาคณาญาติของตนเอง ยามที่ยังไม่มีชื่อเสียงดูเหมือนแม้แต่พระเจ้าก็ลงโทษเขา แต่ยามที่จะดัง ก็ดังเป็นอมตะระดับโลก แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง ผลงานเพลงของเขาได้รับการบันทึกเพียงแค่หกเพลงเท่านั้นเอง เหมือนกับภูเขาน้ำแข็งที่เพิ่งจะโผล่เหนือน้ำให้เห็นเท่านั้น เขาก็ต้องอำลาโลกอันโหดร้ายใบนี้ไป
ในช่วงที่เขาเร่ร่อนขอทานนั้น ร่างกายเขาก็ทรุดโทรม อ่อนแอไปมากแล้ว เขาใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้อยู่เป็นเวลาสามปี ก็เหมือนกับสวรรค์มีตา ในปี 1940 อาจารย์หยางยินหลิว (Yang Yinliu) และอาจารย์ฉาวอันเหอ (Cao Anhe) จากสถาบันดนตรี Central Conservatory of Music ในกรุงปักกิ่ง ได้เดินทางมาหูซีเพื่อหาอาปิ่ง เพื่อทำการบันทึกเสียงผลงานของเขา หลังจากที่หาอาปิ่งเจอแล้ว ก็ให้เวลาเขาฝึกซ้อมอยู่สามวัน ก็ได้ทำการบันทึกเสียงผลงานทั้งหมดหกเพลง โดยแบ่งการบันทึกออกเป็นสองวันจึงแล้วเสร็จ
ผลงานระดับ audiophile-The Reflection of the moon in Er-Quan(ภาพซ้าย-ผลงานของอาปิ่งที่ผลิตในญี่ปุ่น ระดับออดิโอไฟล์)    ผลงานที่บันทึกทั้งหกเพลงคือ “The Moon Reflected in the Er-Quan” (พระจันทร์สะท้อนในสองทะเลสาป) , “Listening to the Pines” (ฟังเสียงสน) “Cold Spring Wind” (ลมหนาวแห่งฤดูใบไม้ผลิ)  โดยทั้งสามเพลงนี้เป็นเพลงที่บรรเลงด้วยเอ้อหู และอีกสามเพลงที่เหลือเป็นเพลงที่บรรเลงด้วยผีผา คือ “Dragon Boat” (เรือมังกร) “Great Waves Washing the Sand” (คลื่นยักษ์ซัดบนพื้นทราย) และ “Zhaojun Crosses the Border” (จาวจวินข้ามแดน อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหวังจาวจวิน หนึ่งในสี่สาวงามอมตะของจีนโบราณได้จากบทความเก่าเรื่อง “สี่สาวงามอมตะฯ” ใน The Wave หรือที่เว็บไซต์http://www.songs.thaichinese.net/index.html) การแสดงฝีมือครั้งนี้ของอาปิ่งเสมือนกับจอมยุทธ์ออกหมัด แต่ละหมัดที่ออกนั้นหนักหน่วง และตรงเข้าเป้าจุดสำคัญที่สุดของผู้ฟัง ในขณะนั้น ใกล้ถึงวาระสุดท้ายของอาปิ่งแล้ว หลังจากที่บันทึกได้เพียงหกเพลง ร่างกายเขาก็ไม่ไหวแล้ว แต่เขาก็ทำอย่างตั้งใจ และยังใจดีสู้เสือ โดยกล่าวกับอาจารย์ทั้งสองท่านว่า เขายังมีบทเพลงอีกเป็นร้อยที่จะบรรเลงให้ท่านทั้งสองบันทึก แต่ต้องรอให้ร่างกายเขาแข็งแรงกว่านี้อีกหน่อย ค่อยกลับมาบันทึกใหม่ก็แล้วกัน แต่ทว่า หลังจากนั้นอีกเพียงครึ่งปี เขาก็เสียชีวิตในวันที่ 4 ธันวาคม 1950 อันเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของวงการศิลปินจีน และของโลก
ผลงานอาปิ่งชุดแรก (ภาพซ้าย-ผลงานชุดที่รวมเพลงต้นฉบับที่ได้บันทึกเสียงครั้งแรกตอนยังมีชีวิตอยู่ในระบบเสียงโมโน)

บทเพลง The Moon Reflected in the Er-Quan เป็นเพลงที่อาปิ่งแต่งขึ้นในช่วงที่เขาตกอับและตาบอดแล้ว โดยเขาได้ใช้ภูมิหลังที่ทะเลสาบที่บ้านเกิด หูซี เป็นตัวจุดประกาย เขาคงคิดถึงความสงบในยามค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มด้วย และภาพของพระจันทร์ที่เป็นเงาสะท้อนบนผิวหน้าในทะเลสาบดันสงบนิ่ง เหมือนกับชีวิตที่สงบสุข เยือกยัน แต่มันช่างแตกต่างจากชีวิตจริงของเขาในขณะนั้น การขึ้นต้นของเสียงเอ้อหูที่ลาก(กระชาก)ยาวและหนัก จึงเสมือนเสียงถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่แรงๆของคนที่กำลังอยู่ในภาวะที่ทุกข์ยาก ตลอดเพลงนั้น เสียงเอ้อหูที่เนิบๆเศร้าสร้อย หากใครฟังแล้วไม่ถูกเสียงเอ้อหูตรึงตราให้อยู่ในภวังค์ก็คงใจแข็งไปหน่อยแล้ว ส่วนคนที่จิตใจอ่อนไหวหน่อยอาจถึงน้ำตาไหลรินโดยไม่รู้ตัวก็ได้ มิเช่นนั้นแล้ว ผู้อำนวยเพลงชั้นแนวหน้าของโลก Seiji Ozawa คงไม่กล่าวว่า “ผลงานอันยิ่งใหญ่นี้ สมควรที่จะคุกเข่าฟัง” และที่สำคัญเพลงนี้ก็ได้ใช้เป็นเพลงในดาวเทียม “ฉางเอ๋อ” ที่ทางการจีนส่งไปสำรวจดวงจันทร์ด้วย
post-324660-1206842472(ภาพซ้าย-ผลงานที่น่าฟังอีกชุด)

หมายเหตุ เนื่องจากบทความฉบับนี้ไม่ได้แนะนำผลงานเพลงเหมือนฉบับก่อนๆ สำหรับผลงานเพลงของอาปิ่งนี้ ปัจจุบันมีศิลปินหลายท่าน และหลายค่ายที่นำมาบรรเลง ถ้าหากเป็นของค่ายเพลงทางตะวันตก อาจสังเกตชื่อเพลง “The Moon Refected in Er-Quan”  หรือ “The Moon Refected in Two Springs” ซึ่งอาจมีการนำมาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด สำหรับผมเอง อาจกล่าวได้ว่า ฟังมากเกือบ(ขอใช้คำว่าเกือบ เพราะไม่แน่ใจว่ามีมากกว่านี้แค่ไหน) ทุกเวอร์ชั่นแล้ว ตั้งแต่เวอร์ต้นฉบับที่ทางสถาบันดนตรี Central Conservatory of Musicบันทึกเสียงจากอาปิ่งโดยตรง ทั้งเวอร์ชั่นที่เล่นเป็นวงออเคสตร้า กูเจิง หูฉิน ฯลฯ และที่แปลกก็คือเวอร์ชั่นที่บรรเลงด้วยแซ็กโซโฟน ฟังดูก้แปลกและไพเราะไปอีกแบบ แต่อย่างไรเสีย ก็ยังคงติดยึดกับฉบับดั้งเดิมที่บรรเลงด้วยเอ้อหู เพราะรู้สึกมันสีได้บาดลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจเหลือเกิน ถึงขนาดสามารถกระชากวิญญาณออกมาได้

(บทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Wave Magazine ฉบับ No. 42 February 2009)

二泉映月 

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

光明行

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฟังเพลงเพิ่มเติมได้ที่นี่

การแสดงในบทเพลง 二泉映月 (The Moon Refected in Er-Quan) ของคณะนักดนตรีพื้นบ้านอู๋ซีที่ไพเราะมากๆ

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • Netscape
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. “คง” (空) ความว่างเปล่า-เพลงนิวเอจแฝงปรัชญาตะวันออก สำหรับผลงานเพลงบรรเลงนิวเอจชุดนี้ ได้วางตลาดมาประมาณ 3 ปีแล้ว และผมเองได้เขียนถึงผลงานชุดนี้ลงในนิตยสาร The Wave นิตยสารด้านเครื่องเสียงของบริษัท White...
  2. Alan-เพชรน้ำเอกที่เจียรนัยจากธุลีดิน สืบเนื่องมากจากภาพยนตร์มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของผู้กำกับมือทอง-จอห์น วู เรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ (Red Cliff) ซึ่งผมได้ชมทั้งสองภาค โดยภาคแรกดูจากแผ่นดีวีดี ส่วนภาคที่...
  3. อดีตดั่งสายลม (往事如风) เพลงหวานน่าฟัง ช่วงนี้นอกจากอากาศจากร้อนเป็นพิเศษ (ทั้งๆที่ตอนหน้าหนาวก็หนาวเป็นพิเศษในหลายๆพื้นที่) ส่วนในด้านสถานการณ์บ้านเมืองก็ร้อนเสียยิ่งกว่า ถึงแม้เราจะเลือกตั้งช่วงหน้าหนาว และจัดตั้งรัฐบาลเสร็จในช่วงที่อากาศยังเย็นสบาย สาเหตุที่ร้อนก็ไม่ได้มีใครไปเติมเชื้ออะไรหรอก หากแต่มันเป็นเพราะผู้นำของเราบริหารบ้านเมืองอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “Lip Service”...
  4. Reflection of Spring Flowers in the Moonlit Lake “สุดยอดกวีแห่งกวี สุดยอดเหนือความสุดยอด” แห่งบทเพลง ด้วยความที่หลงใหลเสียงเอ้อหูอย่างจับจิตจับใจ จนทำให้ผมเกือบจะพลาดโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตที่จะได้รับฟังผลงานเพลง-บทกวีอันยิ่งใหญ่ และไพเราะเพลงนี้ บทเพลงบรรเลงกู่เจิงที่ใครพลาดฟังแล้ว ย่อมไม่อาจถือได้ว่า เป็นนักฟังเพลงจีนโดยแท้ ต้องถือว่า ผมเองยังโชคดีที่ได้รับฟังเพลงนี้จากการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง ที่ไปเรียนกู่เจิงมา...
  5. ลูกจ๋า..รีบจับมือแม่ไว้ 孩子快抓紧妈妈的手 ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ ระดับ 8 ริกเตอร์ที่เมืองเวิ่นชวน (汶川) มลฑณเสฉวน หรือสื้อชวน (四川) นั้น...
  6. เหอซุ่นเถียน (何训田) จอมยุทธแห่งสังคีตภพ ศิลปินคุณภาพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมานานปี ที่ผมเคยตั้งใจจะเขียนถึงเขามาหลายครั้งตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว แต่มันก็มักจะมีอะไรทำให้ผมต้องหยิบเอาอย่างอื่นมาเขียนก่อนเสมอ จนถึงวันนี้ หลังจากที่ได้ฟังผลงานชุดล่าสุดของเขาในชื่อชุด “tathagata” เลยคิดว่า คงไม่เขียนถึงไม่ได้แล้ว ผมเคยเขียนแตะๆเหอซุ่นเถียนเมื่อหลายปีก่อน...
  7. ภาพสะท้อนจากอุตสาหกรรมเพลงจีน中国音乐界的反映 พวก เราหลายคนต่างมีคำถามคาใจกับปัญหาคุณภาพเพลงไทยที่ผลิตออกมาเหมือนจะดูถูกคน ฟัง ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฝีมือไม่ถึง หรือว่าเป็นเพราะรสนิยมส่วนตัว หรือว่าเป็นเพราะเอาใจตลาดซึ่งไม่ใช่หมู่นักฟังอย่างแฟนๆ The Wave ก็ไม่อาจทราบได้...
  8. ฉางจิ้ง(常静)-สุดยอดศิลปินกู่เจิงนีโอคลาสสิก พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่คงได้ชื่นชมกับพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการทรงกู่เจิง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนโบราณที่พระองค์ท่านสนพระทัยมานาน พระอาจารย์นักกู่เจิงชาวจีนที่อยู่เบื้องหลังนั้น พวกเราส่วนใหญ่อาจไม่รู้จัก ถ้าหากจะกล่าวว่า เธอผู้นั้นคือ...
  9. เอาชนะความชังด้วยรัก (爱把恨打败) ปกซีดีผลงานเพลงชุด Amazing Grace ของ Sally หรือ หลี่ซือหลิน (李思琳)ชุดนี้น่าเสียดายที่ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคุณภาพไม่เอาไหนถึงไม่นำมาขาย...

  1. 9 Responses to “อาปิ่ง(阿炳)-ศิลปินเอ้อหูที่เกิดจากโคลนตม”

  2. ฟังแล้วไพเราะ จับใจชอบมากอยากใด้เป็นชุดเลยขอบอก

    By nguang on Jun 8, 2009

  3. ผมฟังแล้วรู้สึกใม่อยากไปฟังไปฟังอะไรอีกเลยว่างเป็นฟัง มาเจอโดยบังเอิญ

    By nguang on Jun 10, 2009

  4. love

    By muucom on Sep 26, 2009

  5. ชอบมากครับ

    By muucom on Sep 26, 2009

  6. ขอบคุณมากครับ คุ้มค่ามากๆ ทั้งบทความและบทเพลง

    By bearsaori on Oct 26, 2009

  7. ทำไมบทเพลงทุกบทเพลงช่างไพเราะจับใจอย่างนี้อะครับ ชอบมากเลย อยากฟังทั้งชุดเลยอ่ะครับ พอจะมีที่ไหนให้เข้าไปฟังได้บ้างครับ ตอบหน่อยนะครับ ชอบมาๆๆๆๆ

    By TomMy_LovE on Dec 16, 2009

  8. ช่างไพเราะจริง ๆ ชอบฟังเพลงแบบนี้มาก ๆ

    By 24890 on Jan 3, 2010

  9. ไพเราะมาก ๆ ชอบเพลงแบบนี้

    By 24890 on Jan 3, 2010

  10. ฟังแล้วรู้สึกสบายใจค่ะ บทเพลงของทานผู้นี้ เย็นดั่งสายน้ำ

    By เทพเมธา on Feb 15, 2010

Post a Comment

SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.