Archive for the ‘เกร็ดประวัติศาสตร์/华人历史’ Category

รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเหมิง (蒙 แซ่ม่ง หรือ แซ่โมง)

แซ่เหมิง แซ่มง 姓蒙ตระกูลเหมิง หรือในภาษาจีนกลาง 蒙 (méng) เป็นตระกูลแซ่ที่ต้องจัดว่าเล็กมาก ในประเทศจีนก็กระจุกอยู่ในบางมณฑล อย่างเช่น มณฑลกว่างซี (广西) หรือกวางสี ถือเป็นมณฑลที่ประชากรแซ่เหมิงหนาแน่นที่สุด ส่วนในประเทศไทยนั้น ก็จะมีอยู่ทางภาคใต้เสียส่วนใหญ่ และเลยลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคนแซ่เหมิงเหล่านี้ส่วนใหญ่ หรือจะบอกว่าทั้งหมดก็ว่าได้ อพยพมาจากมณฑลกว่างซีทั้งสิ้น และมีจำนวนมากเกี่ยวดองกันเป็นเครือญาติไม่ทางใต้ก็ทางหนึ่ง และคนแซ่เหมิงในเมืองไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนนามสกุลกันส่วนใหญ่ และเนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นเครือญาติกัน จึงใช้นามสกุลเหมือนกัน คือ มงคลสกุลฤทธิ์ และอาจมีบางสายที่แตกไปใช้นามสกุลอื่น ส่วนคนที่ยังคงใช้แซ่นั้น อาจสะกดแตกต่างกันไป เช่น แซ่ม่ง แซ่โมง แซ่มง แซ่หมง เป็นต้น

Read the rest of this entry »

Aftershock – พิบัติภัยกลางดวงใจ

Aftershockการเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงเมื่อสองปีที่ผ่านมาที่มณฑลเสฉวน เมืองเวิ่นชวน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2008 นั้น พอดีเป็นในวันเกิดเหตุผมอยู่ในคุนหมิงพอดี จึงถือว่าได้สัมผัสบรรยากาศอันน่าสลดโศกเศร้าเป็นเวลาร่วมสัปดาห์ หลังเกิดเหตุการณ์แล้ว เรื่องราวต่างๆ ทั้งสะเทือนใจต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งกับชีวิตและทรัพย์สิน และความประทับใจที่ได้เห็นผู้คนต่างประสานมือประสานใจเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยโดยไม่ได้นัดหมายและไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

ระดับความรุนแรงที่เวิ่นชวนนั้นอยู่ที่ระดับ 7.9 ริกเตอร์ แต่หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ 34 ปีที่แล้วที่เมืองถางซาน (唐山) มณฑลหูเป่ย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ปี 1976 รุ่งเช้าเวลาตีสาม 42 นาที 54 วินาที

Read the rest of this entry »

สายสัมพันธ์ไทย-จีนนับพันปี (中泰友好关系千年流)

มรว. คึกฤทธิ์พบเหมาเจ๋อตงปีนี้เป็นปีที่ 35 สำหรับการเจริญความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ที่อดีตนายกรัฐมนตรี มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมท ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับประเทศจีน แม้ว่าจะครบรอบ 35 ปี แต่ถ้านับอายุของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว ยังถือว่าเยาว์วัยมาก แต่ถ้าหากบอกว่า แท้จริงแล้วไทย-จีนมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาแล้วนับพันๆปี ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลก เพราะประเทศไทยและประวัติศาสตร์ไทยเพิ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งก็เพียงไม่กี่ร้อยปีเอง แล้วมันจะมีความสัมพันธ์นับพันปีได้อย่างไร
Read the rest of this entry »

รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเล้า (刘 แซ่เล่า หรือ แซ่หลิว)่

สัญลักษณะตระกูลหลิว

แซ่เล่า (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือแซ่หลิว (刘) ในภาษาจีนกลาง เป็นตระกูลแซ่อันดับ 4 ของจีน และหนึ่งในสิบตระกูลแซ่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และที่สำคัญในประวัติศาสตร์จีนนั้น ตระกูลหลิวเป็นตระกูลที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ (กษัตริย์) มากที่สุดแซ่หนึ่ง จนมีคำโบราณกล่าวกันว่า “刘天下,李半边” (หลิวครองแผ่นดิน หลี่ครึ่งแผ่นดิน) อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงจำนวนคนแซ่หลิวที่ได้กุมอำนาจแผ่น และจำนวนคนแซ่หลี่ที่มีมากทีสุดในแผ่นดิน

ในยุคราชวงศ์ฮั่นนั้น แซ่แยกเป็นอั่นตะวันออก และฮั่นตะวันตก โดยฮั่นตะวันตกหรือ ซีฮั่น (西汉 ระหว่างก่อนค.ศ. 202 ปี – ค.ศ. 9 ปี)นั้นสถาปนาโดยคนตระกูลหลิว คือ หลิวปัง (刘邦)และล่มสลายลงในยุคสามก๊กโดยฉาวชาว (曹操) หรือโจโฉ (แต่คนส่วนใหญ่จะถือว่าราชวงศ์ฮั่นยังคงอยู่โดยการสถาปนาจ๊กก๊ก (蜀国)ของเล่าปี หรือ หลิวเป้ย) ในยุคราชวงศ์หมิง คนตระกูลหลิวจำนวนมากเริ่มอพยพออกจากแผ่นดินใหญ่เข้าไปตั้งรกรากในไต้หวัน และภายหลังมีการอพยพไปสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอพยพออกจากมณฑลฝั่งทะเลทางใต้ของจีน คือ มณฑลกวางตุ้ง กับฝูเจี้ยน ปัจจุบันนี้ คนแซ่หลิวทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 60 กว่าล้านคน

Read the rest of this entry »

รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลจาง ( 张 แซ่เตีย หรือ แซ่จาง)

สัญลักษณะประจำตระกูลจางตระกูลจาง หรือ แซ่เตีย เป็นตระกูลใหญ่อันดับท็อป 3 ของโลก (ซึ่งตำแหน่งจะขึ้นลงตามการสำรวจประชากรในแต่ละช่วง) ในภาษาจีนกลางออกเสียง “จาง” หรือ Zhang อันเป็นตระกูลเก่าแก่คู่ประวัติศาสตร์จีน กล่าวคือ สืบต้นตระกูลมาจากประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณสมัยหวงตี้ (黄帝 ก่อน ค.ศ. 2697-ก่อน ค.ศ. 2599)หรือในภาษาแต้จิ๋วออกเสียงว่า “อึ้งตี่” หรือพูดง่ายๆคือ ตระกูลจางมีมาตั้งแต่ประมาณ  5000 ปีที่แล้ว

หากพิจารณาจากคำภาษาจีน 张จะประกอบด้วยคำจีนสองคำ คำด้านซ้ายคือ 弓 (กง) หมายถึงธนู ส่วนคำด้านขวาคือ 长 (ฉาง) หมายถึง ยาว จุดเด่น ซึ่งคำคำนี้คือที่มาของต้นตระกูลจาง กล่าวคือ ในยุคหวงตี้นั้น มีโอรสองค์โต (บางตำราก็ว่าเป็นโอรสองค์ที่ 5) ชื่อ ซ่าวฮ่าว 少昊 (shào hào)มีความฉลาดปราดเปรื่อง เมื่อได้เห็นดาวธนูบนท้องฟ้า จึงได้คิดค้นอาวุธชนิดใหม่ขึ้นมา หรือที่เรียกว่าธนูนั่นเอง เลยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางเชี่ยวชาญด้านธนูโดยมีตำแหน่งในภาษาจีนว่า “กงเจิ้ง弓正” หรือบางครั้งก็เรียกว่า “กงจ่าง弓长” จึงได้รับพระราชทานแซ่เป็นแซ่จาง (张)เพื่อเป็นเกียรติด้านคุณงามความดีที่ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ธนู ดังนั้น จางฮุย (张挥)จึงถือเป็นบรรพบุรุษหรือต้นตระกูลของลุกหลานลูกมังกรตระกูลจางในทุกวันนี้

Read the rest of this entry »

หอมแผ่นดินเกิด (祖国的香味)

ทหารเก่าก๊กมิ่งตั๋งโดยปรกติ ผมเองไม่มีโอกาสที่จะได้จากบ้านนานๆ ในชีวิตนี้อย่างมากก็แค่เดือนเดียว ส่วนคนที่ต้องจากบ้าน โดยเฉพาะแผ่นดินเกิดของตัวเองจะมีความรู้สึกอย่างไรนั้น ผมคงเข้าไม่ถึงความรู้สึก ยิ่งถ้าเป็นคนที่รู้แน่นอนว่า ชาตินี้อย่างไรเสียก็ไม่มีวันได้กลับบ้านเกิดแน่นอน จะยิ่งมีความรู้สึกเช่นไร เรื่องนี้น่าสนใจยิ่ง

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยประธานเหมาเจ๋อตงมีชัยเหนือพรรคกั๋วหมินด่างหรือก๊กมิ่งตั๋งของเจียงไคเชคนั้น เจียงรู้ถึงชะตากรรมของตัวเองหลังจากที่ฝ่ายกองทัพแดงได้ยึดดินแดนทางเหนืออย่างเบ็ดเสร็จ คงเหลือฐานที่มั่นทางใต้ที่ฝ่ายก๊กมิ่งตั๋งยังคงพยายามตั้งรับ ซึ่งก็ต้านทานได้ไม่นาน (ประเทศจีนประกาศก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม

Read the rest of this entry »

ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณหรือหัวหน้ากลุ่มการเมือง (达赖 – 精神还是政治领袖?)

ทะไล ลามะสำหรับดินแดนแห่งทิเบตนั้น คนไทยเรามีความรู้ในเชิงลึกน้อยมาก โดยเมื่อเราเอ่ยถึงทิเบต เรามักจะคิดถึงการเป็นดินแดนแห่งหลังคาโลก หรือในแง่ของศาสนาเรารู้สึกในแง่มุมของดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน หรือองค์ลามะ หรือคนที่เชื่อโชคลางก็อาจรู้จักหินสีทิเบตที่เกิดเป็นกระแสเมื่อไม่กี่ปีนี้

นอกจากแง่มุมดังกล่าวข้างต้นแล้ว สิ่งที่เรารับรู้มามักจะเป็นข่าวสารจากฟากฝั่งตะวันตก ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวสารในด้านกระเมือง คือปัญหาของชาวทิเบตในการเรียกร้องเอกราช และปัญหาสังคม (ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ตะวันตกมักจะนำมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลจีน) ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับข่าวสารจากตะวันตกเหล่านี้ คือภาพของทะไล ลามะ ที่ผู้คนนับถือกันว่าเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณของชาวทิเบต และความเคลื่อนไหวของทะไล ลามะทุกครั้งจะต้องก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ โดยพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลจีนเป็นสำคัญ ดังเช่นเมื่อปลายปีที่แล้วการไปเยือนเขตภัยพิบัติในเกาะไต้หวัน หรือเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ ทะไล ลามะเดินทางไปพบประธานาธิบดีโอบามา ของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ไปในฐานะผู้นำรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต แต่ไปในฐานะผู้นำศาสนาก็ตาม แต่เป้าหมายลึกๆคือ เป้าหมายด้านการเมือง เป็นการแสดงในเชิงสัญลักษณ์เพื่อยั่วยุรัฐบาลจีนว่า อย่างน้อยเขาก็สามารถเข้าพบและได้รับการต้อนรับจากผู้นำประเทศมหาอำนาจและประเทศอื่นๆในโลกได้

Read the rest of this entry »

ประเทศจีนไม่มีชาวฮั่นสายเลือดบริสุทธิ์เหลือแล้ว (中国已没纯种汉人)

ที่ราบตงง้วนยุคชุนฉิว

ชนชาติฮั่น ถือเป็นชนชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยเที่ยบเท่ากับร้อยละ 19 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ตามตัวเลขประมาณการนั้น ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน ชาวฮั่นมีสัดส่วนประชากรถึงกว่าร้อยละ 95 ของประชากร แต่ว่า คุณทราบหรือไม่ว่า แท้ที่จริงแล้วประเทศจีนไม่มีประชากรชาวฮั่น “สายเลือดบริสุทธิ์” หลงเหลืออยู่แล้ว

ทั้งนี้เป็นการแถลงของเซี่ยเสี่ยวตง (谢小东)รองคณะบดีคณ่ะชีวิวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยหลานโจว (兰州大学)โดยเขากล่าวว่า ความจริงประเทศจีนไม่มีชาวฮั่นสายเลือดบริสุทธิ์เหลืออยู่แล้ว แม้กระทั่วแนวคิดของชาวฮั่นก็ไม่หลงเหลือแล้ว จากการตรวจสอบ DNA ทั้งหมดนี้เป็นผลรายการการวิจัยการเปลี่ยนแปลงด้าน DNA ของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเมื่อเร็วๆนี้
เซี่ยเสี่ยวตง (谢小东)กล่าวว่า โดยทั่วไปถือว่าชาวฮั่นคือชาวตงง้วน หรือชาวจีนที่อาศัยอยู่ตรงที่ราบภาคกลาง (中原)โดยไม่ได้แบ่งแยกตามสายเลือด ในประวัติสาสตร์จีนนั้น ขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของที่

Read the rest of this entry »

“จ้วง”กว่างซี ต้นกำเนิดตระกูลภาษาไทย? (广西“壮” – 泰语的发源地?)

“ทำไมต้องใส่ใจศึกษาชนชาติจ้วง?”

เป็นคำถาม  คุณทองแถม นาถจำนง นักกวีไทย-จีน/แปล ผู้ศึกษาชนชาติจ้วง เปิดประเด็นต่อนักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป ในหัวข้อ “จ้วง ไทศึกษา พี่-น้องข้ามแผ่นดิน” แล้วชนชาติจ้วงเกี่ยวข้องอะไรกับคนไทย พลิกไปคำถามหาคำตอบ

ทองแถม  กล่าวว่า “เราก็ต้องถามกลับว่า ท่านสนใจรากเหง้าของคนไทยหรือเปล่าล่ะ? สนใจประ วัติชนชาติไทยหรือเปล่าล่ะ? ถ้าสนใจก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องชนชาติจ้วง จะหาต้นกำเนิดของชาติไทยได้ที่ไหน? อัสสัม ยูนนาน ไม่ใช่คำตอบ แต่คำตอบอยู่ที่ กวางสี ต่างหากล่ะ”

Read the rest of this entry »

สุสานโจโฉ การค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ (曹操陵墓)

ทางลงสุสานโจโฉ

ทางลงสู่ด้านในสุสานโจโฉ

โจโฉ หรือฉาวชาว (曹操)หนึ่งในตัวละครสำคัญในพงศาวดารเรื่องสามก๊กอันลือลั่น และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวไทย ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพ นักการปกครอง นักการทหาร และกวีผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน (มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 155 – 220) หลายคนอาจมองโจโฉด้วยมุมมองในฐานะผู้นำที่โหดเหี้ยม เจ้าเล่ห์ แต่เขาก็เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้นำที่มากด้วยความสามารถ เฉลียวฉลาด ใช้คนเป็นและผูกใจคนเก่ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2552 สถาบันวิจัยโบราณคดีแห่งมณฑลเหอหนาน (河南省文物考古研究所) ได้แถลงถึงการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครึ่งยิ่งใหญ่ นั่นคือ การค้นพบสุสานของโจโฉที่หมู่บ้านซีกาวเสวีย์ (西高穴) ตำบลอานเฟิง (安丰) อำเภออานหยาง (安阳) มณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นสุสานที่นักโบราณคดีระบุว่าเป็นสุสานของโจโฉ เนื่องจากบริเวณสุสานมีการค้นพบป้ายหินเกาะสลักไว้ว่า “เว่ยอู่หวัง 魏武王” หรือเว่ยอู่อ๋อง อันเป็นพระนามของโจโฉ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเป็นสุสานที่ถูกโจรกรรมวัตถุโบราณเป็นประจำ จนถึงดือนธันวาคม 2008 จึงได้รับอนุมัติ่จากคณะกรรมการมรดกแห่งชาติให้สถาบันวิจัยโบราณคดีแห่งมณฑลเหอหนานทำการพิทักษ์และขุดค้นหลักฐานทางโบราณคดี จนค้นพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ดังกล่าว
Read the rest of this entry »

Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.