หอมแผ่นดินเกิด (祖国的香味)
Posted by admin on
March 5, 2010
โดยปรกติ ผมเองไม่มีโอกาสที่จะได้จากบ้านนานๆ ในชีวิตนี้อย่างมากก็แค่เดือนเดียว ส่วนคนที่ต้องจากบ้าน โดยเฉพาะแผ่นดินเกิดของตัวเองจะมีความรู้สึกอย่างไรนั้น ผมคงเข้าไม่ถึงความรู้สึก ยิ่งถ้าเป็นคนที่รู้แน่นอนว่า ชาตินี้อย่างไรเสียก็ไม่มีวันได้กลับบ้านเกิดแน่นอน จะยิ่งมีความรู้สึกเช่นไร เรื่องนี้น่าสนใจยิ่ง
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยประธานเหมาเจ๋อตงมีชัยเหนือพรรคกั๋วหมินด่างหรือก๊กมิ่งตั๋งของเจียงไคเชคนั้น เจียงรู้ถึงชะตากรรมของตัวเองหลังจากที่ฝ่ายกองทัพแดงได้ยึดดินแดนทางเหนืออย่างเบ็ดเสร็จ คงเหลือฐานที่มั่นทางใต้ที่ฝ่ายก๊กมิ่งตั๋งยังคงพยายามตั้งรับ ซึ่งก็ต้านทานได้ไม่นาน (ประเทศจีนประกาศก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
tags: ก๊กมิ่งตั๋ง, บ้านเกิด, เจียงไคเชค, เหมาเจ๋อตง, แผ่นดินเกิด, ไต้หวัน
10 Comments
ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณหรือหัวหน้ากลุ่มการเมือง (达赖 – 精神还是政治领袖?)
Posted by admin on
February 23, 2010
สำหรับดินแดนแห่งทิเบตนั้น คนไทยเรามีความรู้ในเชิงลึกน้อยมาก โดยเมื่อเราเอ่ยถึงทิเบต เรามักจะคิดถึงการเป็นดินแดนแห่งหลังคาโลก หรือในแง่ของศาสนาเรารู้สึกในแง่มุมของดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน หรือองค์ลามะ หรือคนที่เชื่อโชคลางก็อาจรู้จักหินสีทิเบตที่เกิดเป็นกระแสเมื่อไม่กี่ปีนี้
นอกจากแง่มุมดังกล่าวข้างต้นแล้ว สิ่งที่เรารับรู้มามักจะเป็นข่าวสารจากฟากฝั่งตะวันตก ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวสารในด้านกระเมือง คือปัญหาของชาวทิเบตในการเรียกร้องเอกราช และปัญหาสังคม (ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ตะวันตกมักจะนำมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลจีน) ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับข่าวสารจากตะวันตกเหล่านี้ คือภาพของทะไล ลามะ ที่ผู้คนนับถือกันว่าเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณของชาวทิเบต และความเคลื่อนไหวของทะไล ลามะทุกครั้งจะต้องก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ โดยพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลจีนเป็นสำคัญ ดังเช่นเมื่อปลายปีที่แล้วการไปเยือนเขตภัยพิบัติในเกาะไต้หวัน หรือเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ ทะไล ลามะเดินทางไปพบประธานาธิบดีโอบามา ของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ไปในฐานะผู้นำรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต แต่ไปในฐานะผู้นำศาสนาก็ตาม แต่เป้าหมายลึกๆคือ เป้าหมายด้านการเมือง เป็นการแสดงในเชิงสัญลักษณ์เพื่อยั่วยุรัฐบาลจีนว่า อย่างน้อยเขาก็สามารถเข้าพบและได้รับการต้อนรับจากผู้นำประเทศมหาอำนาจและประเทศอื่นๆในโลกได้
tags: ทะไล ลามะ, ทิเบต, ธิเบต, ผู้นำจิตวิญญาณ, 西藏, 达赖
No Comments
ประเทศจีนไม่มีชาวฮั่นสายเลือดบริสุทธิ์เหลือแล้ว (中国已没纯种汉人)
Posted by admin on
February 10, 2010
ชนชาติฮั่น ถือเป็นชนชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยเที่ยบเท่ากับร้อยละ 19 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ตามตัวเลขประมาณการนั้น ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน ชาวฮั่นมีสัดส่วนประชากรถึงกว่าร้อยละ 95 ของประชากร แต่ว่า คุณทราบหรือไม่ว่า แท้ที่จริงแล้วประเทศจีนไม่มีประชากรชาวฮั่น “สายเลือดบริสุทธิ์” หลงเหลืออยู่แล้ว
ทั้งนี้เป็นการแถลงของเซี่ยเสี่ยวตง (谢小东)รองคณะบดีคณ่ะชีวิวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยหลานโจว (兰州大学)โดยเขากล่าวว่า ความจริงประเทศจีนไม่มีชาวฮั่นสายเลือดบริสุทธิ์เหลืออยู่แล้ว แม้กระทั่วแนวคิดของชาวฮั่นก็ไม่หลงเหลือแล้ว จากการตรวจสอบ DNA ทั้งหมดนี้เป็นผลรายการการวิจัยการเปลี่ยนแปลงด้าน DNA ของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเมื่อเร็วๆนี้
เซี่ยเสี่ยวตง (谢小东)กล่าวว่า โดยทั่วไปถือว่าชาวฮั่นคือชาวตงง้วน หรือชาวจีนที่อาศัยอยู่ตรงที่ราบภาคกลาง (中原)โดยไม่ได้แบ่งแยกตามสายเลือด ในประวัติสาสตร์จีนนั้น ขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของที่
tags: DNA, จีนแคะ, ชาวฮั่น, ตงง้วน, สายเลือดบริสุทธิ์, ฮากกา, 客家, 汉族
No Comments
“จ้วง”กว่างซี ต้นกำเนิดตระกูลภาษาไทย? (广西“壮” – 泰语的发源地?)
Posted by admin on
January 14, 2010
“ทำไมต้องใส่ใจศึกษาชนชาติจ้วง?”
เป็นคำถาม คุณทองแถม นาถจำนง นักกวีไทย-จีน/แปล ผู้ศึกษาชนชาติจ้วง เปิดประเด็นต่อนักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป ในหัวข้อ “จ้วง ไทศึกษา พี่-น้องข้ามแผ่นดิน” แล้วชนชาติจ้วงเกี่ยวข้องอะไรกับคนไทย พลิกไปคำถามหาคำตอบ
ทองแถม กล่าวว่า “เราก็ต้องถามกลับว่า ท่านสนใจรากเหง้าของคนไทยหรือเปล่าล่ะ? สนใจประ วัติชนชาติไทยหรือเปล่าล่ะ? ถ้าสนใจก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องชนชาติจ้วง จะหาต้นกำเนิดของชาติไทยได้ที่ไหน? อัสสัม ยูนนาน ไม่ใช่คำตอบ แต่คำตอบอยู่ที่ กวางสี ต่างหากล่ะ”
tags: กว่างซี, ชาวจ้วง, ชาวไต, ชาวไท, ต้นกำหนดภาษาไทย, ภาษาไทย
No Comments
สุสานโจโฉ การค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ (曹操陵墓)
Posted by admin on
December 29, 2009
โจโฉ หรือฉาวชาว (曹操)หนึ่งในตัวละครสำคัญในพงศาวดารเรื่องสามก๊กอันลือลั่น และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวไทย ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพ นักการปกครอง นักการทหาร และกวีผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน (มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 155 – 220) หลายคนอาจมองโจโฉด้วยมุมมองในฐานะผู้นำที่โหดเหี้ยม เจ้าเล่ห์ แต่เขาก็เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้นำที่มากด้วยความสามารถ เฉลียวฉลาด ใช้คนเป็นและผูกใจคนเก่ง
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2552 สถาบันวิจัยโบราณคดีแห่งมณฑลเหอหนาน (河南省文物考古研究所) ได้แถลงถึงการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครึ่งยิ่งใหญ่ นั่นคือ การค้นพบสุสานของโจโฉที่หมู่บ้านซีกาวเสวีย์ (西高穴) ตำบลอานเฟิง (安丰) อำเภออานหยาง (安阳) มณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นสุสานที่นักโบราณคดีระบุว่าเป็นสุสานของโจโฉ เนื่องจากบริเวณสุสานมีการค้นพบป้ายหินเกาะสลักไว้ว่า “เว่ยอู่หวัง 魏武王” หรือเว่ยอู่อ๋อง อันเป็นพระนามของโจโฉ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเป็นสุสานที่ถูกโจรกรรมวัตถุโบราณเป็นประจำ จนถึงดือนธันวาคม 2008 จึงได้รับอนุมัติ่จากคณะกรรมการมรดกแห่งชาติให้สถาบันวิจัยโบราณคดีแห่งมณฑลเหอหนานทำการพิทักษ์และขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดี จนค้นพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ดังกล่าว
Read the rest of this entry »
tags: ประวัติศาสตร์จีน, สามก๊ก, สุสาน, โจโฉ, โบราณคดี, 三国, 曹操
No Comments
รากเหง้าลูกมังกร – ถิ่นกำเนิดตระกูลแซ่สำคัญ (中华姓氏发源地)
Posted by admin on
December 20, 2009
แม้ว่าคนจีนจะมีสกุลแซ่ของตนเองมาหลายพันปีแล้วก็ตาม และด้วยจำนวนของประชากรอันมหาศาล คนที่ใช้แซ่เดียวกันในแต่ละถิ่นจึงมีซ้ำกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยนิยายปรัมปรา แม้ว่าจะมีหลากหลายเวอร์ชั่น หลากหลายแนวคิด แต่มีข้อสรุปตรงกันขึ้น คนจีนทั้งหลายมีรากเหง้ามาจากจุดเดียวกัน ดังนั้น หากว่ากันตามแนวคิดนี้ จึงพอสรุปได้ว่า คนจีนในทุกวันนี้ ก็คือพี่สองที่มีต้นตระกูลเดียวกันนั้นเอง
วันชาติจีน-พิธีสวนสนามฉลองก่อตั้งประเทศครบ 60 ปีสุดอลังการ (国庆60周年大阅兵)
Posted by admin on
October 2, 2009
วันที่ 1 ตุลาคม 1949 หรือเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ประธานเหมาเจ๋อตงได้กล่าวกับประชาชนชาวจีนที่จตุรัสเทียนอันเหมิน 天安门 ณ จุดเดียวกับที่ประธานหูจิ่นทาว 胡锦涛 ที่ยืนอยู่วันนี้ โดยท่านประธานเหมาได้ประกาศว่า “中华人民共和国中央人民政府今天成立了!” (วันนี้รัฐบาลประชาชนกลางแห่งประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีนได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว) เสียงนั้นยังกึกก้องอยู่ในโศตประสาทของชาวจีนทุกคนตราบจนทุกวันนี้
60 ปีผ่านมา ประเทศจีนจากประเทศที่อดอยากข้นแค้นเป็นประเทศประชาชนโดยส่วนใหญ่กินอิ่มอยู่สุข จากประเทศที่ยากจนจนกลายเป็นประเทศเจ้าหนี้ของอเมริกา จากประเทศที่ล้าหลังที่แม้แต่ผลิตเข็มสักเล่มก็ไม่เป็นกลายเป็นประเทศที่มีวิทยาการก้าวหน้าทัดเทียมประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้ว….
ชาวจีนและอั้งยี่ภูเก็ต (普吉华人与红字派)
Posted by admin on
July 4, 2009
ภูเก็ตเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์จนได้รับการขนานนามว่า เกาะเงิน เกาะทอง และเป็นที่หมายตาของพวกฝรั่งนักล่าอาณานิคมทั้งหลายที่พร้อมจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ทั้งใต้แผ่นดินและผืนน้ำแห่งนี้
สำหรับชาวจีนนั้นได้อพยพเข้ามาอยู่ภูเก็ตตั้งแต่ยังเป็นเกาะที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อเข้ามาแผ้วถางทำกิน ราวรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ภูเก็ตก็เริ่มมีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว ในปี พ.ศ. 2367 มีชาวจีนฮกเกี้ยนจำนวนมากได้อพยพมาตั้งรกรากบริเวณบ้านกระทู้เพื่อทำเหมืองแร่ และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปลายรัชกาลที่ 3 ซึ่งชาวจีนที่อพยพมาอยู่นั้นมีทั้งคนงานเหมืองแร่ ชาวสวนเกษตร แรงงานฝีมือตลอดจนพ่อค้า เป็นต้น ทำให้จำนวนคนจีนในบริเวณนี้มีมากกว่าคนพื้นเมืองในขณะนั้นเสียอีก นอกจากคนจีนฮกเกี้ยนแล้ว ยังมีคนจีนแต้จิ๋ว คนจีนแคะและคนจีนไหเหลำ จนถึงปี พ.ศ. 2398 ก่อนที่จะเกิดสนธิสัญญาบราวริ่ง ภูเก็ตคือเมืองที่สามารถเพิ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องเพิ่งพาการสนับสนุนจากส่วนกลาง
tags: ภูเก็ต, สมาคมอั้งยี่, อั้งยี่, โรงเรียนจีน, 普吉, 洪门
No Comments
ดร.ซุนยัดเซ็นกับการเคลื่อนไหวปฏิวัติในสยาม (孙中山在暹罗之革命活动)
Posted by admin on
April 30, 2009

孙中山
ดร.ซุนยัดเซ็น หรือ ซุนจงซัน (孙中山)ตามสำเนียงภาษาจีนกลาง (ต่อไปนี้จะขออนุญาตเรียกดร.ซุนจงซันแทนซุนยัดเซ็นที่คนไทยคุ้นเคย โดยคำว่ายัดเซ็น หรือมาจากภาษาจีนว่า ยี่เซียน逸仙) ในช่วงที่ท่านก่อการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิงนั้น ท่านต้องหนีออกนอกประเทศเป็นระยะเวลาหลายปี และในระหว่างนั้น ท่านก็ได้เดินทางไปประเทศต่างๆที่มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่ เพื่อเผยแพร่เจตนารมณ์แห่งการปฏิวัติ ในบรรดาประเทศทั้งหลายที่ท่านเดินทางเคลื่อนไหวการปฏิวัตินั้น หนึ่งในประเทศเหล่านั้น คือประเทศสยาม ซึ่งท่านได้มาเคลื่อนไหวในหมู่ชุมชนชาวจีนในบางกอกย่านเยาวราชเป็นเวลาสิบกว่าวัน
เนื่องจากไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และคนรุ่นเก่าๆก็ล้มหายตายจาก จึงทำให้วันเวลาที่เดินทางมาประเทศสยามมีการกล่าวกันหลายช่วงหลายเวลาที่ไม่ตรงกัน ซึ่งกล่าวกันว่า อยู่ในปีค.ศ. 1903 หรือ 1905 หรือ 1907 ปีใดปีหนึ่ง แต่จากหลักฐานข้อมูลในต่างประเทศนั้น ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดว่า ดร.ซุนจงซันมาประเทศสยามในวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 1908 โดยท่านเดินทางพร้อมกับสหายอีกหลายคน โดยเดินทางมาจากสิงคโปร์
สมาคมอั้งยี่ (洪门)- สมาคมลับอิทธิพลมืด?
Posted by admin on
April 19, 2009
คำว่าอั้งยี่สำหรับคนไทยนั้น ถือเป็นคำที่น่ากลัว น่าเกลียดน่าชัง เพราะว่าหากใครโดนข้อหา “มีการกระทำอันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร” (จะสังเกตว่า บ้านเรามักจะนำคำว่าอั้งยี่รวมกับซ่องโจร) ถือเป็นโทษร้ายแรงที่อาจถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิตกันเลยทีเดียว ทำไมคำว่าอั้งยี่จึงดูเลวร้ายและร้ายแรงถึงเพียงนั้น ผมเคยสงสัยและพยายามค้นหาคำตอบก็ไม่สามารถหาคำตอบที่กระจ่างชัดเจนได้ ได้แต่เดาว่า อั้งยี่นั้น อั้ง น่าจะมาจากภาษาแต่จิ๋วคำว่า “อั่ง” หรือ “แดง” แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า สมาคมลับที่ว่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะข้อมูลฝ่ายไทยที่สามารถสืบค้นมาได้ ก็เป็นเพียงข้อมูลที่เป็น “ผล” แล้ว และมักจะกล่าวเพียงว่า เป็นสมาคมลับของชาวจีนที่เดิมมีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อช่วยเหลือชาวจีนด้วยกัน แต่ตอนหลังไร้กฎระเบียบ มีการยกพวกฆ่ากันเอง มีการค้าของเถื่อน……





















