เพลงจีนออนไลน์-线上音乐

จากเหตุนองเลือดที่แอลจีเรียถึงมาเฟียจีนที่ชินจูกุ

ชาวจีนในแอลจีเรียเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับชมข่าวจากทีวีดาวเทียมฟีนิกซ์ของฮ่องกงเกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือดที่ประเทศแอลจีเรียกับชาวบ้านในท้องถิ่น ทำให้เกิดแง่คิดต่างๆนานา ที่สำคัญคือ ชาวจีนที่อพยพออกไปหากินนอกประเทศในวันนี้กับเมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยรุ่นปู่ย่าของเรานั้น มันช่างแตกต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

ประเทศจีนทุกวันนี้แม้จะไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยระดับแนวหน้าของโลก แต่ก็เป็นประเทศเจ้าหนี้ของประเทศมหาเศรษฐีอย่างอเมริกา และเริ่มแผ่อิทธิพลด้านการค้า เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองสู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก พร้อมๆกับการแผ่ขยายอิทธิพลนี้ ชาวจีนก็เดินทางสู่ทุกภูมิภาคของโลกเพื่อทำมาหากินเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีแผ่นดินติดทะเล ที่นั่นจะต้องมีคนจีน” ซึ่งเป็นเป็นจริงดังกล่าว เพราะแม้แต่ประเทศแอลจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆที่ด้อยพัฒนาทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกาก็ยังมีชาวจีนเข้าไปทำมาหากินมากกว่า 30,000 คน ชาวจีนที่ออกไปหากินในต่างแดนในวันนี้ มีจำนวนมากไม่ได้เป็นระดับธุรกิจใหญ่โตเหมือนกับบริษัทข้ามชาติของทางตะวันตก แต่พวกนี้เป็นระดับธุรกิจขนาดย่อมหรือไปใช้แรงงานกับวิสาหกิจข้ามชาติจีนเสียส่วนใหญ่ จากที่เคยดูการให้สัมภาษณ์ พวกเขาไม่มีความรู้ทั้งภาษาอังกฤษ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภาษาถิ่นของประเทศนั้นๆ เรียกว่าไปด้วยใจอย่างเดียว ทุกอย่างตายเอาดาบหน้า เรียนรู้เอาข้างหน้า จนสร้างความร่ำรวยกลับมาไม่น้อย ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากชาวจีนอพยพรุ่นปู่ย่าของเรานัก

แต่สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นปู่ย่าของเราคือ เนื่องด้วยประเทศจีนวันนี้เป็นประเทศที่เข้มแข็ง มีกำลังพอที่จะต่อกรกับใครก็ได้โดยไม่ต้องก้มหัวเหมือนเมื่อสมัยก่อน ด้วยจุดนี้กระมัง อุปนิสัยของชาวจีนรุ่นปู่กับรุ่นปัจจุบันจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในสมัยรุ่นปู่ออกไปหากินด้วยความยากไร้ จึงมีนิสัยอ่อนโน้มถ่อมตน พยายามปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและทำตัวกลมกลืนกับชาวพื้นเมืองของประเทศที่ตนไปทำมาหากิน แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศแอลจีเรียนั้น มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์นองเลือดที่แอลจีเรียเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่อำเภอ Bab Ezzouar ซึ่งอยู่ชานเมืองด้านตะวันออกของเมืองหลวงกรุงแอลเกรียส์ (Algiers) โดยเกิดการปะทะกันระหว่างวัยรุ่นชาวจีนกับชาวแอลจีเรีย หลังเกิดเหตุการณ์ ชาวจีนถูกจับกุมไปสี่คน และร้านค้าตลอดจนทรัพย์สินชาวจีนได้รับความเสียหายจนต้องปิดทำการชั่วคราว เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใดนั้น จากการให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านท้องถิ่นกล่าวว่า พวกเขารู้สึกไม่พอใจที่ตั้งแต่ชาวจีนพวกนี้มาอยู่อาศัยแล้ว ทำลายวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง เนื่องชาวประเทศแอลจีเรียเป็นประเทศมุสลิม ชาวจีนพวกนี้พอปิดร้านตอนเย็นแล้วก็ตั้งโต๊ะนอกร้านนั่งกินเหล้าเฮฮาเสียงดัง และยังสวมใส่กางเกงขาสั้นหรือผู้ชายบางคนก็ถอดเสื้อ ซึ่งขัดกับวิถีปฏิบัติของชาวมุสลิม ในขณะนี้ชาวจีนทุกวันนี้ แทบจะไม่มีความเชื่อใดๆในด้านศาสนาเหลืออยู่ (โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่) แต่พวกเขาก็ไม่ยอมศึกษาวิถีชีวิต หรือให้การยอมรับและเคารพในแนวทางปฏิบัติของชาวบ้านท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของประเทศแต่อย่างใด

Shinjugu Incidentเมื่อดูข่าวชิ้นนี้จบแล้ว ทำให้ผมคิดถึงภาพยนตร์จีนเรื่อง Shinjugu Incident《新宿事件》 ที่อำนวยการสร้างและนำแสดงโดยเฮียจมูกโต เฉินหลง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่คล้ายๆกัน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สร้างจากเหตุการณ์ในช่วงประมาณปี 1998 -1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศจีนเพิ่งจะแง้มเปิดประตูประเทศ แต่ชาวจีนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการออกแสวงโชคที่ญี่ปุ่น จึงลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่า เมื่ออยู่ในประเทศเขาก็ต้องคอยหลบๆซ่อนๆ ทำงานในสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นไม่ต้องการ เช่นการคัดแยกขยะ การล้างท่อระบายน้ำ เป็นต้น สำหรับผู้หญิงที่หน้าตาดีหน่อยก็ขายบริการทางเพศ แน่นอนว่า การใช้ชีวิตลักษณะเช่นนี้ย่อมมีแรงกดดันสูง ไหนจะต้องถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองติดตาม ไหนจะต้องถูกมาเฟียท้องถิ่นเอาเปรียบ ความสุขที่พอมีก็คือ การสังสรรค์ในวันสำคัญต่างๆ เช่นวันตรุษจีน ด้วยการกินเหล้า ร้องรำทำเพลง แต่ก็จะสร้างความรำคาญกับข้างบ้านจนอาจถูกแจ้งความกับตำรวจได้

การใช้ชีวิตแบบตรงไปตรงมาเช่นนี้ย่อมเกิดความร่ำรวยยาก และที่สำคัญอยู่ในสังคมแบบเปิดเผยยาก หลังจากที่อาเจี๋ย เพื่อนที่มาจากบ้านเดียวกันกับเฉินหลงถูกมาเฟียทำร้าย จึงคิดหาทางแก้แค้น และก็บังเอิญได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับรองหัวหน้าแก๊งมาเฟียไตรแอด (Triad หรือ 三合会 ซึ่งเป็นแก๊งมาเฟียจีนที่กระจายอยู่ตามย่านคนจีนในประเทศต่างๆ) เพื่อร่วมมือกันโดยอาศัยเฉินหลงไปทำลายแก๊งมาเฟียคู่แข่ง เพื่อผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่ายแบบวิน-วิน หลังจากที่เฉินหลงสามารถทำตามภารกิจตามที่ตกลงได้ กลุ่มของเฉินหลงก็ได้เข้าครอบครองเขตอิทธิพลซึ่งเดิมเป็นของแก๊งมาเฟียไต้หวันมาอยู่ในความดูแล แต่เฉินหลงไม่ต้องการที่จะเดินตามแนวทางของแก๊งมาเฟีย ต้องการที่จะทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมา เนื่องจากได้รับเอกสารให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (โดยผ่านช่องทางของแก๊งมาเฟีย) จึงมอบหมายให้เพื่อนในกลุ่มช่วยกันดูแล ส่วนตัวเองก็ปลีกตัวไปทำธุรกิจรถแทรคเตอร์ตามที่ตนถนัดก่อนมาญี่ปุ่น แต่สุดท้ายพรรคพวกตัวเองก็ไม่อาจหลุดพ้นจากวังวนของมาเฟียได้ จนเกิดการปะทะระหว่างแก๊งมาเฟีย และการปราบปรามของทางการตำรวจ

สิ่งที่น่าคิดจากภาพยนตร์คือ คนที่มีความคิดแบบเฉินหลง (ผมถือว่าเป็นแนวคิดของคนจีนรุ่นเก่า เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐีชาวจีนในไทยมีไม่น้อยที่เริ่มต้นสร้างตัวจากสิ่งผิดกฎหมายจนร่ำรวยแล้ว ก็หันมาทำอาชีพที่สุจริตแทน) เพราะแนวคิดของคนจีนทุกวันนี้ คิดถึงแต่กอบโกยความร่ำรวยมั่งคั่ง เหมือนดั่งกรณีของชาวจีนที่ประเทศแอลจีเรีย โดยไม่สนใจกฎระเบียน ธรรมเนียมวิถีของชาวบ้านแม้แต่น้อย

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Shinjugu Incident นี้ (สำหรับชื่อภาษาไทยช่างมันเถอะ จะเป็นใหญ่….ฟัด….อะไรก็ช่าง) เป็นภาพยนตร์ที่ผมดูครั้งแรกที่เป็นฉบับภาษาจีนแล้วประทับใจมาก แต่ความประทับใจก็ถูกทำลายสิ้นเมื่อลองหันมาดูฉบับภาษาไทย เพราะความตั้งใจของเฉินหลงที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อต้องการที่จะยกระดับภาพยนตร์ของเอเชียที่สามารถสู้กับฮอลลิวูดได้ เขาจึงได้ทุ่มทุนถึง 1090 ล้านเหรียญฮ่องกง และใช้เวลาถึงเตรียมงานถึง 3 ปีและใช้เวลาสร้างตั้งแต่มิถุนายน 2007 มาเสร็จเมื่อมีนาคม 2008 โดยใช้สถานที่ถ่ายทำทั้งในประเทศจีน ญี่ปุ่น และมีคณะทำงานชาวญี่ปุ่น 100 กว่าคน รวมทั้งดาราแสดงด้วย ซึ่งคนที่ผมชอบมากที่สุดคือ Naoto Takenaka ที่แสดงเป็นนายตำรวจญี่ปุ่นที่เล่นได้เนียน ประทับใจ เนื้อเรื่องที่แฝงปรัชญาแนวคิดขงจื๋อที่บุญคุณต้องทดแทนได้น่าประทับใจมาก ในด้านความสมจริงของเรื่อง และบทบาทการแสดงนั้น ถือว่าทำได้ดีมาก แต่ก็มีบางจุดที่ไม่สมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นฉากที่เฉินหลงไปฆ่าหัวหน้าแก๊ง หรือตอนที่ตำรวจติดตามไปสถานที่พบปะของแก๊งมาเฟีย เป็นต้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเป็นถึงองค์กรมาเฟียระดับโลก แต่กลับไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยเสียเลย

โดยปรกติแล้ว ภาพยนตร์ของเฉินหลงจะเป็นแนวสนุก ทะเล้นนิดๆ ที่ดูได้ทั้งครอบครัว ไม่มีฉากเลิฟซีน ไม่มีฉากรุนแรงเลือดท่วมจอ แต่เรื่องนี้มีทุกอย่าง และเฉินหลงก็ไม่ได้ขายความทะเล้น แต่ขายความเป็นเฉินหลงในบทบาทของผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่มากด้วยความ สามารถ นี่คือเหตุผลว่า ทำไมผมจึงผิดหวังเมื่อดูฉบับภาษาไทย เพราะทีมงานไทยยังคงติดภาพเฉินหลงประเภทใหญ่ฟัด…วิ่งฟัดอยู่ ทีมพากย์ที่ยังคงยึดบุคลิกเดิมจึงไม่เข้ากับบทของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง สิ้นเชิง บทภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทที่ซีเรียส ที่มีคุณค่ามากกว่าที่เราเคยรู้จักเฉินหลงมา แต่อย่างไรก็อยากแนะนำให้ชมครับ ถ้าให้ดีให้ชมเสียงภาษาจีนจะได้อารมณ์ที่ดีกว่า แต่ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าหากได้ยินเสียงพูดภาษาไทยในเรื่อง เพราะคงเป็นความตั้งใจของเฉินหลงที่นำเอาคนไทยเข้าร่วมอยู่ในแก๊งมาเฟียจีน ด้วย

ชมภาพยนตร์เรื่อง Shinjugu Incident 12 ตอนจบ

ตอนที่1

ตอนที่2

ตอนที่3

ตอนที่4

ตอนที่5

ตอนที่6

ตอนที่7

ตอนที่8

ตอนที่9

ตอนที่10

ตอนที่11

ตอนที่12

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • Netscape
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. สามก๊ก-โจโฉแตกทัพเรือ หนังฟอร์มยักษ์จากจอห์นวู ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เรื่อง 赤壁 หรือสามก๊ก ตอนศึกผาแดง (สำหรับในชื่อไทยคือ สามก๊ก-โจโฉแตกทัพเรือ) ซึ่งได้เริ่มเปิดกล้องตั้งแต่วันที่ 14...
  2. ความวุ่นวายด้านสัญชาติของดาราจีน (中国艺人的国籍) ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์  The Founding of a Republic หรือในภาษาจีน 建国大业(jian guo...

Post a Comment

SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.