ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณหรือหัวหน้ากลุ่มการเมือง (达赖 – 精神还是政治领袖?)

ทะไล ลามะสำหรับดินแดนแห่งทิเบตนั้น คนไทยเรามีความรู้ในเชิงลึกน้อยมาก โดยเมื่อเราเอ่ยถึงทิเบต เรามักจะคิดถึงการเป็นดินแดนแห่งหลังคาโลก หรือในแง่ของศาสนาเรารู้สึกในแง่มุมของดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน หรือองค์ลามะ หรือคนที่เชื่อโชคลางก็อาจรู้จักหินสีทิเบตที่เกิดเป็นกระแสเมื่อไม่กี่ปีนี้

นอกจากแง่มุมดังกล่าวข้างต้นแล้ว สิ่งที่เรารับรู้มามักจะเป็นข่าวสารจากฟากฝั่งตะวันตก ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวสารในด้านกระเมือง คือปัญหาของชาวทิเบตในการเรียกร้องเอกราช และปัญหาสังคม (ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ตะวันตกมักจะนำมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลจีน) ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับข่าวสารจากตะวันตกเหล่านี้ คือภาพของทะไล ลามะ ที่ผู้คนนับถือกันว่าเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณของชาวทิเบต และความเคลื่อนไหวของทะไล ลามะทุกครั้งจะต้องก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ โดยพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลจีนเป็นสำคัญ ดังเช่นเมื่อปลายปีที่แล้วการไปเยือนเขตภัยพิบัติในเกาะไต้หวัน หรือเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ ทะไล ลามะเดินทางไปพบประธานาธิบดีโอบามา ของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ไปในฐานะผู้นำรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต แต่ไปในฐานะผู้นำศาสนาก็ตาม แต่เป้าหมายลึกๆคือ เป้าหมายด้านการเมือง เป็นการแสดงในเชิงสัญลักษณ์เพื่อยั่วยุรัฐบาลจีนว่า อย่างน้อยเขาก็สามารถเข้าพบและได้รับการต้อนรับจากผู้นำประเทศมหาอำนาจและประเทศอื่นๆในโลกได้


สำหรับคนไทยเราเอง ความจริงเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือส่วนได้ส่วนเสียกับการไปไหนมาไหนของทะไล ลามะ แม้แต่น้อย แต่ก็มีนักวิชาการบางกลุ่มที่มักจะมีความเห็นคล้อยกับสิ่งที่ทะไล ลามะ พยายามป่าวประกาศในประเด็น “ปัญหาทิเบต” ตลอดจนการเรียกร้องเอกราชของชาวทิเบต สำหรับคนที่มีความเห็นเช่นนี้อาจแยกได้เป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่ใช้ความรู้สึกในด้านของศาสนามาเป็นอารมณ์ร่วม การได้รับข่าวสารความไม่เป็นธรรมจะเกิดความรู้สึกเห็นใจและเข้าเป็นพวกทันที แม้ว่าข้อเท็จจริงนั้นอาจไม่จริง หรือเกินจริงก็ตาม ความรู้สึกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายยิ่ง การสนับสนุนทะไล ลามะด้วยความรู้สึกในประเด็นศาสนาก็คงไม่ต่างจากปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา ที่กลุ่มประเทศมุสลิมหลายๆชาติให้การสนับสนุน อันเนื่องจากสาเหตุความเป็นพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ดังนั้น พี่น้องร่วมศาสนาพูดจาย่อมรับฟังได้ง่ายกว่าการพูดจาของคนต่างศาสนา เราเองไม่อยากเห็นบุคคลที่สามยื่นมาเข้ามาสอดแทรกหรือก้าวก่ายปัญหาภายในของเราเองฉันใด เราก็ไม่ควรที่จะให้การสนับสนุนทะไล ลามะในปัญหาภายในของประเทศจีนฉันนั้น

อีกกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนทะไล ลามะ ก็คือ กลุ่มที่มีความนิยมตะวันตก กลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่เคยได้รับการศึกษาจากตะวันตก สายตาของพวกเขาจึงเป็นสายตาที่มองผ่านแว่นตาของฝรั่ง โดยเชื่ออย่างสนิทใจว่า “ปัญหาทิเบต” ที่กลุ่มทะไล นำมากล่าวอ้างนั้นเป็นจริงทุกประกาศ และมีความชอบธรรมพอที่จะเรียกร้องเอกราชจากประเทศจีน แท้ที่จริงแล้ว “ปัญหาทิเบต” นั้น มันไม่ใช่ปัญหาแต่ประการใด

เหตุใดจึงกล่าวว่า“ปัญหาทิเบต” ไม่ใช่ปัญหา
หากเราศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศจีน เราจะเห็นว่าทิเบตเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศจีนมาแต่ไหนแต่ไรมา ดังนั้น “ปัญหาทิเบต” จึงถือเป็นปัญหาของลัทธิจักรวรรดินิยมที่พยายามที่จะแบ่งแยกประเทศจีน โดยในปี ค.ศ. 1888  และปี 1904 ประเทศอังกฤษได้ส่งกองกำลังทหารเข้าไปรุกรานแผ่นดินทิเบตถึงสองครั้ง เพียงแต่ถูกชาวทิเบตและชาวจีนทั่วประเทศร่วมใจกันต่อต้านและขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษจนต้องล่าถอย และความฝันที่จะแบ่งแยกประเทศจีนถูกทำลายลง แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม จักรวรรดินิยมตะวันตกก็ใช่ว่าจะยอมลามือตายใจ หากแต่พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายจากการส่งกองกำลังเข้าไปทำสงครามเสียเองมาเป็นการบ่มเพาะผู้นำระดับสูงของชาวทิเบตให้เป็น “นอมินี” แทน

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงทันที อเมริกาก็ยื่นมือสอดแทรกเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศจีนทันที โดยสนับสนุนผู้นำท้องถิ่นชาวทิเบตในระบบการปกครองศักดินาตั้งกองกำลังขึ้นมาต่อต้านการปลดปล่อยทิเบตจากสังคมทาส แต่ต้านทานไม่ไหว หลังจากการปลดปล่อยแล้วพวกเขาก็สมคบคิดกันตั้งกองกำลังต่อต้านการปฏิรูปสังคมเพื่อให้พวกเขามีอำนาจในการใช้แรงงานทาสต่อไป ปี 1954 หน่วยสืบราชการลับกลาง (CIA) ของอเมริกาได้รับสมัครชาวทิเบตเพื่อนำไปฝึกอบรมการใช้อาวุธในเกาะกวม โอกินาวา และโคโลราโด เป็นต้น หลังสิ้นสุดการฝึกแล้ว ก็จะส่งกลับเข้าไปก่อการร้ายในประเทศจีนอย่างลับๆ โดยอเมริกาจะให้การสนับในด้านอาวุธยุทธปัจจัย แต่แผนการก่อกวนและแบ่งแยกดินแดนไม่ประสบความสำเร็จ เดือนมีนาคม ปี 1958 กลุ่มทะไลที่ประสบความพ่ายแพ้จึงหนีออกจากดินแดนทิเบต

หลังจากหนีออกจากทิเบตแล้ว กลุ่มของทะไลก็ได้จัดตั้งกลุ่มที่เรียกว่า “รัฐบาลพลัดถิ่น” ที่ธรรมศาลา ประเทศอินเดีย โดยอาศัยการสนับสนุนด้านเงินทองจากประเทศตะวันตก จากการเปิดเผยของอเมริกาพบว่า เฉพาะในปี 1964 เพียงปีเดียว รายการใช้จ่ายที่ให้แก่กลุ่มทะไลสูงถึง 1.66 ล้านเหรียญ โดยรายการค่าใช้จ่ายนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายของหน่วยจรยุทธ์จำนวน 2100 คน วัสดุของใช้ ค่าขนส่ง ค่าฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายเครือข่ายสายลับในดินแดนทิเบต เป็นต้น แม้ระยะหลังเศรษฐกิจอเมริกาจะเจอปัญหาฟองสบู่แตกก็ตาม แต่ในปีงบประมาณ 2009 รัฐบาลอเมริกันยังคงจัดสรรงบสนับสนุนกลุ่มทะไลสูงถึง 16.8 ล้านเหรียญ จะเห็นได้ว่า หากประเทศตะวันตกไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น “ปัญหาทิเบต” ก็จะไม่เหลือให้เป็นปัญหาไปนานแล้ว

ปัญหาเรื่องเอกราช
นักวิชาการหลายคนมองว่า ทิเบตเคยเป็นประเทศเอกราช และชาวทิเบตก็ไม่เหมือนคนจีนส่วนใหญ่ที่เป็นชาวฮั่น ดังนั้น พวกเขาจึงมีความชอบธรรมที่จะแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศจีน หากกล่าวด้วยเหตุผลเช่นนี้ โลกคงวุ่นวายไม่รู้จบแน่ เราไม่ต้องมองย้อนไปให้ไกลเกินไป มองย้อนเพียงยุคราชวงศ์ชิง – 清朝(ค.ศ. 1644-1911) ทิเบตก็เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนมาจนถึงยุคสาธารณรัฐต่อเนื่องถึงยุคปัจจุบัน ผู้นำการปกครองของมณฑลทิเบตก็ได้รับการแต่งต่างจากฮ่องเต้ในสมัยราชวงศ์ชิงสืบเนื่องกันมา การแต่งตั้งผู้นำหรือหรือผู้ปกครองในมณฑลหรือหัวเมืองต่างๆ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่โบราณมา แม้แต่ประเทศไทยเราก็เช่นกัน หากจะอ้างว่า ทิเบต “เคยเป็น” ประเทศเอกราชมาก่อนแล้วมาเรียกร้องเอกราชในวันนี้ ประเทศในโลกนี้อีกจำนวนมากก็เคยเป็นประเทศเอกราชมาก่อน แม้แต่ประเทศไทยเราเองก็เถอะ ไม่ว่าดินแดนทางเหนือ ทางใต้ ที่บางกลุ่มอ้างความชอบธรรมขอเฉือนออกจากแขวนทองเรา เราก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องความแตกต่างด้านชาติพันธุ์นั้น ยิ่งมีน้ำหนักเบาหวิวที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำมากล่าวอ้าง ประเทศจีนมีชนชาติต่างๆถึง 56 ชนชาติ แล้วทำไมนักวิชาการบางกลุ่มจึงเห็นพ้องกับกลุ่มของทะไล หรือกลุ่มในซินเจียงในการแยกเอกราชเล่า เหตุผลหลักคงหนีไม่พ้นเพราะทั้งสองดินแดงดังกล่าวล้วนถูกประเทศตะวันเข้าแทรกแซง และปลุกปั่นทั้งนั้น หากพวกเราคนไทยจะสนับสนุนการเรียกร้องเช่นนี้ด้วยเหตุผลทางชาติพันธุ์ ทำไมไม่พุ่งเป้าไปที่ดินแดนสิบสองปันนาในจีน หรือกลุ่มไทยใหญ่ในพม่า ซึ่งมีความชิดเชื้อทางชาติพันธุ์ สายเลือด ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมมากกว่า (ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้มีเจตนาจะยุยง) แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่มีกระแสจากประเทศตะวันตกเข้ามาแทรก พวกเขาจึงมองด้วยสายตาที่ไม่ได้สวมแว่นของตะวันตก จึงเห็นแตกต่างจากทิเบตและซินเจียงอย่างสิ้นเชิง

onlinehotel.com.br
Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. ทะไล ลามะกับการแบ่งแยกธิเบต-50 ปีแห่งการทำลายมาตุภูมิื (达赖和藏独问题) ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเราคงได้ผ่านหูผ่านตาจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออินเทอร์เน็ต หรือสื่อโทรทัศน์ เกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดความวุ่นวานในเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งสื่อตะวันตกได้โหมกระพืออย่างเต็มที่ หลายฝ่ายอาจภาวนาให้เกิดการจลาจลเหมือนปีที่แล้ว ก่อนที่จะถึงกำหนดการเปิดมหกรรมโอลิมปิก หรือปักกิ่งเกมส์...
  2. ธิเบตเป็นประเทศอิสระตั้งแต่โบราณกาล จริงหรือ(西藏是自古独立的国家)? กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้ยกร้องเอกราชของธิเบต มักจะอ้างอยู่เสมอว่า ดินแดนธิเบตมีเอกราชมาช้านานตั้งแต่โบราณกาล แต่เป็นเพราะรัฐบาลจีนเข้าไปรุกราน ยึดครองและผนวกดินแดนเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศจีนไป จึงทำให้ธิเบตสูญเสียความเป็นเอกสาร ดังนั้น ชาวธิเบตจึงต้องรุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลจีน เพื่อเรียกร้องเอกราชกลับคืนสู่ชาวธิเบต ส่วนทะไล...

  1. One Response to “ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณหรือหัวหน้ากลุ่มการเมือง (达赖 – 精神还是政治领袖?)”

  2. You’re a real deep thinker. Tnhaks for sharing.

    By Carlie on Jun 18, 2011

Post a Comment

*

Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.