สมาคมอั้งยี่ (洪门)- สมาคมลับอิทธิพลมืด?
Posted by admin on
April 19, 2009
คำว่าอั้งยี่สำหรับคนไทยนั้น ถือเป็นคำที่น่ากลัว น่าเกลียดน่าชัง เพราะว่าหากใครโดนข้อหา “มีการกระทำอันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร” (จะสังเกตว่า บ้านเรามักจะนำคำว่าอั้งยี่รวมกับซ่องโจร) ถือเป็นโทษร้ายแรงที่อาจถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิตกันเลยทีเดียว ทำไมคำว่าอั้งยี่จึงดูเลวร้ายและร้ายแรงถึงเพียงนั้น ผมเคยสงสัยและพยายามค้นหาคำตอบก็ไม่สามารถหาคำตอบที่กระจ่างชัดเจนได้ ได้แต่เดาว่า อั้งยี่นั้น อั้ง น่าจะมาจากภาษาแต่จิ๋วคำว่า “อั่ง” หรือ “แดง” แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า สมาคมลับที่ว่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะข้อมูลฝ่ายไทยที่สามารถสืบค้นมาได้ ก็เป็นเพียงข้อมูลที่เป็น “ผล” แล้ว และมักจะกล่าวเพียงว่า เป็นสมาคมลับของชาวจีนที่เดิมมีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อช่วยเหลือชาวจีนด้วยกัน แต่ตอนหลังไร้กฎระเบียบ มีการยกพวกฆ่ากันเอง มีการค้าของเถื่อน……
แต่ข้อมูลที่กระจ่างผมกลับได้มาจากฝั่งจีน และสื่อต่างๆของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศต่างๆทั่วโลก สื่อเหล่านั้นได้ให้ข้อมูลทั้งเหตุและผล ผมถึงเริ่มเข้าใจสมาคมนี้มากยิ่งขึ้น สมาคมนี้ในภาษาจีนใช้ว่า “หงเหมิน 洪门” และมีอยู่คู่กับชาวจีนชาวจีนทุกแห่งในประเทศต่างๆทั่วโลก
ที่มาของสมาคมอั้งยี่ (洪门的来源)
ขออนุญาตให้คำว่าหงเหมินแทนคำว่าอั้งยี่ที่คนไทยคุ้นเคย เพราะจะได้ประติดประต่อประวัติศาสตร์ได้ลื่นไหลดียิ่งขึ้น หงเหมินมีการก่อกำเนิดตั้งแต่ปลายรางวงศ์หมิง (明朝)ต้นราชวงศ์ชิง (清朝)เป็นองค์กรลับที่ตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโค่นล้มชิงและฟื้นฟูหมิง เนื่องจากผู้ปกครองประเทศจีนในราชวงศ์ชิงเป็นชาวแมนจู (满洲) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่โค้นล้มราชวงศ์หมิงอันเป็นของชาวฮั่น (汉)องค์กรนี้เป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปว่า “สมาคมฟ้าดิน 天地会” เหตุที่ใช้ชื่อว่า 洪门 กล่าวกันว่า 洪门 ก็หมายถึง 汉门 (ฮั่นเหมิน หรือประตูชาวฮั่น) โดยคำว่าฮั่นในภาษาจีนแบบเดิม 漢 ตัดส่วนตรงกลาง คือ 中,土 (สองคำนี้รวมความหมายถึงแผ่นดินตงหงวน 中原 หรือแผ่นดินจีน การตัดออกก็เปรียบเสมือนว่าแผ่นดินจีนที่ถูกชนกลุ่มน้อยชิงไป) แต่บ้างก็ว่ามากจากชื่อเรียกปีศักราชของราชวงศ์หมิง คือ 洪武 (หงอู่ปีที่ 1 ก็คือปีที่จูหยวนจางขึ้นครองราชย์สถาปนาราชวงศ์หมิง) และก็ยังมีอีกหลายตำนานเล่าขานเกี่ยวกับที่มาของชื่อสมาคม แต่ไม่ขอยกมากล่าวทั้งหมด
ต่อมาองค์กรนี้ก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสมาคมทางสังคม และได้แพร่กระจายสู่ประเทศต่างๆในเอเชียที่มีชาวจีนอพยพออกไป และแปรวัตถุประสงค์เป็นการช่วยเหลือกันในหมู่ชาวจีนทีอพยพออกนอกประเทศด้วยกัน โดยทางสมาคมจะมี “กฎเหล็ก” ที่สมาชิกทุกคนจะต้องถือปฏิบัติ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ของกฎเหล็กทั้ง 36 ข้อนั้น จะเน้นความเป็นภราดรภาพ มิตรภาพ อย่างเช่นข้อแรกนั้นกล่าวว่า “สมาชิกทุกคนเมื่อเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว ให้ถือว่า บิดามารดาของผองสมาชิกก็คือบิดามารดาของเรา พี่น้องของสมาชิกก็คือพี่น้องของเรา ภรรยาของสมาชิกคืออาซ้อของเรา ลูกหลานของสมาชิกคือลูกหลานของเรา หากใครละเมิดกฎก็จะต้องถูกทำลาย”
ในข้อที่สองกล่าวว่า “บิดามารดาพี่น้องของผองสมาชิก เมื่อยามแก่เฒ่า หรือเสียชีวิต หากไม่มีเงินทำศพ ให้หมู่สมาชิกกระจายข่าวเพื่อให้ความช่วยเหลือ ใครมีเงินออกเงิน ใครไม่มีเงินออกแรง หากใครทราบแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ผู้นั้นจะต้องถูกทำลาย”
ข้อสามคือ “หมู่ผองสมาชิกสมาคมหงเมิน ไม่ว่าจะมาจากพื้นที่มณฑลใด เมื่ออพยพอยู่ต่างแดน จะต้องมีที่พักและอาหารสองมื้อ หากใครทำเพิกเฉย ถือปฏิบัติต่อสมาชิกดั่งบุคคลอื่น ก็จะต้องตายด้วยพันหมื่นมีดดาบ”
ข้อ 16 คือ “ทรัพย์สินเงินทองของพี่ต้อง มียืมต้องมีคืน หากใครคิดคด จะต้องตายสถานเดียว ”
ข้อ 18 “หากถูกทางการจับกุม ใครทำผิดต้องรับผิดเอง ห้ามโกรธแค้นให้ร้ายพี่น้อง หากใครฝ่าฝืน ต้องตายสถานเดียว”
จะเห็นว่า กฎแต่ละข้อนอกจากจะเน้นให้ความช่วยเหลือกันในหมู่คนจีนด้วยกันแล้ว บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนั้นรุนแรงมาก คือตายสถานเดียว
สำหรับสมาคมหงเมินในเอเชียอาคเนย์นั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่สิงคโปร์ นอกนั้นในประเทศต่างๆจะกระจัดกระจายตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ เช่นในปีนัง ประเทศมาเลเซีย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย บางกอกในประเทศสยาม นอกนั้นในประเทศอื่นๆ เช่นในมาเก๊า ไต้หวัน นิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซาสฟราสซิสโก ประเทศอเมริกา และในยุโรปเป็นต้น
การปฏิวัติของ ดร.ซุน ยัด เซียน กับสมาคมหงเมิน
หากจะกล่าวว่า การปฏิวัติของ ดร.ซุนจงซาน (孙中山) หรือซุนยัดเซียนที่คนไทยรู้จัก ไม่อาจประสบความสำเร็จได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือของสมาคมหงเมิน จนดร.ซุนถึงกับกล่าวยกย่องชาวจีนโพ้นทะเลว่า 华侨为革命之母 หรือชาวจีนโพ้นทะเลคือมารดาแห่งการปฏิวัติ อันหมายถึงว่า ชาวจีนโพ้นทะเลคือกำลังสำคัญในการปฏิวัติของท่าน ในช่วงที่ดร.ซุน ก่อการเพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิงนั้น ท่านได้เดินทางพบปะชาวจีนในประเทศต่างๆ ตั้งแต่ประเทศอเมริกัน อันเป็นถิ่นเกิดของท่าน และการพบปะชาวจีนในแต่ละประเทศนั้น สมาคมหงเหมินคือตัวจักรสำคัญในการรวมกำลังชาวจีนในแต่ละประเทศ สำหรับในเอเชียอาคเนย์นั้น ในปี 1908 (สำหรับปีที่เดินทางมานั้น มีการกล่าวแตกต่างกัน เช่นบ้างก็ว่าปี 1903 บ้างก็ว่าปี 1907) ท่านได้เดินทางมาจากสิงคโปร์มาสยาม โดยพบปะกับชาวจีนในเยาวราชเพื่อระดมทุน และเผยแพร่แนวคิดการปฏิวัติ โดยท่านพักอยู่แถวเยาวราชเป็นเวลาสิบกว่าวัน และได้ปราศรัยใหญ่ที่บริเวณสี่แยกราชวงศ์ (บริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมใต้ฟ้าในปัจจุบัน) เช่นกัน บทบาทสำคัญในการประสานกับคนจีนก็คือสมาคมหงเหมินหรือ สมาคมอั้งยี่นั่นเอง จนสามารถก่อกระแสรักชาติในหมู่ชาวจีน และได้ร่วมกันบริจาคจนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ (สำหรับรายละเอียดการเดินทางมาสยามของดร.ซุนนั้น อ่านได้ในหัวข้อ ดร.ซุนยัดเซ็นกับการเคลื่อนไหวปฏิวัติในสยาม – 孙中山在暹罗之革命活动)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น สมาคมหงเมินคือกำลังสำคัญในการร่วมกับรัฐบาลจีนในการต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และเมื่อกองทัพญี่ปุ่นเข้าสูงเอเชียบูรพา สมาชิกสมาคมหงเหมินในประเทศต่างๆก็ได้ลุกขึ้นมาต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น โดยได้สร้างวีรกรรมไว้ในประเทศต่างๆ จนเมื่อสงครามโลกสิ้นสุด ประเทศจีนกลายเป็นหนึ่งในห้าประเทศมหาอำนาจของโลก ชาวจีนเหล่านี้เริ่มรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชนชาติจีนที่ถูกกดขี่ และอ่อนแอมาหลายร้อยปี ภารกิจของพวกเขาจึงเปลี่ยนเป้าเป็นช่วยกันร่วมกันสร้างประเทศชาติจีนขึ้นมาใหม่ โดยการส่งเงินส่งทองกลับประเทศเพื่อบูรณะประเทศ
ในวันที่ 10 ตุลาคม ปี 1925 มีการจัดการประชุมสมาคมหงเหมินโลกครั้งที่ 4 ที่ซานฟราสซิสโก โดยในทีประชุมมีการตกลงเห็นพ้องให้แปรเปลี่ยนสมาคมหงเหมินให้เป็นพรรคการเมืองของชาวจีนโพ้นทะเล โดยใช้ชื่อพรรคว่า 中国致公党 จงกั๋วจื้อกงด่าง หรือ China Public Interest Party หรือพรรคผลประโยชน์สาธารณะประเทศจีน โดยมุ่งเน้นปกป้องสิทธิและผลประโยชน์แห่งชาติชาติจีน ความเป็นอิสระและความเข้มแข็งของชนชาติจีน ต่อต้านสงคราม ในเดือนพฤษภาคม 1945 จัดการประชุมตัวแทนพรรคครั้งที่สามที่ฮ่องกง พรรค China Public Interest Party ได้รับการยอมรับจากผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ให้ร่วมกันพัฒนาชาติ โดยให้พรรค China Public Interest Party มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าในกับชาวจีนโพ้นทะเล สร้างสายสัมพันธ์ ร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม และการรวมเป็นหนึ่งเดียวของประเทศจีน ในปัจจุบัน พรรค China Public Interest Party ยังมีองค์กรจัดตั้งกระจัดกระจายตามเมืองและมณฑลต่างๆในประเทศจีน อาทิเช่นเป่ยจิงหรือปักกิ่ง (北京) ซ่างไห่หรือเซี่ยงไฮ้ (上海) เทียนจิน หรือเทียนสิน (天津) ฉงชิ่ง (重庆) กว่างตง (广东) กว่างซี (广西) ฟูเจี้ยน (福建) หยุนหนัน (云南) สื้อชวนหรือเสฉวน (四川) เจียงซู (江苏) เจ้อเจียง (浙江) เหลียวหนิง (辽宁) หูหนัน (湖南) อันเหวย (安徽) ซันตง (山东) ไห่หนันหรือไหหลำ (海南) กุ้ยโจว (贵州) ซีอัน (西安) และอู่ฮั่น (武汉) เป็นต้น
สมาคมหงเหมินในปัจจุบัน
ในวันที่ 28 กรกฎาคม ปี 1992 มีการประชุมหงเหมินโลก (คงเป็นสมาคม ไม่ใช่พรรคการเมือง) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีสมาชิกจากสมาคมหงเหมินประเทศต่างๆกว่า 100 กันได้จัดฟอรั่มขึ้น และภายหลังได้ประกาศจัดตั้งสมาชิกหงเหมินโลก โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ในฮอนโนลูลู มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา
หมายเหตุ การที่ประเทศไทยถือว่าสมาคมหงเหมินหรือสมาคมอั้งยี่เป็นองค์กรนอกกฎหมาย สาเหตุหนึ่งอาจเนื่องมาจากการแปรเปลี่ยนสมาคมเป็นพรรคการเมือง และประเด็นสำคัญคือเป็นพรรคที่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งสมัยนั้น รัฐไทยเลือกที่จะขอตามก้นสหรัฐอเมริกา และอยู่ข้างเดียวกับจักรวรรดิญี่ปุ่น การนำเอาเหตุผลการไม่เป็นระเบียนและเข่นฆ่าระหว่างกัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเหตุผลที่เกิดขึ้นจริง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายรัฐในสมัยนั้น เพื่อเป็นข้ออ้างในการปราบปราม ดังนั้น เหตุผลที่แท้จริง พวกเราจึงไม่เคยได้ยินได้เห็น มีแต่คำบอกเล่าที่ออกมาจากการกลั่นกรองของฝ่ายรัฐไปแล้วเท่านั้น
Related posts:
- ดร.ซุนยัดเซ็นกับการเคลื่อนไหวปฏิวัติในสยาม (孙中山在暹罗之革命活动) ดร.ซุนยัดเซ็น หรือ ซุนจงซัน (孙中山)ตามสำเนียงภาษาจีนกลาง (ต่อไปนี้จะขออนุญาตเรียกดร.ซุนจงซันแทนซุนยัดเซ็นที่คนไทยคุ้นเคย โดยคำว่ายัดเซ็น หรือมาจากภาษาจีนว่า ยี่เซียน逸仙) ในช่วงที่ท่านก่อการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิงนั้น ท่านต้องหนีออกนอกประเทศเป็นระยะเวลาหลายปี...
- โฉมหน้าประวัติศาสตร์ที่แท้จริง เบื้องหลังเหตุการณ์นองเลือดที่เยาวราช (泰国唐人街事件的真面目) เหตุการณ์นองเลือดที่ถนนเยาวราชเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 2488 สำหรับลูกหลานจีนรุ่นพวกเราคงมีน้อยคนที่จะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น หากจะรู้บ้างก็คงจะเป็นข้อมูลจากทางการไทย ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลของทางการไทยก็ต้องกล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากการก่อความวุ่นวายของชาวจีนเอง ทั้งที่ความจริงนั้นหาได้เป็นเช่นนั้นไม่...
- ชาวจีนและอั้งยี่ภูเก็ต (普吉华人与红字派) ภูเก็ตเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์จนได้รับการขนานนามว่า เกาะเงิน เกาะทอง และเป็นที่หมายตาของพวกฝรั่งนักล่าอาณานิคมทั้งหลายที่พร้อมจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ทั้งใต้แผ่นดินและผืนน้ำแห่งนี้ สำหรับชาวจีนนั้นได้อพยพเข้ามาอยู่ภูเก็ตตั้งแต่ยังเป็นเกาะที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อเข้ามาแผ้วถางทำกิน ราวรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ภูเก็ตก็เริ่มมีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว ในปี...





































One Response to “สมาคมอั้งยี่ (洪门)- สมาคมลับอิทธิพลมืด?”
เผยแพร่อังยี่
By สมรินท์ on Jul 3, 2009