The Economist คาดอีก 10 ปีเศรษฐกิจจีนขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งแซงอเมริกา
Posted by admin on
December 25, 2010
หลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรีจีน เติ้งเสี่ยวผิงประกาศปฏิรูปและเปิดกว้างเศรษฐกิจจีนเมื่อสามสิบปีก่อน เศรษฐกิจจีนจากที่เคยล้าหลังก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตัวเลข GDP ก็พุ่งทะยานสู่สองหลักติดต่อกันหลายทศวรรษ แม้ในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2008 แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวไประยะสั้นๆ แต่ทางการจีนก็ปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มดีมานด์ภายในประเทศ จากที่ GDP ร่วงลงไปสู่ 6% ในช่วงวิกฤตก็กลับสู่ระดับ 8-9% เหมือนเดิมจนขึ้นแท่นเป็นเบอร์สองแทนญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆนี้ หลังจากที่แซงหน้าเบอร์สามอย่างเยอรมันเมื่อ 3 – 4 ปี และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2010 The Economist นิตยสารชั้นนำของอเมริกาออกมาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าอเมริกาขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า
ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2003 โกลด์แมน แซค (Goldman Sachs) เคยออกมาคาดการณ์ครั้งแรกว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ของโลก BRIC (BRIC nations หรือประเทศ Brazil, Russia, India และ China) ว่า จีนจะขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของเศรษฐกิจโลกแซงหน้าอเมริกาในปี 2041 แต่ขณะนี้ โกลด์แมน แซค ขอร่นระยะเวลาสั้นเข้าเป็นปี 2027 แทน หรือเร็วกว่าที่คาดการณ์ครั้งแรกถึง 14 ปี
ทางด้าน Conference Board ของอเมริกาได้คาดการณ์เมื่อเร็วๆนี้ว่า ตามสถิติการดัชนีกำลังซื้อ (purchasing-power-parity,PPP)ในปัจจุบัน จีนจะกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2012 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสินค้าจีนมีราคาถูก แต่ The Economist ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลนี้ โดยชี้ว่า จีนจะขึ้นแท่นเป็นเบอร์หนึ่งทางเศรษฐกิจของโลกได้ก็ต่อเมื่อ GDP ของจีนเมื่อประเมินค่าเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐแล้วเหนือว่าอเมริกา จึงถือว่าครองแชมป์อย่างแท้จริง
ในขณะที่ธนาคาร Standard Chartered คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าอเมริกาในปี 2020 ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นภาพสะท้อนจากวิกฤตเศรษฐกิจของอเมริกาที่ผ่านมา เนื่องจากจนถึงไตรมาส 3 ปี 2010 นี้ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของอเมริกายังคงอยู่ในอัตราที่ต่ำเช่นปลายปี 2007 ตอนเริ่มวิกฤต ในขณะที่อัตราการเติบโตของจีนอยู่ที่ 28%
The Economist จึงฟันธงว่า หากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศยังคงรักษาอยู่ในอัตราดังเช่นในปัจจุบัน คือ GDP จีนเติบโตในอัตรา 10.5% และอเมริกาในอัตรา 1.7% และเงื่อนไขด้านอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลง ภายในปี 2022 เศรษฐกิจจีนก็จะแซงหน้าอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย
นอกจากนั้น ในการคำนวณการเติบโต GDP ของทั้งสองประเทศนอกจากต้องใช้อัตราสกุลเงินดอลลาร์แล้ว ยังต้องดูด้านอัตราเงินเฟ้อระหว่างเงินหยวนกับเงินดอลลาร์ด้วย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของจีนเฉลี่ยอยู่ที่อัตรา 3.8% ส่วนของอเมริกาคือ 2.2% และตั้งแต่ปี 2005 ประเทศจีนได้เปลี่ยนมาตรการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นต้นมา อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลหยวนเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์จะเพิ่มค่าขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.2%
จากปัจจัยข้องต้น คือ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนกับสหรัฐยังคงอยู่ในอัตรา 7.75% ต่อ 2.5% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4% กับ 1.5% เงินหยวนเพิ่มค่า 3% ทุกปี The Economist ค่าว่า ประเทศจีนจะก้าวสู่เบอร์หนึ่งทางด้านเศรษฐกิจของโลกแทนอเมริกาในปี 2019 แต่ถ้าหากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีเฉลี่ยต่อปีลดลงเหลือ 5% และปัจจัยด้านอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลง จีนจะขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งได้ก็ต้องรอไปถึงปี 2022 โน่น
ไม่มีหัวข้อที่เกี่ยวข้อง





































