ภาพสะท้อนจากอุตสาหกรรมเพลงจีน中国音乐界的反映

พวก เราหลายคนต่างมีคำถามคาใจกับปัญหาคุณภาพเพลงไทยที่ผลิตออกมาเหมือนจะดูถูกคน ฟัง ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฝีมือไม่ถึง หรือว่าเป็นเพราะรสนิยมส่วนตัว หรือว่าเป็นเพราะเอาใจตลาดซึ่งไม่ใช่หมู่นักฟังอย่างแฟนๆ The Wave ก็ไม่อาจทราบได้ จนหลายๆคนเริ่มหยุดถามแล้ว พร้อมกับขออยู่ห่างๆหรือบางคนเลวร้ายถึงขั้นเลิกข้องแวะเลยก็มี

สำหรับ บทความชิ้นนี้ ผมไม่ขอกล่าวถึงเพลงไทย แต่จะมากับข้อสงสัยในใจของผู้เขียนเอง ที่เคยสงสัยมานานนมแล้วว่า เหตุใดนักร้องจีนแผ่นดินใหญ่จึงไม่มีคนไหนเป็นที่รู้จักหรือคลั่งไคล้ของ หมู่วัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นวัยโจ๋ไทย หรือที่ไหนๆ ทั้งๆที่จะว่าไปแล้ว ทั้งวัฒนธรรมและความใกล้ชิดของคนไทยกับคนจีนน่าจะมากกว่ากับคนญี่ปุ่นหรือ เกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กลับกลายเป็นว่า วัยรุ่นไทยกลับคลั่งไคล้นักร้องญี่ปุ่นและเกาหลีอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง (ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่อื่นๆแม้กระทั่งประเทศจีนก็ไม่แพ้กัน) ส่วนนักร้องจีนก็มีเพียงเจย์ โจ 周杰伦 (Jay Chou หรือ โจว เจี๋ยหลุน) นักร้องไต้หวันเพียงคนเดียวที่ติดทำเนียบวัยกริ๊ดเท่านั้น ส่วนนักร้องรุ่นใหญ่อย่างไช่ฉิน 蔡琴 (Cai Qin) คงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะถึงว่ามันคนละวัย คนละยุคไปแล้ว

ทำไม ประชากรจีนซึ่งมีมากที่สุดในโลกจึงหานักร้องดีๆไม่ได้สักคนเชียวหรือ และชาวจีนโพ้นทะเลที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า ที่ใดมีแผ่นดินติดทะเล ที่นั่นจะต้องมีคนจีนอาศัยอยู่ น่าจะเป็นฐานตลาดใหญ่มหาศาลที่รองรับนักร้องจีนได้ดีกว่าเกาหลีและญี่ปุ่น โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ซึ่งมีประชากรไม่ได้มากไปกว่าประชากรชาวไทยเลย กลับส่งอิทธิพลด้านวัฒนธรรมทางดนตรีเป็นที่ยอมรับได้อย่างกว้างขวาง เป็นเรื่องที่น่าคิดน่าศึกษาไม่น้อย

ส่วน นักร้องจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีผลงานวางจำหน่ายในบ้านเรานั้น เชื่อว่ามีน้อยคนมากที่จะจำชื่อนักร้องได้ ถึงจะจำได้ก็คงจำได้เฉพาะคนโปรดไม่กี่คน (ไม่รวมนักร้องรุ่นเก่าอย่างไช่ฉิน) เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะนักร้องหลายคนที่มีผลงานออกมาเพียงไม่กี่ชุดก็หายไป จากตลาด ส่วนนักร้องหน้าใหม่ก็หลั่งไหลเข้ามาสู่ตลาดไม่ขาดสาย

ส่วน นักร้องดังที่ติดตลาด ก็จะมีผลงานออกมาถี่ยิบ อย่างที่ผมเคยเขียนถึงจ้าวเผิง ที่ออกผลงานบางปีสองชุด และนักร้องหญิงที่ถือว่าเป็นดาวรุ่งในปัจจุบันอย่าง “ถงลี่” 童丽(Tong Li) ก็ออกมามากจนผมนับไม่ไหว เพราะเธอเล่นแบบไม่ยอมสังกัดค่ายไหน แต่ค่ายไหนจ่ายดีเธอรับหมด เรื่องนี้ผมเคยคุยกับเจ้าของค่ายเพลง “หาวเจี๋ย” ซึ่ง ก็ออกผลงานของถงลี่เหมือนกัน บอกว่า ก็ไม่รู้ทำไงได้ เพราะเธอกำลังฮ็อต ทุกค่ายก็ต้องการให้เธอมาออกผลงานในค่ายของตนเอง สุดท้ายก็นักร้องรวยเละอยู่คนเดียว

MV ่ของ Jay Zhou ในเพลง 夜曲

หากใครสังเกตดีๆ แผ่นซีดีที่พวกเราซื้อๆกันนั้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นผลงานจากค่ายเพลงในกว่างโจวแทบทั้งสิ้น อย่างที่ผมเคยกล่าวใน The Wave ใน สองเล่มที่แล้ว ค่าเพลงในกว่างโจวมีเป็นร้อยบริษัท ดูมันน่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่โต สร้างรายได้ได้ดี แต่เหตุไฉน นักร้องจีนไม่มีคนไหนที่ติดทำเนียบวัยกริ๊ดเลย และก็ไม่เคยมีนักร้องคนไหนที่เคยจัดทัวร์คอนเสิร์ตในไทย นอกจากที่มาแสดงในงานกุศลในวาระต่างๆ เท่านั้น

หลังจากที่ได้คลุกคลีกับเพื่อนฝูงที่เป็นนักแต่งเพลงในกว่างโจวมาระยะหนึ่ง ถึงค่อยๆคลายปมคำถามของผมออกไปทีละเปาะๆ และก็ทำให้ผมเริ่มมองเห็นภาพของอุตสาหกรรมเพลงในประเทศจีนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นอยู่ และสิ่งที่มันเป็นอยู่จริงๆก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น

ตลาด เพลงจีนที่เราเห็นๆกันอาจไม่ใช่ตลาดที่แท้จริงของเจ้าของค่ายเพลง เพราะตรงจุดนั้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของรายได้ที่แท้จริง อย่างตลาดเพลงวัยรุ่นในประเทศจีน นักร้องเขาแทบจะไม่สนใจเลยว่า ยอดขายแผ่นซีดีจะขายได้เท่าไร เพราะตรงนั้นไม่ใช่รายได้หลักที่สำคัญของพวกเขา พวกเขาอาจได้ค่าจ้างจากค่ายเพลงมาก้อนหนึ่งสำหรับผลงานหนึ่งชุด หลังจากนั้น ทางค่ายเพลงจะขายได้มากน้อยแค่ไหนไม่ใช่เรื่องของนักร้องอีกต่อไป ไม่มีคำว่า 30,000 แผ่นแรกได้รับส่วนแบ่งแผ่นละเท่าไร 50,000 หรือ 100,000 ได้เพิ่มอีกแผ่นละเท่าไร ซึ่งการจ่ายผลประโยชน์ลักษณะนี้ จะจ่ายให้กับผู้ประพันธ์เพลงในลักษณะเดียวกัน คุณไม่มีสิทธิ์เก็บค่าลิขสิทธิ์กินยาวเหมือนในบ้านเรา

สำหรับ ตลาดเพลงวัยรุ่นนั้น ปัญหาเช่นเดียวกับบ้านเรา คือผู้ฟังส่วนใหญ่ไม่เน้นคุณภาพ ไม่ต้องพูดถึงออดิโอไฟล์ แค่เอ็มพี3 ก็ดีโถมไปแล้ว ดังนั้นการแลกเปลี่ยน หรือให้บริการดาวโหลด หรือฟังเพลงออนไลน์จึงเป็นไปอย่างกว้างขวาง ทั้งๆที่ราคาค่าแผ่นก็ไม่ได้แพงอะไรนักหนา เนื่องจากต้นทุนการผลิตของค่ายเพลงก็ถูก นอกจากค่าแต่งเพลง ค่านักดนตรี ค่าอัดเสียง ค่านักร้องแล้ว ที่เหลือคือค่าการผลิตล้วนๆ ซึ่งถ้าหากใช้กล่องใส่อย่างที่บ้านเรานิยมใช้กัน ก็ตกแผ่นละประมาณ 3 – 4 หยวน แล้วขายส่งแผ่นละ 10 หยวน ขายปลีกแผ่นละ 12 – 15 หยวน แต่นักฟังเพลงวัยกริ๊ดนั้น ต่อให้ขายแผ่นละ 10 หยวนก็ไม่ซื้อ ขอดาวน์โหลดในเน็ตมันส์กว่าแยะ

เห็นอย่างนี้แล้ว อาจเกิดคำถามกว่า แล้วในกว่างโจวมีค่ายเพลงเป็น 100 บริษัทนั้น เขาขายใคร เรื่องของเรื่องก็คือ บริษัทเหล่านี้จะเน้นเพลงระดับออดิโอไฟล์เป็นหลัก ซึ่งต้นทุนการผลิตจะสูงกว่านิดหน่อย อย่างกล่องบรรจุจะใช้เป็นกล่องไม้อย่างดี ต้นทุนค่าแผ่นรวมกล่องอยู่ที่ประมาณ 6 -- 7 หยวน ถ้าหากทำกล่องใหญ่กว่านั้นแบบแผ่นเสียง และใช้แผ่นซีดีดำ (Black CD) ต้น ทุนอาจสูงขึ้นเป็น 9 – 10 หยวน แต่ราคาขายส่งจะแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับแผ่นตลาดวัยรุ่น คือขายส่งแผ่นละ 30 – 32 หยวน ราคาขายปลีกอยู่ที่ราคา 38 – 45 หยวน ดังนั้น แผ่นออดิโอไฟล์พวกนี้ ถ้าขายได้ 5,000 แผ่นก็คุ้นทุนแล้ว ส่วนที่ขายได้มากกว่านี้คือกำไรเนื้อๆแล้ว

กลับมาที่ตลาดนักร้องวัยรุ่นอีกที ทุกวันนี้ นักร้องที่มีชื่อเสียงสามารถทำรายได้สูงถึง 3 – 4 แสนหยวนต่อเดือน ฟังดูมันส่วนทางกับตัวเลขที่กล่าวข้างต้นอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะไม่ต้องสนใจยอดขาย ราคาขายก็กำไรน้อย ทัวร์คอนเสิร์ตก็ไม่มี แล้วเงินแสนมาจากไหน คือที่มาของมันเป็นอย่างนี้ครับ ทั้งนักร้องและศิลปินนักประพันธ์ทั้งหลาย เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงกรุงปักกิ่ง ไม่ได้เข้าไปเพื่อเปิดตลาดซีดีที่โน่นหรอกครับ หากแต่ไปเป็น “ศิลปินงานเลี้ยง” เนื่อง จากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีเขตการปกครองมากมายกว้างขวาง ดังนั้น การจัดงานเนื่องในโอกาสต่างๆจึงมีไม่ขาด ไม่ว่าจะเป็นการครบรอบปีการก่อตั้งพรรค การจัดงานประจำปีของมณฑล หรือการจัดการประจำปีการจัดตั้งองค์กรอะไรก็ตาม ทางรัฐบาลท้องถิ่นจะต้องจัดงาน โดยมีการจัดนักร้องมาร้องในงาน ซึ่งนักร้องคนหนึ่งจะขึ้นเวทีร้องเพลง 2 – 3 เพลง ได้เงินก้อนหนึ่งแล้ว หรืออย่างนักประพันธ์เพลง สมมติว่า ปรกติค่าเพลงจ่ายให้เพลงละ 5,000 หยวน แต่เดือนหนึ่งคุณจะได้ผลงานสักกี่ชุด แต่งานเลี้ยงมีเกือบทุกวัน แถมแต่ละเพลงที่แต่งขึ้นมาก็ได้เงินมากกว่า เช่นอาจได้ถึงเพลงละ 7,000 – 8,000 หยวน เพลงเหล่านี้เป็นเพลงเฉพาะกิจที่แต่งสำหรับเฉพาะงานนั้นๆ งานหนึ่งแต่งสักสามเพลง รับงานเดือนหนึ่งสัก 15 – 20 งาน แค่นี้เดือนหนึ่งก็หลายแสนหยวนแล้ว เมื่อเทียบเป็นเงินบาทก็เงินล้านแล้วนะครับ แถมเมื่อมีชื่อเสียง งานเข้ามามาก ก็ยังเลือกงานได้อีก ใครจ่ายหนักก็รับงานนั้น

MV ่ของ หลิวเต๋อหัว ในเพลง 再一次擁抱 (ขอกอดอีกสักครั้ง)

ด้วยระบบการจ่ายผลประโยชน์ และลักษณะตลาดของประเทศจีนเป็นเช่นนี้นี่เอง จึงทำให้อุตสาหกรรมเพลงของจีนไม่มีระบบการจัดการที่เป็นระบบ และเป็นเอกภาพ ก็แค่นักร้องที่ไม่ยอมสังกัดค่ายเพลง ก็ทำให้ค่ายเพลงต่างแย่งตัวให้ช่วยร้องออกผลงานในค่ายของตนสักชุด เพราะสำหรับตลาดออดิโอไฟล์แล้ว การขายได้เกิน 5,000 แผ่นสำหรับนักร้องชื่อโด่งดัง เป็นเรื่องที่แทบจะไม่ต้องกังวลอะไร

ส่วนเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ถามเพื่อนว่า ตำรวจไม่จับหรือ เขาบอกว่า แทบจะไม่มีใครอยากไปยุ่ง เพราะหากจับได้มีของกลางไม่กี่แผ่น เขาก็ให้เสียค่าปรับตามมูลค่าเสียหายที่มีหลักฐาน แต่ผู้แจ้งต้องเสียค่าทนาย ค่าใช้จ่ายศาล 2 – 3 หมื่นหยวน ต่อสู้ชนะคดี กลับได้ค่าชดเชยเพียงหลักร้อยหลักพันหยวน จึงกลายเป็นว่า ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างอยู่ ตราบเท่าที่ทุกคนยังมีช่องทางหาเงินได้ก็ชั่งมันเต๊อะ

เมื่อไม่มีระบบการจัดการที่เป็นเอกภาพอย่างเกาหลี ไต้หวัน หรือฮ่องกง ก็เลยกลายเป็นว่า นักร้องที่ดังในหมู่วัยรุ่นจีนกลับเป็นเจย์ โจ กับหลิว เต๋อหัว จากไต้หวันกับฮ่องกงเสียฉิบ นักร้องสองคนนี้ ผลงานแต่ละชุดสามารถจำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ถึงหลักแสนแผ่น และมีทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองใหญ่ต่างๆอันเป็นที่ต้อนรับของหมู่แฟนๆชาวจีน ส่วนนักร้องจีนแผ่นดินใหญ่เอง หากเป็นที่นิยมหน่อยอย่างวง S.H.E. วง Twin พวก นี้อาจมีทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศ แต่สำหรับต่างประเทศแล้ว คงยังห่างไกลความเป็นจริงอีกมาก นอกเสียจากว่าจะมีชาวต่างชาติคนไหน เข้าไปเป็นผู้จัดการระบบ และบริหารเอง ก็มีโอกาสได้ออกสู่โลกกว้างกับเขาบ้าง

ส่วนเหล่านักประพันธ์เพลง ถ้าไม่คำนึงถึงศิลปะมากนัก ก็เขาเป็น “ศิลปินงานเลี้ยง” ก็ สามารถทำงานได้ดี เพียงแต่คิดเสมอว่า ศิลปะมีไว้ขาย อยากได้งานแบบไหนขอให้บอก จะจัดให้ ส่วนคนที่คิดว่า ศิลปะก็คือศิลปะอาจอยู่ลำบากหน่อย เพราะเมื่อทำผลงานชดไหนเป็นที่ถูกใจของตลาด ทางค่ายเพลงเองก็จะขอร้องให้ทำผลงานชุดที่สอง ชุดที่สาม ในลักษณะชุดแรกออกมาอีก ซึ่งคนที่เป็นศิลปินจริงๆย่อมจะยอมรับไม่ได้ เพราะงานศิลปะไม่ใช่งานถ่ายสำเนาที่เห็นว่าขายได้ก็ปั๊มขาย

เห็นอย่างนี้แล้ว ศิลปินบ้านเรายังมีอะไรที่ดีกว่าศิลปินจีนหลายๆอย่าง แต่ค่ายเพลงเองกลับไม่มีใครคิดอยากจะแหวกออกจากทะเลสีเลือดสู่ทะเลสีคราม มัวแต่คิดว่า คนฟังต้องการคุณภาพเพียงแค่นี้ ก็หลับหูหลับตาทำ ขอให้หน้าตานักร้องขายได้ก็พอ พอเริ่มมีชื่อ ก็เล่นละครทีวี เอ…ดูๆไปก็ไม่ต่างจาก “นักร้องงานเลี้ยง” ในประเทศจีนสักเท่าไรนะ

หมายเหตุ: บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร The Wave Magazine ฉบับ No. 039 ประจำเดือน พฤศจิกายน 2551

MV ของวง S.H.E. ในเพลง 中国话 (ภาษาจีน)

MV ของวง S.H.E. ในเพลง Super Star

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. “คง” (空) ความว่างเปล่า-เพลงนิวเอจแฝงปรัชญาตะวันออก สำหรับผลงานเพลงบรรเลงนิวเอจชุดนี้ ได้วางตลาดมาประมาณ 3 ปีแล้ว และผมเองได้เขียนถึงผลงานชุดนี้ลงในนิตยสาร The Wave นิตยสารด้านเครื่องเสียงของบริษัท White Wave...
  2. Alan-เพชรน้ำเอกที่เจียรนัยจากธุลีดิน สืบเนื่องมากจากภาพยนตร์มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของผู้กำกับมือทอง-จอห์น วู เรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ (Red Cliff) ซึ่งผมได้ชมทั้งสองภาค โดยภาคแรกดูจากแผ่นดีวีดี ส่วนภาคที่ 2...
  3. ลูกจ๋า..รีบจับมือแม่ไว้ 孩子快抓紧妈妈的手 ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ ระดับ 8 ริกเตอร์ที่เมืองเวิ่นชวน (汶川) มลฑณเสฉวน หรือสื้อชวน (四川) นั้น พอดีผมกำลังเดินทางอยู่ในประเทศจีน...
  4. อาปิ่ง(阿炳)-ศิลปินเอ้อหูที่เกิดจากโคลนตม หากใครที่เป็นนักฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทคลาสสิก Instrument  หรือเพลงบรรเลงจีน ย่อมจะต้องรู้จากเพลง 二泉映月(The Moon Reflected in Er-Quan)...
  5. เหอซุ่นเถียน (何训田) จอมยุทธแห่งสังคีตภพ ศิลปินคุณภาพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมานานปี ที่ผมเคยตั้งใจจะเขียนถึงเขามาหลายครั้งตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว แต่มันก็มักจะมีอะไรทำให้ผมต้องหยิบเอาอย่างอื่นมาเขียนก่อนเสมอ จนถึงวันนี้ หลังจากที่ได้ฟังผลงานชุดล่าสุดของเขาในชื่อชุด “tathagata” เลยคิดว่า คงไม่เขียนถึงไม่ได้แล้ว ผมเคยเขียนแตะๆเหอซุ่นเถียนเมื่อหลายปีก่อน ในขณะที่เขียนถึงเรื่อง...
  6. สามสาว สามแผ่นดิน สามสไตล์ สำหรับนักฟังหูทองที่ชื่นชอบเสียงนักร้องสาวเอเชียเสียงนุ่มๆ ใสๆ (หรืออาจออกห้าวๆ) และที่สำคัญจะต้องมีระบบการบันทึกเสียงที่ดีนั้น ในส่วนของนักร้องเพลงจีน คงหาได้ไม่ยากนัก หรืออาจจะค่อนข้างมากจนจำชื่อกันไม่หวาดไม่ไหว แต่สำหรับนักร้องเอเชียที่ร้องเพลงสากล (ภาษาอังกฤษ) นั้น...
  7. ฉางจิ้ง(常静)-สุดยอดศิลปินกู่เจิงนีโอคลาสสิก พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่คงได้ชื่นชมกับพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการทรงกู่เจิง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนโบราณที่พระองค์ท่านสนพระทัยมานาน พระอาจารย์นักกู่เจิงชาวจีนที่อยู่เบื้องหลังนั้น พวกเราส่วนใหญ่อาจไม่รู้จัก ถ้าหากจะกล่าวว่า เธอผู้นั้นคือ “ฉางจิ้ง”...
  8. อดีตดั่งสายลม (往事如风) เพลงหวานน่าฟัง ช่วงนี้นอกจากอากาศจากร้อนเป็นพิเศษ (ทั้งๆที่ตอนหน้าหนาวก็หนาวเป็นพิเศษในหลายๆพื้นที่) ส่วนในด้านสถานการณ์บ้านเมืองก็ร้อนเสียยิ่งกว่า ถึงแม้เราจะเลือกตั้งช่วงหน้าหนาว และจัดตั้งรัฐบาลเสร็จในช่วงที่อากาศยังเย็นสบาย สาเหตุที่ร้อนก็ไม่ได้มีใครไปเติมเชื้ออะไรหรอก หากแต่มันเป็นเพราะผู้นำของเราบริหารบ้านเมืองอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “Lip Service” นั่นเอง...
  9. Tank นักร้องวัยรุ่นยอดนิยมปี 2007 สำหรับนักร้องจีนในบ้านเราอาจไม่เป็นที่รู้จักมากเท่ากับนักร้องจากแดนปลาดิบ และตอนหลังก็ถูกนักร้องแดนกิมจิแซงหน้า ส่วนนักร้องจีนที่พอรู้จัก (ที่ใช้ว่าพอรู้จัก เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเท่ากับนักร้องเกาหลี) ก็ล้วนแต่มาจากเกาะไต้หวันแทบทั้งสิ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก ที่วัฒนธรรมจีนก็แทรกซึมอยู่กับวิถีชีวิตคนไทยมานมนาน หรืออาจเป็นเพราะว่า อยู่กันมานมนาน...
  10. เติ้งลี่จวิน (邓丽君)– รำลึกการจากของราชินีเพลงตลอดกาล เติ้งลี่จวิน – ไม่ว่าเราจะเรียกเธอว่า ราชินีเพลงตลอดกาล นักร้องที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีน หรืออะไรก็ตาม สิ่งที่เรานึกถึงเติ้งลี่จวินคือ เสียงเพลงที่มีเสน่ห์ สนุก หวานซึ้ง...

Post a Comment

Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.