รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลอึ้ง (黄 แซ่หวัง หรือ แซ่ว่อง)
Posted by admin on
June 30, 2010
แซ่อึ้ง แซ่อึ๊ง แซ่หวัง หรือในภาษาจีนคือ 黄 (huáng)หมายถึงสีเหลือง เป็นตระกูลที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ในจีนแผ่นดินใหญ่ และคิดเป็นจำนวนประชากรของจีนทั้งประเทศถึง 19% และส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลกวางตุ้งมากที่สุด และเมื่อเทียบจำนวนประชากรของแซ่คนจีนทั้งหมดแล้ว ตระกูลหวังจัดอยู่ในอันดับท๊อปเท็นของแซ่ทั้งหมด ดังนั้น ในประเทศไทยมีชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีต้นกำเนิดจากตระกูลหวังจึงมีไม่น้อย สาเหตุเพราะว่า ชาวจีน โดยเฉพาะจีนแต้จิ๋วล้วนมีบ้านเกิดมาจากมณฑลกวางตุ้งอันเป็นถิ่นที่มีชาวตระกูลหวังมากที่สุดนั่นเอง
ความจริงการออกเสียง “หวัง” นั้นไม่ถูกต้อง เพราะจะไปซ้ำกับแซ่เฮ้ง หรือ 王 (三画王หรือสามขีดหวัง ส่วน 黄 เราเรียก 大肚黄หรือหวังพุงโต) ในพินอินนั้นออกเสียง huáng หรือ “ฮว๋วง” แต่เนื่องจากเราไม่คุ้นการสะกดเช่นนี้ในหลักภาษาไทย เราจึงอนุโลมออกเสียงเป็น “หวง” แทน แต่สาเหตุที่เรายังใช้คำว่า หวัง เพราะเรียกตามความคุ้นเคยของเจ้าของแซ่เอง ซึ่งเป็นการออกเสียงตามสำเนียงของคนจีนทางใต้ที่อาจผิดเพี้ยนจากสำเนียงปักกิ่งซึ่งถือเป็นการออกเสียงที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ
ความเป็นมาของตระกูลหวง
หากจะขุดให้ถึงรากเหง้าของตระกูลหวง (黄)จริงๆ คงต้องย้อนยุคไปถึงยุคสมัยมนุษย์โบราณตามคำบันทึกประวัติศาสตร์ยุคโบราณ 《古本竹书纪年》ว่า ในสมัยนั้น มนุษย์ต่างเผ่าต่างกลุ่มอยู่รวมกันเป็นสังคมย่อยตามความเชื่อของแต่ละเผ่า ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ในยุคนั้น มี 9 เผ่า หรือ 九夷 ที่รุ่งเรืองที่สุด โดยหนึ่งในเก้าเผ่านั้นคือ 黄夷 หรือเผ่าหวง อันเป็นรากเหง้าต้นตระกูลหวงที่เก่าแก่ที่สุด เผ่าหวงได้ชื่อเผ่ามาจากการบูชานกสีเหลือง ซึ่งเป็นนกที่มีขนสวยงาม ตัวเล็กคล่องแคล่ว เสียงร้องกังวานสดใส ด้วยการที่ชื่นชอบนกประเภทนี้ จึงนำมาบูชา และตอนหลังนำมาเป็นสัญญาลักษณ์ประจำเผ่า ถิ่นกำหนดที่ว่านั้น คือดินแดนด้านตะวันออกของมองโกเลียใน ตอนหลังจึงมีการอพยพไปในดินแดนต่างๆ เข้าสู่ดินแดนภาคกลาง (中原หรือตงหงวน) และลงสู่ทางใต้
ส่วนที่มาของตระกูลหวง สามารถแยกออกได้หลายสายเหมือนกับแซ่อื่นๆของจีน ดังนี้
1. มาจากแซ่หยิง (赢)โดยตระกูลหยิง (赢)ได้รับพระราชทานจากซุ่นตี้ (舜帝หนึ่งในห้ากษัตริย์ยุคโบราณของจีน) เนื่องจากเป๋อยี่ 伯益 หัวหน้า
เผ่าตงหยีที่ทำความดีความชอบในด้านการสร้างระบบชลประทาน ตอนหลังป๋อยี่ 伯益 มีลูกหลานแตกออกเป็น 14 สายหรือ 14 ตระกูล เช่นตระกูลเหลียง จ้าว หวง เจียง ฉิน เป็นต้น ตอนหลังตระกูลหวงได้ก่อตั้งแคว้นหวง (黄国 อยู่ระหว่างปีก่อนค.ศ. 2148 – ก่อนค.ศ. 648)ของตัวเองขึ้นมาในยุคปลายราชวงศ์ซาง (商)ต้นราชวงศ์โจว (周)และล่มสลายในยุคชุนชิว (春秋)เมื่อแคว้นฉู่ (楚国)ขยายอิทธิพลรวบรวมทุกแคว้นเข้าด้วยกัน คงมีแคว้นหวง(黄国)กับแคว้นสุย (随国)ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านแคว้นฉู่อย่างห้าวหาญ แต่สุดท้ายก็ล่มสลาย ลูกหลานตระกูลหยิงในแคว้นหวงจึงเปลี่ยนแซ่ตัวเองตามชื่อแคว้นหวง
สำหรับการใช้ชื่อแคว้นมาเป็นแซ่นั้น ยังมีแยกย่อยออกเป็นอีกสาย คือสายที่เป็นลูกหลานของตระกูลจินเทียน (金天) ก็ใช้ชื่อแคว้นเป็นแซ่ตัวเองหลังจากที่แคว้นหวงล่มสลาย
2. มาจากแซ่อื่นที่เปลี่ยนมาใช้แซ่หวง คือ แซ่หวาง หรือ แซ่เฮง 王、แซ่ลู่ 陆、แซ่อู๋ 巫、แซ่อู๋ หรือ แซ่โง้ว吴、แซ่จิน หรือ แซ่กิม 金、แซ่ฟ่าน 范、แซ่ติง 丁
3. มาจากชนชาติหุย (回族)หรือชนชาติที่เป็นมุสลิมของจีน ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็นสองสาย
3.1 ในสมัยราชวงศ์หยวน (元朝)ชนกลุ่มน้อยชาวหุยที่เเมืองฉวนโจว (泉州市) มณฑลฝูเจี้ยน (福建)ที่เดิมใช้แซ่ผู (蒲)ต้องการหลบหนีการตามฆ่า จึงเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่หวง แต่เนื่องด้วยความไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยน ตอนแรกจึงใช่แซ่ผู “莆” เพราะออกเสียงเหมือนกับ 蒲 อันเป็นแซ่เดิมของตัวเอง ตอนหลังถูกทางการจับได้ จึงเติมขีดข้างล่างอีก 2 ขีด จึงหลายเป็น 黄 หรือหวง
3.2 สมัยราชวงศ์หยวนเช่นกัน คนในตระกูลหวงแต่งงานกับหญิงชาวอาหรับ ตอนหลังลูกหลานหันไปนับถือศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่หวง ซึ่งชาวมุสลิมหุยในปัจจุบันกระจายอยู่ตามมณฑลฝูเจี้ยน สื้อชวนหรือเสฉวน และเหอหนาน
การอพยพของตระกูลหวง
ลูกหลานตระกูลหวงนับตั้งแต่ถิ่นกำหนดดั้งเดิมในมองโกเลียนใน มีการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานกันทุกยุคทุกสมัย จนเมื่อปลายราชวงศ์หมิง (明朝)ถึงต้นราชวงศ์ชิง (清朝)ลูกหลานตระกูลหวงจำนวนมากพากันอพยพไปตั้งรกรากใหม่ที่เกาะไต้หวัน จนกลายเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ในไต้หวัน ดังคำพูดที่พูดกันติดปากในไต้หวันว่า “(ตระกูล)เฉินหลินครึ่งประเทศ หวงเจิ้งกระจายทุกที่”และตอนหลังก็มีการอพยพลงมาทางแถบเอเชียอาคเนย์ ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา แต่ที่ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ก็คือ ลูกหลานตระกูลหวงมีการอพยพเข้าไปประเทศเวียดนามหลังจากแคว้นหวงล่มสลายได้ไม่นาน หรือสองพันหกร้อยกว่าปีก่อน เนื่องจากถูกแคว้นฉู่ไล่ล่า จึงพากันอพยพลงใต้จนเข้าไปในเวียดนามจำนวนมาก สำหรับในประเทศไทยนั้น ตระกูลหวงถือเป็นคนจีนกลุ่มแรกๆที่อพยพเข้ามา และมีจำนวนประชากรสูงสุดเมื่อเทียบกับตระกูลแซ่อื่นๆ
ตระกูลหวงในประเทศไทย
ลูกหลานแซ่อึ้ง แซ่หวัง หรือแซ่ว่องในประเทศไทย มีการใช้นามสกุลออกเสียงต่างๆกัน เช่น
ใช้เสียง หวัง นำหน้านามสกุล เช่น หวังวัฒนานุกุล หวังพิชิต หวังสาธิต ฯลฯ
ใช้เสียง ว่อง นำหน้านามสกุล เช่น ว่องปรีชา ว่องวานิช ว่องวิวรรธน์ ว่องชาญกิจ ฯลฯ
ใช้เสียง วงศ์ นำหน้านามสกุล เช่น วงศ์แจ่มเจริญ วงศ์วัชรมงคล วงศ์แสงทิพย์ ฯลฯ
ใช้ความหมายของแซ่เป็นนามสกุล เช่น เหลืองอมรเลิศ เหลืองสุวรรณ ฯลฯ






































24 Responses to “รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลอึ้ง (黄 แซ่หวัง หรือ แซ่ว่อง)”
ย้อนไปถึงยุคมนุษย์ถ้ำ!!!ตั้งแต่มนุษย์เริ่มวิวัฒนการเป็นโฮโมเซเปียน!!คนแซ่หวงต้องเคยล่าแมมมอทแหงมๆ แถมยังอาจเป็นญาติกับมนุษย์เยติด้วย!
ล้อเล่นนะครับ ผมก็แซ่หวงเหมือนกัน
By หัวเฉียว on Jul 2, 2010
แซ่อึ้งครับ จำได้อย่างเดียวตอนเด็กๆก๋งขายไข่อาป๊าทำพืชไร่ แต่ท่านไม่ค่อยชอบเมืองไทยเท่าไหร่ ตอนนี้พาพวกผมกับน้องๆย้ายมาอเมริกาเกือบหมดแล้วครับ มาเรียนที่อเมริกากันหมด น้องสาวเปิดสำนักงานตรวจสอบบัญชี เรียนทุนรัฐบาลอเมริกาตลอด อันนี้ต้องยอมรับเรื่องสายพันธ์หัวดีกันทุกคน ห้าๆๆๆ
อ้อ ยังใช้แซ่อยู่เลยยังไงก็ไม่เปลี่ยน คิดถึงปู่หน่ะครับถ้าจะเปลี่ยน
By แซ่อึ้งfamily on Mar 30, 2011
แซ่อึ้งfamily ยินดีที่รู้จักครับ ผมว่าจะเปลี่ยนกลับไปใช่แซ่เหมือนเดิม เพราะฝรั่ง แขก ญี่ปุ่น เกาหลี ล้วนมีแซ่ นามสกุลบ่งบอกรากเหง้าตัวเอง
By admin on Mar 30, 2011
ยินดีมากเช่นกันครับadmin ลูกคนจีนพ้นทะเล ตอนนั้นรู้สีกกระแสเหยีอดๆคนใช้แซ่เหมื่อนกัน แต่ยังไงก็ไม่เปลี่ยนครับ เปลี่ยนไม่ลงจริงๆ ก๋งทิ้งไว้ให้ ครอบครัวตั้งรกรากมั่นคงแล้วเพราะความขยันของทุกคนในบ้านเลยครับ ไว้ว่าจะอยู่ที่เราไม่เคยอดจริงๆ ตอนนี้ก็ได้สัญชาติอเมริกากันเกือบหมด เราก็ไปๆมาระหว่างไทย อเมริกา เพราะคำสั่งสอนของบรรพบุรุษอย่างเดียวจริงๆ
By แซ่อี้งfamily on Mar 30, 2011
ปล อาป๊าเป็นแต้จิ๊วแซ่อี้งจริงๆครับ อยากได้ตราประจำตระกลูมาก ส่วนแม่ผมเป็นจีนแคระ แซ่เจี่ย(อันนี้หาอ่านจากadmimไม่เจอ)ส่วนตัวรู้สีกว่าจีนแคระทางแม่จะปรับได้เข้ากับสภาพแวดล้อม(เข้ากับคนไทยเชื้อสายไทย)ได้ง่ายและเร็ว ทั่งกลมกลืน มากกว่า คนแต้จิ๋วนะครับ เพราะเคยก๋งแต๋จิ่วบ่นทุกวันไม่ชอบนิสัยคนไทย แต่ย่านจีนแคระทั่งย่านไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องปรับตัวเท่าไหร่ กลมกลืนไปหมด ต่างกับแต้จิ๋วมาก
By แซ่อี้งfamily on Mar 30, 2011
ที่หาในเว็บผมไม่เจอ ปัญหาคือ ผมไม่รู้ภาษาอื่นครับ ส่วนที่พอรู้ก็ยึดตามสำเนียงแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันส่วนใหญ่โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ
เจี่ย น่าจะมาจากคำว่า 谢 ครับ
By admin on Mar 30, 2011
แม่หนูก็แซ่อึ้งเหมือนกัน….
By pat on May 9, 2011
แซ่อึ้งเหมือนกันค่ะ ไปฮ่องกง เค้าเรียก คุณหนูหว่องค่ะ
By moo on Jun 6, 2011
ดีใจค่ะที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ทำให้ความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งรู้สึกภูมิใจและปลื้มปิติที่ได้เกิดมาในตระกูล/แซ่อึ้ง และอยากจะบอกเล่าว่าได้พบปะและคบค้ากับคนในตระกูลเดียวกันมาประมาณ 1-2เดือนคุยกันไปคุยกันมาหยิบยื่นน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกันท่ีไหนได้ทีถามแซ่จึงรู้ว่าเป็นคนแซ่เดียวกันคราวนี้ยิ่งซี้ปึ้กกว่าเดิม มิน่าเล่าถึงได้แค่มองหน้าก็ต้องอัธยาศัยแล้ว ยินดีที่ได้ postผ่านบนเว็บค่ะและได้คุยกับคนตระกูลเดียวกัน เซี้ยะ เซี้ยะ
By หม่วย on Sep 14, 2011
ต้องการบทความ รากเง้าลูกมังกร
By ning on Oct 6, 2011
หนูก็แซ่อึ๊ง ก๋งหนูมาอยู่เมืองไทยใช้แซ่อึ๊งทั้งบ้านแต่มีคนเริ่มเปลี่ยนแล้วแต่ครอบครัวหนูไม่เปลี่ยนเตี่ยหนูคิดถึงก๋งน่ะคะ
By ิbow-sae-aung@hotmail.com on Nov 13, 2011
ตอบคุณ bow
เห็นด้วยที่จะคงแซ่ไว้แทนที่จะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลครับ เพราะทุกวันนี้ลูกหลานจีนจะเจอปัญหาไม่รู้แซ่เดิมของบรรพชนคืออะไร ในขณะที่ชนชาวอื่น อย่างฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น แขก ต่างยังคงใช้นามสกุลตัวเอง ส่วนตัวผมเองก็กำลังพิจารณากลับไปใช้แซ่เหมือนเดิม
By admin on Nov 14, 2011
ขอบคุณนะคะ อยากทราบว่าอาก๋งมาจากไหนเป็นใคร แกเสียสมัยเด็กๆ อาม่าก็เสีย เราก็เพิ่งจะมาอยากค้นหา เกิดมาแซ่อึ้ง เีตี่ยกับแม่อยากให้ลูกรับราชการก็เลยเปลี่ยนมาใช้นามสกุลไทย born in 60s แต่ลงท้ายมิมีใครรับราชการ แถมไปมีสามีอังกฤษ อยากเปลี่ยนกลับแต่แม่ไม่เห็นด้วย ไม่อยากขัดใจ
By แซ่อึ้ง๐๖ on Nov 30, 2011
ตอบคุณแซ่อึ้ง๐๖
ทางเราคงตอบได้เฉพาะแต่ละแซ่ตระกูลมีต้นกำเนิดมาจากไหนเท่านั้น ส่วนกรณีของคุณนั้น น่าจะถามจากญาติผู่้ใหญ่ หรือไม่ก็ดูข้อมูลจากป้ายสุสารที่อาจมีจารึกไว้ เพราะโดยธรรมเนียมจีน มักจะจารึกถิ่นกำหนิด วันเดือนปีเกิด ชื่อพ่อ-แม่ ถ้าอ่านไม่ออกก็ถ่ายรูปไว้นำไปถามผู้รู้ครับ
By admin on Nov 30, 2011
แล้วแซ่เอ็ง อยู่ในแซ่อะไรครับ
By อยากรู้ครับ on Apr 24, 2012
ผมก็ลูกหลาน “แซ่อึ้ง” ครับ ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ “เหลืองวัฒนะ” ครับ
พ่อเล่าให้ฟังแค่ว่า ก๊ง มาจากเมื่อจีน ขึ้นเรือที่ชลบุรี อ่ะครับ
ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
By แจ็ค on Jun 1, 2012
ผม ตระกูล จู หรือ แซ่จู ผมขอท่านผู้รู้ช่วย แนะนำ หาประวัติถิ่นกำเนิด และที่มา ให้ผมด้วยครับ
ผมหาไม่เจอครับ ขอบคุณครับ
chalitpro@gmail.com
By ชลิต จงภัทรากุล on Jul 6, 2012
สวัสดีครับ ผม ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่านามสกุลของแม่มาจากไหนลองถามแม่ดูว่า นามสกุลได้มาจากไหนแม่บอกว่าได้จากตา ตอนแรกตานามสกุลแซ่อึ้ง แล้วได้นามสกุลพระราชทานจากจอมพลป พิบูลสงครามเลยเปลี่ยนมาเป็นมังกรชัย เลยสงสัยว่า แซ่อึ้งแปลว่าอะไรจึงลองหาดูแล้วก็เจอ ถึงว่า ทำไมหน้่ามีเชื้อสายจีนทีี่แท้ได้มาจากตานี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ ทาญาติ แซ่อึ้ง
By pavit on Aug 19, 2012
ตอบชลิต จงภัทรากุล
ผมไม่แน่ใจว่า จู ของคุณนี่เป็นการออกเสียงตามภาษาจีนกลางหรือภาษาอื่น เพราะเห็นนามสกุลใช้ จง
ถ้าเป็นจู ตามภาษาจีนกลางก็คือ 朱 ซึ่งเป็นแซ่เดียวกับจูหยวนจาง ผู้นำการโค่นลบราชวงศ์หยวนของชนเผ่ามองโกลที่ปกครองจีนและก่อตั้งเป็นราชวงศ์หมิงของชาวฮั่น ก่อนที่จะถูกพวกแมนจูโค่นลมและตั้งเป็นราชวงศ์ชิงในอีกหลายร้อยปีต่อมา
แต่ถ้าเป็นจง ก็ต้องเป็น 钟 ครับ
รบกวนตรวจสอบให้แน่ชัด หากต้องการรายละเอียดที่มาของตระกูล แล้วจะมาแจ้งให้ฟังครับ
By admin on Aug 20, 2012
สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามค่ะ..เดิม..พ่อเล่าให้ฟังว่าตอนพ่อเด็กๆก๋งโล้สำเภามาจากเมืองจีน..ใช้แซ่อึ้ง ค่ะ แต่ตอนหลัง อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ มาเปลี่ยนให้ค่ะ(จากคำพ่อบอก)..ปัจจุบันใช้..จตุพรพิพัฒน์..อยากรู้ที่มาของบรรพบุรุษ แซ่อึ้งค่ะ..ขอบพระคุณมากค่ะ
By moowan on Oct 4, 2012
moowan
ต้นตระกูลก็มีที่มาตามรายละเอียดในบล็อกครับ
By admin on Oct 5, 2012
ดีคับ ยินดีที่ได้รู้จักยาด
By สุเทพ แซ่ว่อง on Jan 31, 2013
เวปนี้ถ้าพิมพ์ได้ หรือกอปปี้ได้ น่าจะเกิดผลดีแกส่วนรวมมากกว่า เพราะจะได้เผยแพร่บทความดีๆให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยที่มิได้ทำในเชิงธุรกิจ
และควรให้เกียรติแก่เจ้าของบทความด้วย
By 黄进高 on Mar 8, 2013
ขอบคุณสำหรับความเห็นอันมีค่าครับ ความจริงนั่นคือเจตนารมณ์ของเรา คือเผยแพร่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเราก็เคยเปิดอิสระในตอนแรก แต่น่าเสียดายยิ่งที่พวกเราหลายคนยังไม่รู้จักเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่น เริ่มต้นจากบทความเกี่ยวกับประวัติของเติ้งลี่จวิน (邓丽君) ที่ก็อปกันว่อนอินเทอร์เน็ต เมื่อท้วงติงไปยังพาลมาโกรธเสียอีก และบางรายก็ถึงกับคัดเอาบางบทความไปตีพิมพ์เป็นหนังสือขายโดยที่เจ้าของบทความไม่เคยได้รับการติดต่อหรือแม้แต่จะให้เครดิตแก่ผู้เขียนเลย
หากคิดว่าบทความเหล่านี้เป็นประโยชน์และอยากจะช่วยเผยแพร่ในเว็บไซต์ก็สามารถก๊อปปี้ลิงค์ (URL) ไปวางได้ครับ ส่วนคนที่ต้องการนำไปทำรายงานหรือประกอบการเรียนการสอนดังที่น้อง ๆ นักศึกษาและอาจารย์หลายสถาบันทำกัน หรือองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรอย่างพิพิธภัณฑ์ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น โดยขอมาเป็นลายลักษณ์อักษรมา ก็ยินดีให้นำไปเผยแพร่อยู่แล้ว และทางเรายินดีสนับสนุนด้วย เพียงแต่รังเกียจ”หัวขโมย”เลยทำให้ผู้ที่มีเจตนาบริสุทธิ์พลอยไม่ได้รับความสะดวก จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
By admin on Mar 10, 2013