การสร้างกำลังการแข่งขันของบริษัท ไฮเซนส์ กรุ๊ป (Hisense Group)

Hisense 海信บริษัท ไห่ซิ่น กรุ๊ป (海信集团)ก่อตั้งในปี 2512 ในนามเดิมว่า บริษัท ชิงด่าว ไวร์เลส ในปี 2517 หลังจากที่โจวโฮ่วเจี้ยน (กรรมการผู้จัดการคนปัจจุบัน) ได้เข้าบริหาร บริษัทจึงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการงทุนอย่างต่อเนื่อง จนกลาย เป็นกลุ่มบริษัท ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการสื่อสารอิเลคทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลซันตง

จากสามสิบปีที่ก่อตั้งบริษัทมา โดยเริ่มแรกจากบริษัท ชิงด่าวไวร์เลส จากนั้นก็ขยายสู่ ชิงด่าวเทเลวิชั่น ไฮเซนส์อิเลคทรอนิคส์ ซึ่งเริ่มเข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน สื่อสารโทรคมนาคม สารสนเทศ ด้านการค้า และด้านอสังหาริมทรัพย์ และได้พัฒนาสู่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง ในปัจจุบันมีบริษัทลูกในประเทศจีนทั้งหมด 20 กว่าแห่ง สินทรัพย์สุทธิ 2600 ล้านหยวน และมียอดขายในปี 2544 ถึง 16,100 ล้านหยวน และกลายเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศจีน โดยเฉพาะในด้านผลิตภัณฑ์เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องคอมพิวเตอร์

ในปี 2544 ประเทศจีนเริ่มเข้าสู่การเป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก (WTO) ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศจีน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจการค้า เพราะเศรษฐกิจของจีนจะไม่เพียงแต่จำกัดอยู่เฉพาะภายในอีกต่อไป หากแต่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลกด้วย ซึ่งจะต้องส่งผลกระทบที่ค่อนข้างมาก และเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรภาคธุรกิจของจีนจะต้องพินิจพิจารณา เมื่อคู่แข่งต่างประเทศนั้นมีทั้งเงินทุน มีทั้งเทคโนโลยี และทั้งระบบการบริหารจัดการ และมีขนาดใหญ่โต เมื่อมาถึงตลาดจีนแล้ว พวกเขาไม่เพียงแต่จะสามารถ ไม่เพียงแต่สามารถควบสถานการณ์ได้เท่านั้น หากแต่อาจสามารถกลายเป็นผู้ควบเกมและผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้

ในขณะนั้น องค์กรธุรกิจของจีน มีความแตกต่างจากบริษัทข้ามชาติทันสมัยในด้านต่างๆอย่างเทียบกันไม่ได้ เช่น ด้นเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และสิทธิเหนือทรัพย์ ในอดีตที่ผ่านมา ธุรกิจของจีนเพียงอาศัยความได้เปรียบด้านราคา อาศัยลมปากในการแข่งขันด้านการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดระดับล่าง ลุกค้าที่ได้มานั้นไม่นานก็หายไป เมื่อลูกค้าเริ่มมีความรู้ และมีวิจรณะญาณการใช้เหตุใช้ผลในการบริโภคสูงขึ้น มีเพียงบริษัทที่ปฏิบัติต่อลูกค้าตรงไปตรงมาเท่านั้นจึงจะได้รับการยอมรับในที่สุด

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นนี้ บริษัทจึงมองเห็นโอกาสและความท้าทายในขณะเดียวกัน ในความจริงนั้น ทุกบริษัทต่างได้ความท้าทายเหมือนๆกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น ส่วนโอกาสนี้ มีเพียงบริษัทที่อยู่ในเงื่อนไขที่ถูกต้องจึงได้รับโอกาสเช่นนี้ ดังนั้น องค์กรธุรกิจในประเทศจึงต้องเผชิญกับความท้ายทายที่มากยิ่งขึ้น จะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร จะจับโอกาสนี้อย่างไร นี่คือประเด็นปัญหาที่ทางบริษัทจะต้องทำการแก้ไข นั่นก็คือว่า จะทำอย่างไรที่จะสร้างกำลังการแข่งขันที่โดดเด่นให้กับตนเอง

ในขณะนั้น สิ่งที่ทางบริษัทขาดแคลนก็คือกำลังการแข่งขันหลัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า บริษัทไม่พยายามแสวงหามา มองจากองค์กรธุรกิจของจีนในขณะนั้น จะเห็นว่า ในด้านบุคลากร เทคโนโลยี เงินทุน มีความแตกต่างกับบริษัทข้ามชาติมากเหลือเกิน นี่ก็คือปัจจัยสำคัญสามตัวหลักในการยกระดับกำลังการแข่งขันของบริษัท

บุคลากรก็คือทุน

วิธีที่จะพัฒนางานด้านทรัพยากรบุคคล และด้านการบริหารจัดการ ทางบริษัทได้ดำเนินดังต่อไปนี้
1.สร้างทัศนะด้านบุคลากรที่ถูกต้อง
คน คือปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งของกำลังการผลิต และก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญดันดับหนึ่งขององค์กร บริษัทได้รับชัยชนะในการแข่งขันนั้น ในความเป็นจริงคือการได้รับชัยชนะในการแข่งขันด้านบุคลากร ขณะเดียวจะต้องเข้าใจถึงคุณค่าของบุคลากรจึงจะถือว่า เป็น “ทรัพยากรที่หายาก” ทรัพยากรที่หายากโดยเฉพาะในประเทศจีน เนื่องจากช่วยเวลาที่ถือกำหนดองค์กรธุรกิจต่างๆยังมีระยะเวลาที่สั้นมาก แม้แต่การศึกษาทางด้านธุรกิจในระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรด้านการบริหารธุรกิจก็เพิ่มจะมีมาไม่เกิน 20 ปีนี้เอง ดังนั้น ธุรกิจจีนเมื่อเทียบบุคลากรกับบริษัทข้ามชาติแล้ว ก็ยิ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะเทียบกันได้เลย

ไฮเซนส์ได้ชูคำขวัญ “ให้ความเคารพ ให้ความสำคัญคน” เจตนารมณ์ของบริษัท ไฮเซนส์คือ “ให้ความเคารพคน ให้ความเคารพในอาชีพ สร้างสรรค์ สร้างประสิทธิผล” ส่วนงานด้านทรัพยากรบุคคลนั้น ได้วางตำแหน่งตนเองไว้ คือ “แสวงคน ให้การศึกษาคน ใช้คน ส่งเสริมคน รักษาคน”

onlinehotel.com.br

“การแสวงคน” เป็นการบอกให้ทุกคนทราบว่า ความสามรถพิเศษเป็นแสวงหากันได้ องค์กรหนึ่ง ขอเพียงแต่มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องกับความรู้รอบด้าน จึงจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทรัพยากรบุคคล มีระบบที่ดี ยกตัวอย่าง ถ้าเรานำเอาสถานการณ์ด้านอุปสงค์ทรัพยากรบุคคลของตลาดแรงงานการกำหนดมาตรฐานผลตอบแทนของพนักงาน ใช้ปริมาณคุณค่าแห่งผลตอบแทนที่บริษัทสร้างสรรค์ในการกำหนดผลตอบแทนขั้นสุดท้าย เช่นนี้ก็จะทำให้รายได้ของพนักงานจะมีความแตกต่างอย่างมาก อาจจะแตกต่างกันตั้งแต่หลายเท่าจนถึงหลายสิบเท่า ถ้าหากไม่มีความเข้าใจในคุณค่าของบุคลากรอย่างถูกต้อง ก้จะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในบริษัท ถ้าหากไม่ถือว่าบุคลากรที่โดดเด่นมีความสามารถคือทรัพยากรที่หายาก ก็ไม่อาจยอมรับที่จะจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่สูง

2.ระบบบุคลากรของบริษัทจะต้องเปิดกว้าง

กล่าวตามหลักทฤษฏีแล้ว มีเพียงระบบที่เปิดกว้าง ไร้ขอบเขตจึงจะสามารถดึงดูดบุคลากรภายนอกที่มีความสามารถได้ ระบบของทรัพยา กรบุคคลก็ไม่ได้ยกเว้นจากนี้ ในด้านการยอมรับและการถือปฏิบัตินั้น ไฮเซนส์ไม่เพียงแต่ที่ได้รับสมัครบัณฑิตใหม่นับร้อยๆรายในแต่ละปีเท่านั้น ยังมีการรับบุคลากรที่มีความสามารถในสังคมอย่างต่อเนื่อง พวกเข้าผ่านประสบการณ์การฝึกฝนมาหลายปี และมีฐานะตำแหน่งที่ค่อนข้างสำคัญ เช่นตำแหน่งผู้จัดการระดับสูงในบริษัทต่างๆในเครือ ไม่ว่าจะเป็นรองประธาน ผู้จัดการทรัพยากรบุคคล ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีคุณภาพ ผู้จัดการด้านการเงิน ฝ่ายการวางแผน เป็นต้น ในช่วงหลายปีมานี้ได้รับสมัครบุคคลที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี เฉพาะในตำแหน่งสำคัญๆนั้น ก็มีอาจารย์จากมหา วิทยาลัยไม่น้อยกว่า 20 ราย พวกเขาไม่เพียงแต่รับผิดชอบในตำแหน่งงานที่สำคัญของบริษัทเท่านั้น หากแต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินกิจการของบริษัทได้สูงขึ้นอย่างมาก

ปัจจุบันนี้ ไฮเซนต์มีพนักงานกว่า 10,000 คน ในจำนวนนี้คนที่จบระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีมี 3,000 กว่าคน บุคคลเหล่านี้จะมีผลอย่างและสำคัญมาก ต่อการยกระดับของบริษัทไฮเซนต์ ดังนั้น ถ้าหากไม่มีระบบบุคลากรที่เปิดกว้าง ไฮเซนต์ก็คือไม่สามารถที่จะเติบโตอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้

แต่ว่า เนื่องจากองค์กรธุรกิจจีนมีขนบธรรมเนียมที่ไม่ดี และประวัติการพัฒนาของบริษัท ทำให้มักจะมีการต่อต้านคนนอก จึงไม่สามารถที่จะสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถจากภายนอก ดึงดูดสิ่งที่มีคุณค่า บริษัทเหล่านี้จะค่อยๆลดขนาดลง หรือแม้กระทั่งอาจถึงขึ้นต้องปิดกิจการในที่สุด ดังนั้น ระบบทรัพยากรบุคคลที่เปิดกว้างกับองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะต่อองค์กรธุรกิจในประเทศที่มีวัฒนธรรมยาวนานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

3.สร้างระบบการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่สมบูรณ์แบบ

ระบบที่ทางไฮเซนต์นำมาใช้นั้น ประกอบด้วยระบบย่อยอีก 9 ระบบ คือ การวางแผน การรับสมัคร การฝึกอบรม การวิเคราะห์งาน การทดสอบ การคัดเลือก การจ่ายผลตอบแทน พนักงานสัมพันธ์ ระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยแต่ละระบบจะมีความสัมผันธ์ในด้านของการนำเข้าการนำออกที่ชัดเจน จึงประกอบขึ้นมาเป็นระบบข้อต่อปิด ระบบนี้ได้เป็นหลักประกันถึงความสามารถตอบสนองความต้องการของบริษัทในการรับสมัครพนักงาน การคัดเลือกพนักงาน การตอบแทนพนักงาน พร้อมกันนั้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีแก่พนักงาน ทำให้บริษัทสามารถที่จะพัฒนากิจกรรมได้ดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของการสร้างระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นปีนี้ ปีหน้า นาย ก. มาทำ นาย ข. มาทำ บริษัท ก. หรือ บริษัท ข. มาตรฐานที่ได้ก็ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

นอกจากนี้ ไฮเซนต์ยังให้คสามสำคัญเป็นพิเศษกับการฝึกอบรมพนักงาน การจัดการอบรมตามความต้องการในการทำงานของพนักงาน และแผนการทำงานในการดำเนินงาน บริษัทได้จัดตั้ง “สถาบันไฮเซนต์” โดยสถาบันจะให้การฝึกอบรมวัฒนธรรมองค์กร การฝึกอบรมในระหว่างทำงาน การอบรมธุรกิจ กลุ่มศึกษาวิจัยปริญญาโท สถานีทำงานหลังจบปริญญาเอก เป็นต้น

บริษัทถือว่า การที่บริษัทจะรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัทจะต้องลงมือจากสามด้านด้วยกันคือ ผลตอบแทน อาชีพการงาน และสภาพ แวดล้อม ในสามส่วนนี้จะขาดเสียส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นอันขาด ความจริงแล้ว ระบบนี้ก็คือการเริ่มจากขอบเขตของทั้งสามส่วนนี้ในการทำงานด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งระบบนี้จะมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น “สินทรัพย์ที่ล้ำค่า” ของไฮเซนต์ และถือว่าเป็นระบบที่ค้ำจุนบริษัทให้รุ่งเรืองจนทุกวันนี้

เทคโนโลยีคือราก
สิ่งที่มีอิทธิผลครอบงำระบบเศรษฐกิจการตลาดสองสิ่งสุดท้าย คือผู้บริโภคกับเทคโนโลยี ภาพสะท้อนที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจการตลาดคือกลไกการแข่งขัน ส่วนเป้าหมายของการแข่งขันก็เพื่อช่วงชิงผู้บริโภคและลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด การที่ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณนั้น ยอ่มไม่ใช่ว่าเลือกเพราะชื่อเสียงของคุณ โฆษณาของคุณ การบริหารของคุณ หากแต่เขาเลือกเพราะคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์เอง นั่นคือ หมายถึงประสิทธิภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์ คุณลักษณะและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

คุณสมบัติเหล่านี้ จุดหลักมาจากระดับมาตรฐานด้านเทคโนโลยีของบริษัทเป็นตัวกำหนด ดังนั้น ทางบริษัทจะนำเอา “ทฤษฏีถังไม้” ใช้ในการสอนทางด้านการบริหารจัดการ โดยเทคโนโลยีและคุณภาพคือก้นถึง ส่วนปัจจัยอื่นๆนอกนั้นคือขอบถัง ถ้าหากไม่มีก้อนถังแล้ว ขอบถังจะสูงแค่ไหนระดับน้ำในถึง (ซึ่งหมายถึงคุณภาพ) ก็คือศูนย์ การนำเอาอุปมาอุปไมยนี้มาใช้ในการฝึกอบรมนั้น ทำให้ทุกคนเข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยี และคุณภาพ ซึ่งถือเป็นด้านแรกของธุรกิจ

บริษัทได้นำเอาเทคโนโลยีมายกระดับในสองด้านด้วยกัน หนึ่งคือด้านแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี อีกหนึ่งคือตัวระบบเทคโนโลยี

แนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี นอกจากตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังต้องมีการยอมรับความสำคัญของเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับกฎ ระเบียบของการพัฒนาเทคโนโลยี โดยกฎระเบียบการพัฒนาเทคโนโลยีนั้น จะต้องมีการศึกษาและการสร้างสรรค์ ส่วนการสร้างสรรค์นวัตกรรม ก็คือจิตวิญญาณ การสร้างสรรค์ก็คือ การผสมผสานของ “ความคิดเพ้อฝัน” กับ “การยืนอยู่บนความจริง”

สำหรับ ไฮเซนต์นั้น ทางบริษัทยอมรับความล้มเหลวของการพัฒนาเทคโนโลยีในอัตรา 50% นี่ก็คือการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคไปทำการเสี่ยง แม้ว่าจะเกิดความล้มเหลวก็ยังคงได้รับเงิน ก็เพราะว่าทางบริษัทมีระบบและบรรยากาศเช่นนี้ จึงทำให้ไฮเซนต์มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ล้ำหน้าคนอื่นออกวางตลาดก่อนใคร

ยกตัวอย่างเช่นระบบไฟร์วอล (Firewall) ของไฮเซนต์ที่ถึงกับกล้าท้าทายให้ผู้คนในวงการคอมพิวเตอร์เข้ามาประลองการเจาะระบบความปลอด ภัยผ่าน “กำแพงไฟ” ของไฮเซนต์ แต่เนื่องจากทางไฮเซนต์ได้ทำระบบตรวจ สอบการใช้วิศวกรรมย้อมกลับ (Reversed engineer) ที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ทั้งประเทศไม่มีใครเจาะผ่านได้ หรือการที่ไฮเซนต์ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี และสถานีชิงด่าวทีวีในการส่งสัญญาณระบบความระเอียดสูง (High Definition) เป็นต้น

นอกจากนี้ “ศูนย์เทคโนโลยีไฮเซนต์” ยังเป็นศูนย์เทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ที่แต่ละปีจะมีหัวข้อการค้นคว้าไม่ต่ำกว่าสิบหัวข้อ เฉพาะในปี 2541, 2542 และปี 2543 ที่ทางศูนย์รับภาระการค้นคว้าสูงถึง 863 หัวข้อติดต่อกันสามปี ในปี 2542 จากการแข่งขันศูนย์เทคโนโลยีองค์กร์ทั่วประเทศนั้น กำลังความสามารถในการพัฒนาทางเทคโนโลยีของไฮเซนต์ได้รับการจัดให้เป็นอันดับ 1 สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการสะท้อนให้ถึงกำลังความสามารถในการพัฒนาสร้างสรรค์เทคโนโลยีของไฮเซนต์ได้เป็นอย่างดี ถ้าหากไม่มีความเข้าในในระดับแนวคิด และการให้ความสำคัญแล้ว ก็ไม่อาจที่จะได้รับผลลัพธ์เช่นนี้อย่างแน่นอน

ในส่วนที่สองคือ ตัวเทคโนโลยี หรือที่ทางบริษัทเรียกว่า ระบบการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ มันเป็นการนำเอาการศึกษาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่คน ระบบการทำงาน วิธีการบริหารจัดการ เป็นต้น เพื่อนำไปพัฒนาทั้งระบบ และกลายเป็นรายละเอียดทั้งหมดที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า ตัวเองควรจะทำอะไร ทำอย่างไร และรู้ว่า วิธีการทำนั้นควรจะต้องรับการฝึกอบรมอะไร ซึ่งในนี้รวมถึงเงินเดือน ทางเลือกด้านเวลา สิทธิ์ในหุ้น เป็นต้น เพื่อใช้เป็นวิธีการกระตุ้นพนักงาน และทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานทั้งหมด

1.ไฮเซนต์ใช้ระบบประกันการเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้า

สิ่งนี้เป็นการรับประกันว่า เมื่อนำเงินมาแลกเป็นเทคโนโลยีแล้ว จะต้องสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เปลี่ยนกลับเป็นเงินได้มากยิ่งขึ้น สำหรับองค์กรธุรกิจแล้ว ถ้าหากเพียงแค่รู้จักที่จะนำเอาเงินไปแลกกับเทคโนโลยี หากแต่ไม่รู้จักวิธีที่จะสำเอาเทคโนโลยีมาเปลี่ยนแป็นเงินแล้ว บริษัทนี้จะต้องสิ้นสลายไปอย่างไม่ต้องสงสัย ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นการขัดต่อความสามารถในการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของบริษัท นั่นก็คือ การแสวงหาผลกำไรให้มากที่สุด

2.ไฮเซนต์ใช้ระบบประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์

ในการกำหนดประเด็นสำหรับโครงการค้นคว้าวิจัยนั้น นั่นก็คือคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพในการใช้งาน ความน่าเชื่อถือนำเสนอออกมาเป็นความต้องการที่ชัดเจน จากนั้น ในกระบวนการการพัฒนาทั้งระบบในแต่ละขั้นตอนนั้น (รวมทั้งขั้นต้นแบบทดลองประสิทธิภาพ ต้นแบบอย่างเป็นทางการ ต้นแบบทดลองการผลิต และการผลิตเป็นสินค้า) ล้วนแต่ต้องสอดคล้องกับความต้องการในโครงการแต่แรก สิ่งนี้ก็ทำให้คุณภาพการออกแบบผลิตภัณฑ์ในระบบได้รับการประกัน ส่วนคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับพื้นฐานที่สุดจะกำหนดจากคุณภาพการออกแบบ ซึ่งก็คือว่า สิ่งภาพแข็งแรงแต่แรกย่อมสำคัญกับการได้รับการรักษาที่ดีในภายหลัง ในปี 2542 ในงานประเมินคุณค่าผลิตภัณฑ์เครื่องรับโทรทัศน์สีของ “สมาคมบริหารคุณภาพแห่งประเทศจีน” โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นบริษัทผลิตเครื่อง ใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั้งในและนอกประเทศ ทั้งหมด 28บริษัท โดยมีหัวข้อการประเมินแยกออกเป็น 10 หัวข้อ โทรทัศน์ไฮเซนต์ได้รับการประเมินเป็นอันดับหนึ่ง ใน 8 หัวข้อ อีกสองหัวข้อที่เหลือได้รับอันดับสอง แล้วคะแนนรวมจากการประเมินได้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจีนนั้นรายงานว่า ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ถูกร้องเรียน (หรือสามศูนย์) เลยคือบริษัท ไฮเซน และผลิตภัณฑ์ของไฮเซนต์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “China Brand” มีอยู่สามกลุ่มหลักคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องปรับอากาศ และคอม พิวเตอร์ และยังได้รับ “รางวัลคุณภาพยอดเยี่ยมระดับประเทศ” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 บริษัทที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งถือเป็นรางวัลสุดยอดของอุตสาหกรรม

3.ไฮเซนต์ใช้ระบบประกันกระตุ้นและผูกใจพนักงาน

เริ่มตั้งแต่กำหนดโครงการนั้น ก็กำหนดระดับความยากง่ายของค่าสัมประสิทธิ์ จากนั้นจึงกำหนดตัวเลขผลตอบแทน  แล้วใช้มากำหนดค่าสัมประสิทธิ์ผลตอบแทนอีกที วิธีเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะส่งประเสริมการเพิ่มประสิทธิผลเท่านั้น ยังเป็นการแสดงถึงความยุติธรรม ความยุติธรรมกับประสิทธิผลเป็นอันหนึ่งกันเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดแรงกระตุ้นต่อส่วนรวม ต่อทีมงานที่จะร่วมกันมุ่งไปข้างหน้า ในทางกลับกัน เมื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดขึ้นแก่คนส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็จะสร้างแรงกดดันให้กับคนอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน

พื้นฐานของการสร้างสรรค์คือการศึกษาหาความรู้ สำหรับองค์กรธุรกิจแล้ว การเปิดรับสิ่งใหม่เข้ามานั้นก็คือกระบวนการการศึกษาอย่างหนึ่ง ดังนั้น เมื่อไฮเซนต์สนับสนุนการสร้างสรรค์นั้น ไม่เพียงแต่ไม่ปิดกั้นการรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาเท่านั้น ยังพยายามนำสิ่งที่นำเข้ามานั้นใช้งานอย่างเต็มที่ การรับสิ่งใหม่เข้ามาสามารถยกระดับมาตรฐานของเทคโนโลยี เร่งระดับการสร้างสรรค์ให้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนการสร้างสรรค์ยังทำให้คุณค่าของการรับสิ่งใหม่เข้ามายิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงระบบเครื่องปรับอากาศที่เปลี่ยนจากการปรับอุณหภูมิคงที่เป็นระบบการปรับอัตโนมัติ ซึ่งระบบอัตโนมัติเริ่มเข้ามาทดแทนระดับเดิมอย่างรวดเร็วในปี 2536 ทางบริษัทจึงให้ทีมงานวิศวะทำการศึกษาเทคโนโลยีนี้อย่างถ่องแท้ จากนั้นได้จัดตั้งทีมงานเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาระบบการปรับอุณหภูมิอัตโนมัติขึ้นมา

ในปี 2539 บริษัทได้นำเข้าเทคโนโลยีนี้จากซันโย พร้อมกับได้สร้างสายการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนปัจจุบันนี้ ไฮเซนต์ได้มีส่วนแบ่งเครื่องปรับอากาศด้วยเทคโนโลยีการปรับอุณหภูมิอัตโนมัติถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ และยังได้ออกผลิตภัณฑ์อีกกว่า 50 รุ่น ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนาระบบเครื่องปรับอากาศแบบส่วนกลางขนาดเล็กในต่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้พัฒนาโดยด็อกเตอร์สามคน พร้อมกับวิศวกรลูกทีมอีก 10 คน

ดังนั้น ถ้าไม่มีการนำเข้าเทคโนโลยี ไฮเซนต์ก็ไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาได้เร็วเพียงนี้ ส่วนหากไม่มีการสร้างสรรค์ ไฮเซนต์ก็ไม่สามารถยกระดับสิ่งที่นำเข้ามา

การสร้างสรรค์คือพื้นฐานแห่งการก่อเกิดของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมใหม่ที่ไฮเซนต์เข้าไปลงทุนนั้น ล้วนแต่มีการตั้งสำนักวิจัยในศูนย์เทคโนโลยีมาก่อน หลังจากที่ได้สั่งสมเทคโนโลยีมาหลายปี บ่มเพาะบุคลากร จากนั้น ได้มอบหมายให้ผู้บริหาร โดยปรับเปลี่ยนจำสำนักวิจัยเป็นบริษัท จุดเด่นของบริษัทที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบนี้คือ

การเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่เช่นนี้ใช้การลงทุนที่ต่ำ

การเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่เช่นนี้มีความเสี่ยงต่ำ

การลงทุนที่ต่ำนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย ซึ่งตัวอ่างการผลิตเครื่อง ปรับอากาศข้างต้นได้ให้ความกระจ่างในประเด็นนี้ชัดเจน ส่วนความเสี่ยงต่ำนั้น หมายความว่า เนื่องจากบริษัทมีกำลังความสามารถในการพัฒนา ในด้านเทคโนโลยีจึงมีเงื่อนไขที่จะยกระดับ มีอนาคตในการพัฒนา โดยเฉพาะบริษัทที่ลงทุนขนานใหญ่ในการนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีจากต่างประเทศนั้น การหาทางป้องกันความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในวงการอุตสาหกรรมมีคำพูดหนึ่งที่พูดกันว่า “การไม่นำเข้า(เทคโนโลยี) ก็คือรอวันตาย การนำเข้าคือการหาที่ตาย” ซึ่งในความจริงก็มีบริษัทไม่น้อยที่นำเข้าเทคโนโลยีแล้วก็ต้องตกอยู่ในสภาพลำบากทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากเนื่องนำเข้าผลิตภัณฑ์หนึ่งแล้ว ก็ต้องสร้างโรงงาน เพื่อทำการผลิต ผลิตภัณฑ์นั้น จึงต้องลงทุนเพิ่มขึ้นอีก ในสถานการณ์ตลาดที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือนเช่นนี้ เมื่อนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยก็จะกลายเป็นไม่ทันสมัย หรืออาจจะล้าสมัยในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าหากตัวเองไม่มีกำลังความสามารถที่จะพัฒนาแล้ว ในขณะที่ทำการสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรนั้น ก็กลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นประโยชน์ของการใช้การบ่มเพาะเทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้อย่างดี

การบ่มเพาะเทคโนโลยีได้กลายเป็นรูปบบการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ของไฮเซนต์ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา การเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ของบริษัท เช่น เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ไฟร์วอล วิศวกรรมย้อนกลับ และโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นต้น ไม่มีอันไหนที่อยู่ในข่ายยกเว้น ความจริงแล้ว นี่ก็เป็นหลักการการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของบริษัทขนาดใหญ่ในต่างประเทศ บริษัทสุดยอด 500 บริษัทของโลกนั้น ยอดการลงทุนรวมทั้งหมดในด้านการวิจัยพัฒนาสูงถึง 40% อย่างโนเกียจะลงทุนกันด้านการวิจัยพัมนาสูงถึง 25% ของรายรับต่อปี ส่วนไฮเซนต์นั้น มีเพียงแค่ 4% – 5% ในประเทศจีนถือว่าสูงมากแล้ว ต่อจากนี้หลังจากที่ประเทศจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลกแล้ว การเข้าสู่ตลาดของธุรกิจต่างประเทศจะสร้างการแข่งขันที่ดุเดือนและสร้างความยากลำบากแก่ธุรกิจของจีน

เงินทุนคือหลักประกัน

ตัวเลขของเงินทุนคือภาพสะท้อนี่เป็นนามธรรมของการประกอบการธุรกิจ และการบริหารกิจการ การใช้ความสนใจสถานการณ์ด้านการเงินอย่างสูง หรือที่เรียกกันว่า ดัชนีชี้วัดทางการเงิน ก็คือเส้นทางลัดที่ดีที่สุดในการยึดกุมสถานการณ์ทางการเงิน

อย่างไรก็ตามกลับมีบริษัทจำนวนมากกลับมองข้ามประเด็นปัญหานี้ รวมทั้งบริษัทระดับโลก ส่วนสำหรับสาเหตุเพราะสถานการณ์ด้านเงินทุนเลวร้ายจนทำให้ธุรกิจถึงกับล้มหายตายจากนั้นกลับมีให้เห็นไม่น้อย เช่นบริษัท เยาฮันของประเทศญี่ปุ่น บริษัทฮันโบของเกาหลีใต้ บริษัท DEC และบริษัท Wang ของอเมริกา  แม้แต่บริษัท ฮุนไดของเกาหลี ที่เคยติดอันดับ 28 ของบริษัทชั้นนำของโลกยังคงตกอยู่ในภาวะยากลำบากทางธุรกิจ

บริษัทใดที่ดำเนินธุรกิจในประจำวันแล้ว ไม่สามารถบรรลุถึงเป้า หมายที่กำหนดไว้ได้ สามารถที่จะนำสู่ความเลวร้ายทางสถานการณ์ทางการเงิน ส่วนการลงทุนที่มากเกินไปก็จะเพิ่มระดับความเลวร้ายอย่างรวดเร็ว เมื่อมองจากมองมุงของด้านการเงินแล้ว เรามีมุมมองอยู่สองด้านคือ

1.ความปลอดภัยขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าการได้ผลกำไร

ฝ่ายการเงินจะต้องยึดมั่นในหลักการ “ความมั่นคงแข็งแรง” “ยอมลดรายได้เพื่อรักษาความปลอดภัยทางการเงิน” (เช่นหนี้ที่ควรเก็บ)
“ยอมเพิ่มต้นทุนทางการเงินเพื่อรักษาภาระที่สมเหตุสมผล” สาเหตุของการล้มละลายก็คือไม่มีกำลังที่จำใช้หนี้เมื่อถึงกำหนด (เช่นภาระหนี้ที่มากเกินไปอาจต้องใช้ต้นทุนก้อนโต ดังตัวอย่างเมื่อปี 2541 ในกรณีเกิดวิกฤตทางการเงินในเอเชีย อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนในฮ่องกงสูงถึง 180%)
“ยอมพลาดโอกาสทางการตลาดโดยยอมลงทุนที่เกินขนาด” (ธุรกิจของจีนจำนวนมากล้มละลายโดยไม่มีพินิจพิเคราะห์ถึงกลไกที่แท้จริง หรือบางแห่งอาจไม่เคยตระหนักถึงจุดนี้เสียด้วยซ้ำ) โดยเฉพาะเนื่องจากประเทศจีนได้ผ่านช่วงที่ขาดระบบเศรษฐกิจอันยาวนาน ทำให้บริษัทได้รับการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่กลัวที่จะต้องแบกรับสต็อกสินค้าจำนวนมาก ความเข้าใจลักษณะนี้ทำให้บริษัทจำนวนมากมีสินค้าคงคลังมากเกินไป ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไม่คล่องตัวจนต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤต

สาเหตุที่บริษัทแห่งหนึ่งอยู่ๆต้องล้มหายตายจากไปนั้น ไม่ใช่เนื่องจากการขาดทุน หากแต่เนื่องจากไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ในระบบสิทธินั้น บริษัทที่มีผลกำไรก็ยังคงล้มหายตายจากได้เช่นกัน คำกล่าวที่ว่าความปลอดภัยสำคัญกว่ากำไร ไม่ใช่ว่าบริษัทไม่ต้องการเสี่ยงภัย ไม่เสี่ยงภัยก็ไม่มีทางหากำไรได้ หากแต่ว่า ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตามบริษัทจะต้องไม่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย โดยยอมที่จะลดระดับการเติบโตของบริษัท ก็ไม่ยอมทำลายสถานภาพทางด้านการเงินลง

บริษัทจะต้องมีความคิดการดำเนินธุรกิจที่กว้างไกล การพัฒนาเติบโตในปีนี้จะต้องคงไว้ซึ่งที่ว่างสำหรับปีหน้าด้วย โดยไม่ใช่เทหมดหน้าตักไม่เผื่อเหลือเผื่อขาดสำรับวันหลังเลย ปัจจุบันนี้ กิจการขอในประเทศทำได้ไม่ดี ปัญหามักจะอยู่ที่อาการป่วยไข้ในช่วยสั้นนั้นรุนแรงเกินไป

onlinehotel.com.br

2.กำไรสำคัญกว่าขนาด

ความสามารถทางการค้าของบริษัทก็คือผลกำไร เนื่องจากผู้ลงทุนออกทุนเพื่อทำธุรกิจมีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงก็คือสร้างเครื่องมือทำกำไรมาชุดหนึ่ง ทำให้มันสามารถเพิ่มมูลค่า การขยายขนาดก็เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มผลกำไร การมุ่งแสวงขยายขนาดย่อมไม่ใช่พฤติกรรมของนักลงทุน แต่ว่า ผู้จัดสรรสินทรัพย์กลับให้ความสำคัญกับขนาด นี่จึงทำให้นักวิชาการต่างประเทศได้กล่าวถึง พร้อมกับการขยายตัวของตลาดทุน ผู้ลงทุนยิ่งนับวันยิ่งกระจัดกระจาย คนที่ควบคุมบริษัทที่แท้จริงอยู่ที่ผู้จัดสรรทุน หากแต่ไม่ใช่อยู่ในผู้ถือครองทุน เมื่อเป็นเช่นนี้ความเสี่ยงของบริษัทก็ยิ่งนับวันยิ่งมาก นี่ก็คือเหตุผลที่บริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะต้องได้รับการสอดสอดยิ่งนับวันยิ่งเข้มงวดขึ้น ผู้ที่ถือครองทรัพย์สินจึงเป็นเพียงแนวคิดที่เป็นนามธรรม หาใช้เป็นรูปธรรมไม่ ทรัพย์สินของบริษัทที่แท้จริงทั้งหมดอยู่ในกำมือการควบคุมของผู้ทำงาน ไม่มีหลักประกันที่เป็นระบบอย่างสิ้นเชิง นี่ก็คือความเสี่ยงอันใหญ่หลวง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไฮเซนส์ได้ทำการดูเงินทุนอย่างอนุรักษ์นิยม อัตราสินทรัพย์ต่อหนี้สินจากระบบมาตรฐานบัญชีใหม่ของจีนที่ 84% ลดลงมาเหลือ 50% ในปัจจุบัน ส่วนรายได้กลับเพิ่มจาก 400 ล้านเป็น 13,500 ล้าน ภายใน 8 ปี ขนาดเพิ่มขึ้นถึง 36 เท่า อัตราสินทรัพย์ต่อหนี้สินกลับลดลงกว่าร้อยละกว่า 30 ควรจะกล่าว่า การดำเนินทางธุรกิจอยู่ในภาวะที่แข็งแรง ขณะเดียวกัน การกู้เงินธนาคารของไฮเซนส์มีเพียง 400 กว่าล้านเท่านั้น จึงทำให้ช่องว่างในการพัฒนาต่อไปยังมีอีกมาก

หากบริษัทหนึ่งลำพังเพียงแต่เปลี่ยนแปลงจากกิจการขนาดเล็ก ขึ้นมาเป็นกิจการขนาดใหญ่นั้น ไม่ใช่ความสามารถหากแต่ว่า ในกระบวน การการเปลี่ยนแปลงใหญ่ขึ้นมานั้น สุดท้ายแล้วจะต้องเหลือช่วงว่างสำหรับการพัฒนาต่อไป จึงถือว่าเป็นฝีมืออย่างแท้จริง

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Post a Comment

*

Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.