เพลงจีนออนไลน์-线上音乐

ฉางจิ้ง(常静)-สุดยอดศิลปินกู่เจิงนีโอคลาสสิก

常静พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่คงได้ชื่นชมกับพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการทรงกู่เจิง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนโบราณที่พระองค์ท่านสนพระทัยมานาน พระอาจารย์นักกู่เจิงชาวจีนที่อยู่เบื้องหลังนั้น พวกเราส่วนใหญ่อาจไม่รู้จัก ถ้าหากจะกล่าวว่า เธอผู้นั้นคือ “ฉางจิ้ง” (Chang Jing) หรือ Lily Chang นักกู่เจิงสาวฝีมือระดับที่ต้องถือว่า “ก้าวพ้นกรอบศิลปะกู่เจิง” อย่างแท้จริง
ก่อนอื่นขอเกริ่นนำถึงที่มาของการเขียนบทความชิ้นนี้ หลังจากที่ได้เขียนถึงเรื่อง Reflection of the Spring Flowers on the Moonlit Lake ในฉบับที่แล้ว เนื่องด้วยต้องมนต์เสน่ห์ของเสียงกู่เจิง จึงได้ไปแสวงหาแผ่นฟังเพิ่มเติม และก็ได้แผ่นของฉางจิ้ง ในชุด “เจิงเหม่ยเหริน” หรือ “กู่เจิงกับสาวงาม” แม้ว่าผมจะเคยแนะนำผลงานของฉางจิ้งในเว็บบอร์ด Wijitboonchoo.com เมื่อประมาณสองปีที่แล้วก็ตาม แต่ผมก็จำชื่อเธอไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงมิพักต้องกล่าวถึงว่า เธอเป็นใคร มาจากไหน เพียงแต่เห็นปกซีดีครั้งแรกก็รู้สึกเฉยๆ กับการแต่งตัวของฉางจิ้งที่ดูสมัยใหม่ยืนอุ้มกู่เจิง (ความจริงผลงานชุดก่อนๆของเธอก็ออกมาทำนองนี้เช่นกัน) จึงแทบจะไม่เคยให้ความสนใจเท่าไรนัก เพราะผมกลัวจะเป็นประเภทนำเอากู่เจิงมาเล่นเพลงป๊อบธรรมดา เมื่ออย่างนักไวโอลินที่เล่นเพลงป๊อบสมัยใหม่ ซึ่งฟังยังไงก็ไม่รู้สึกถึงอะไรคือศิลปะสร้างสรรค์ที่แท้จริง แต่ที่ทำให้ผมสะดุด

(ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลงได้ที่นี่)

เป็นพิเศษเมื่อได้ฟังเพียงเพลงแรกก็คือ ประการที่ 1 แนวเพลงที่แปลกใหม่มีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากการเล่นกู่เจิงในแนว Fusion Jazz ที่สร้างสรรค์ได้ลงตัว กลมกลืน มีกลิ่นอายความสร้างสรรค์ของแนวดนตรีสมัยใหม่ หากแต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของเสียงเครื่องดนตรีโบราณอย่างกู่เจิง ประการที่ 2 การนำเอา Percussion มาประกอบในเพลงที่ทำได้ดีมากๆ ซึ่งปรกติแล้ว เพลงจีนโดยทั่วไป มักจะหา percussion มาประกอบเพลงได้ยากมาก และประการที่ 3 ก็คือ คุณภาพการบันทึกเสียง ถ้าหากการบันทึกเสียงไม่ดี สองประการแรกที่กล่าวถึงนั้น แทบจะไม่มีความหมายเลย แต่ด้วยฝีมือของค่าย Hugo (ที่ระยะหลังเลิกผลิตผลงานเอง แต่หันมารับจ้างผลิตแทน) ที่พิถีพิถันในเรื่องคุณภาพแต่ไหนแต่ไรมาอยู่แล้ว
筝美人-常静 ก่อนที่จะลงลึกถึงเรื่องเพลง ขอกล่าวถึงตัวศิลปินฉางจิ้ง หรือ Lily Chang สักหน่อยเพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกันว่า เหตุใดผมจึงกล่าวว่า ผีมือของเธอนั้น “ก้าวพ้นกรอบศิลปะกู่เจิง” ย้อนหลังดูเส้นทางชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก จนก้าวสู่การเป็นศิลปินกู่เจิงที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างทุกวันนี้ของเธอ ดูจะเป็นราบรื่นเสียทุกอย่างจนน่าอิจฉา นับตั้งแต่การเริ่มต้นได้สัมผัสกู่เจิงในสมัยที่เรียนอยู่ชั้นประเทศในบ้านเกิดที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเธออยู่ในกลุ่มกิจกรรมดนตรี และมีอยู่วันหนึ่งกลุ่มกิจกรรมของเธอได้รับมอบเครื่องดนตรีกู่เจิงเก่าที่สถาบันดนตรีเสฉวล “โละทิ้ง” มอบเป็นของขวัญแก่กลุ่ม ในขณะนั้นในกลุ่มไม่มีใครเล่นกู่เจิงเป็น ครั้นจะหาคนจะนอกกลุ่มที่เล่นเป็นมาเล่น อาจารย์ที่ปรึกษาก็รู้สึกว่าไม่สนิทใจ เพราะตัวกู่เจิงเก่าจน “น่าเกลียด” เกินไป จึงตัดสินใจคัดเลือกจากนักเรียนในกลุ่มแทน ในวันที่คัดเลือก อาจารย์ได้ดูมือของเธออย่างเพ่งพินิจ แล้วบอกว่า “มือนี้กางออกแล้วกว้างมาก เหมือนกับปากพยัคฆ์ที่อ้างอยู่” หลังจากนั้น ก็ให้เธอร้องเพลงเพื่อเป็นการทดสอบอีกเพลง เห็นว่า ร้องได้ไม่เลวนัก เธอก็เลยได้รับการคัดเลือกอย่างง่ายดายราวกับชะตาจะกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
หลังจากนั้น ชีวิตการศึกษาดนตรีกู่เจิงของเธอก็ราบรื่นมาโดยตลอด โดยสอบเข้าสถาบันดนตรีแห่งประเทศจีนด้วยคะแนนสูงสุดอันดับหนึ่ง ในขณะที่ตอนจบการศึกษาในปี 1996 ก็จบด้วยคะแนนสูงสุดของสถาบันเช่นกัน ในขณะนั้น เธอเพิ่งจะอายุ 22 ปี พอก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยปุ๊บ ทางบริษัท Hugo ก็มายื่นข้อเสนอให้เธอออกแผ่นเสียงแล้ว โดยให้อิสระเธออย่างเต็มที่ อย่างจะแต่งเพลงแนวไหน จะใช้อุปกรณ์ประกอบอะไรให้เธอเป็นตนตัดสินใจเองทั้งหมด เธอจึงชักชวนเพื่อนฝูงอีกสามคนร่วมกันช่วยสร้างสรรค์ผลงานชุดแรกออกมา ซึ่งเป็นโอกาสที่น้อยคนที่จะได้รับ
ก่อนที่เธอจะมีผลงานชุดแรกออกมานั้น เธอได้พยายามแสวงหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ และก็ถือเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่เธอถือว่าไม่ราบรื่น เพราะเธอมีความรู้สึกว่า ความต้องการของสังคม และสิ่งที่ชาวบ้านต้องการฟังนั้น ช่างแตกต่างและห่างไกลจากสิ่งที่เธอได้เรียนรู้มาจากทางสถาบันดนตรี ช่วงนั้นทำให้เธอรู้สึกสับสน จับทิศทางไม่ถูกว่าจะเดินแนวไหน จนเริ่มท้อใจ รู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมาไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย เพราะถ้าเล่นแนวที่ลึกเกินไป ผู้ฟังก็ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะว่าเวลาขึ้นเวทีแสดงนั้น ต้องแสดงให้แก่คนหมู่มากฟัง เราจึงต้องให้พวกเขาฟังรู้เรื่อง ครั้นจะนำเอาผลงานคลาสสิกอมตะมาเล่น อย่าง “Reflection of the Spring Flowers on the Moonlit Lake” ซึ่งเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยดีมาเล่น เมื่อเล่นไปสักร้อยครั้งก็เริ่มเบื่อ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นอะไรอยู่ เพราะสิ่งที่ตนเองเล่นอยู่นั้น ใครๆก็เล่นเป็น แล้วตัวตนที่แท้จริงของตนอยู่ที่ไหน
ฉางจิ้งในพิธีเปิดปักกิ่งเกมส์ 2008 บนเวทีการแสดงในปี 1999 นั้น เธอก็ได้ทำอะไรที่แหวกแนวจากเดิมๆเป็นครั้งแรก เนื่องจากการเล่นกู่เจิงในทางปฏิบัติแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มีแต่นั่งเล่น แต่คราวนี้เธอขอยืนเล่น เพื่อให้ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวทีได้เห็นผู้เล่นกู่เจิงได้อย่างชัดเจน นั่นคือครั้งแรกที่พยายามค้นหาตัวตนที่แท้จริง แต่เธอกลับค้นพบตัวตนที่แท้จริงเมื่อเริ่มเปิดกว้างเพื่อสัมผัสกับดนตรีหลายหลายแนว โดยเธอตัดสินใจอย่างห้าวหาญเข้าร่วมกับวงดนตรีหัวก้าวหน้าของจีน ร่วมกับวง Blus ของเดนมาร์ก และวงร็อก Blister ของนอรเวย์ เป็นต้น หลังจากที่ได้ร่วมมือกับวงดนตรีเหล่านี้แล้ว ทำให้ทัศนะเกี่ยววกับดนตรีของฉางจิ้งเริ่มเปิดกว้างขึ้นอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เธอตระหนักถือศักยภาพของกู่เจิง ที่นอกจากจะสามารถบรรเลงเพลงคลาสสิกเพราะๆได้แล้ว ยังสามารถขับกล่อมอะไรอื่นๆได้อีกมากมาย โดยเฉพาะในสิ่งที่คนทั่วไปฟังรู้เรื่องด้วย เธอจึงได้เริ่มค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอ โดยเธอได้ว่าตำแหน่งแนวดนตรีของตนเป็นแนวคลาสสิกยุคใหม่ หรือ Neo-classical music โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของศิลปวัฒนธรรมจีน ดังนั้น แนวเพลงที่เธอสร้างสรรค์นั้น จึงแฝงด้วยความรู้สึกและกลิ่นอายของศิลปะจีนโบราณอันคลาสสิก แต่คนรุ่นใหม่สามารถฟังเข้าใจด้วย
หลังจากที่เธอได้ค้นพบแนวทางของตัวเองแล้ว ผลงานและสไตล์ดนตรีของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกประเทศ ในปี 2001 เดือนสิงหาคม เธอได้ร่วมเดินทางมาประเทศไทยกับคณะศิลปินที่ได้รับเชิญให้มาแสดงเนื่องในวโรกาศพระเฉลิมพระชนม์พรรษา ของสมเด็จพระราชนินี ซึ่งการแสดงครั้งนี้ องค์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ได้ร่วมทอดพระเนตรการแสดงด้วย หลังจบการแสดง พระองค์ได้เข้าไปหลังเวทีไปพูดคุยและถามปัญหาต่างๆเกี่ยวกับกู่เจิง ฉางจิ้งมีความรู้สึกว่า คำถามของพระองค์ไม่เหมือนกับผู้สนใจตนตรีธรรมดาทั่วไป และมารู้ภายหลังว่า พระองค์ทรงสนพระทัยกู่เจิงและศึกษาด้านนี้อยู่ หลังจากฉางจิ้งกลับปรเทศได้ไม่นาน ก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาจากกระทรวงต่างประเทศแจ้งว่า ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงเชิญให้ฉางจิ้งมาเป็นพระอาจารย์สอนกู่เจิง เธอจึงได้บินไปๆมาๆระหว่างไทยจีน โดยทุกเดือนจะอยู่ประเทศไทย 10 กว่าวัน เพื่อสอนกู่เจิงให้กับพระองค์ทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มๆ เธอได้กล่าวถึงชั่วเวลานั้นว่า เป็นช่วยเวลาที่มีคุณค่าควรแก่การจดจำมากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต และเธอยังได้กล่าวถึงฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ด้วยว่า ทรงไม่ถือพระองค์ ให้ความกันเองเหมือนมิตรสหาย และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอจับพระหัตถ์ของพระองค์ฯ เนื่องจากเห็นว่าพระองค์ทรงวางพระหัตถ์ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับใช้พระองค์ต่างกระวนกระวาน และพยายามส่งสัญญาณไม่ให้ทำเช่นนั้น แต่เธอไม่เข้าใจ จนตอนหลังมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศมาช่วยอธิบาย เธอจะไปจับไม้จับมือพระองค์เช่นนั้นไม่ได้

QED Silver Anniversary XT Speaker Cable

นับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา เธอได้รับเชิญให้ไปแสดงในประเทศต่างๆ อาทิ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรตุเกส ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น  สเปน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไทย เป็นต้น  เดือนเมษายน ปี 2005 ติดตามคณะของนายกรัฐมนตรีเหวินเจียเป่าไปแสดงที่ประเทศอินเดีย จากนั้นไปแสดงต่อต่อหน้าพระพักตร์กษัตยิย์ภูฏาน ในปี 2007 ติดตามคณะของประธานาธิบดีหูจิ่งทาวไปแสดงที่รัสเซีย ในปีเดียวกัน ได้ร่วมกับริชาร์ด แคลย์เดอแมน (Richard Clayderman) ราชาแห่งเปียโนออกทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศร่วมหลายสิบรอบ เดือนมกราคม ปี 2008 ติดตามคณะของกระทรวงวัฒนธรรมไปแสดงในประเทศฝรั่งเศส และเดือนสิงหาคมวันที่ 8 ในปีเดียวกัน ได้บรรเลงเดี่ยวกู่เจิงในพิธีเปิดมหากรรมปักกิ่งเกมส์
สำหรับผลงานฃุด “เจิงเหม่ยเหริน” (กู่เจิงกับสาวงาม) นี้ เราจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉางจิ้งที่โดดเด่น และแตกต่างจากศิลปินกู่เจิงทั่วไป การนำเอา percussion มาสอดแทรกในหลายๆเพลงนั้น พวกเขาทำด้วยความตั้งใจและทุ่มเทอย่างแท้จริง โดยนายหลิวเซี่ยวซง หนึ่งในทีมงานถึงกับยอมขนกลางกลอง Talking Drum จากอัฟริกาที่เขาเก็บสะสมมาช้านานมาเล่น เพื่อความสมบูรณ์และแปลกใหม่ของผลงานซึ่งเราจะได้ยินในแทรคที่ 2 (เพลงเย่หลายเซียง หรือดอกราตรี) สำหรับการนำเอาทรัมเปต (Trumpet) ซึ่งถือเป็นเครื่องดนตรีเด่นในแนวเพลงแจ๊ส หรือฟิวชั่นแจ๊ส ได้ถูกนำมาสอดแทรกในแทรคที่ 1 (เพลงอวี่ซู่ หรือ Rain Tree) แทรคที่ 2 (เพลงเย่หลายเซียง หรือดอกราตรี) และแทรคที่ 3 (เพลงฉีจู้หม่า หรือขี่ม้าก้านกล้วย) ซึ่งเป็นการผสมผสานกับเสียงกู่เจิงที่ทำได้ลงตัวมาก แม้ว่าเสียงทรัพเปตโดยธรรมชาติจะเป็นเสียงที่ค่อนข้างสูงเด่น แต่ไม่ได้เข้าไปกลบจนทำให้บทบาทของเสียงกู่เจิงด้อยลงแม้แต่น้อย หากแต่กลับเสริมให้ฟังดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
การนำเอาทรัมเปตมาเล่นคู่กับกู่เจิง และการนำเอากู่เจิงมาเล่นในแนวฟิวชั่นแจ๊สนั้น ผมยอมรับว่า นี่เป็นการได้ฟังมากเป็นครั้งแรก ส่วนการเล่นกู่เจิงในแนวนิวเอจ (NewAge) ได้ฟังมาพอสมควร เราอาจรู้สึกแปลกหู กับการได้ยินเสียงทรัมเปต เสียงกีต้าร์ เสียง percussion เสียงเชลโล เล่นคู่กับกู่เจิง แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าแปลกแยก ไม่ว่าจังหวะดนตรีจะออกมาในแนวสนุกสนาน ดุดัน หรือเศร้าสร้อย สบายๆ สิ่งเหล่านี้ได้เสริมให้เมโลดี้มีความกลมกลืนระหว่างใหม่กับเก่า ระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
ในส่วนของการบันทึกเสียงนั้น ต้องขอยกนิ้วในกับทาง Hugo ที่ทำได้ดีเยี่ยม เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมีตำแหน่งที่ชัดเจน มีระยะห่างไม่คลุมเครือ ยิ่งการเล่น percussion ที่เสียงเขย่าขยับไปมาจากซ้ายไปขวา และจากขวาไปซ้าย ทำให้บรรยากาศเหมือนเรานั่งฟังอยู่หน้าวงแสดงสดก็คงไม่เกินจริง ส่วนลีลาการร่ายสายกู่เจิงของฉางจิ้งนั้น พลังนิ้ว “ปากพยัคฆ์” ของเธอให้พลังเสียงที่นุ่มแต่มีพลังดุดันอันเข้มแข็ง จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอสามารถก้าวมาถึงตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ได้ด้วยวัยเพียงแค่สามสิบเสร็จ ด้วยฝีมือที่“ก้าวพ้นกรอบศิลปะกู่เจิง” อย่างแท้จริง
สำหรับนักฟังเพลง ไม่ว่าคุณจะชอบแนวดนตรีไหนก็ตาม และโดยเฉพาะนักฟังหูทองทั้งหลาย ผลงาน “เจิงเหม่ยเหริน” ชุดนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง นอกจากคุณค่าต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ แนวเพลงที่แปลกใหม่มีความสร้างสรรค์ และคุณภาพการบันทึกเสียงที่ดีเยี่ยม

ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลงและชม MV เพิ่มเติมได้ที่นี่

คลิปวิดีโอเพลง 呼吸(hu1xi1)-Breathing and Feeling

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • Netscape
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. Reflection of Spring Flowers in the Moonlit Lake “สุดยอดกวีแห่งกวี สุดยอดเหนือความสุดยอด” แห่งบทเพลง ด้วยความที่หลงใหลเสียงเอ้อหูอย่างจับจิตจับใจ จนทำให้ผมเกือบจะพลาดโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตที่จะได้รับฟังผลงานเพลง-บทกวีอันยิ่งใหญ่ และไพเราะเพลงนี้ บทเพลงบรรเลงกู่เจิงที่ใครพลาดฟังแล้ว ย่อมไม่อาจถือได้ว่า เป็นนักฟังเพลงจีนโดยแท้ ต้องถือว่า ผมเองยังโชคดีที่ได้รับฟังเพลงนี้จากการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง ที่ไปเรียนกู่เจิงมา...
  2. อาปิ่ง(阿炳)-ศิลปินเอ้อหูที่เกิดจากโคลนตม หากใครที่เป็นนักฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทคลาสสิก Instrument  หรือเพลงบรรเลงจีน ย่อมจะต้องรู้จากเพลง 二泉映月(The Moon Reflected in...
  3. Tank นักร้องวัยรุ่นยอดนิยมปี 2007 สำหรับนักร้องจีนในบ้านเราอาจไม่เป็นที่รู้จักมากเท่ากับนักร้องจากแดนปลาดิบ และตอนหลังก็ถูกนักร้องแดนกิมจิแซงหน้า ส่วนนักร้องจีนที่พอรู้จัก (ที่ใช้ว่าพอรู้จัก เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเท่ากับนักร้องเกาหลี) ก็ล้วนแต่มาจากเกาะไต้หวันแทบทั้งสิ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก ที่วัฒนธรรมจีนก็แทรกซึมอยู่กับวิถีชีวิตคนไทยมานมนาน หรืออาจเป็นเพราะว่า...
  4. บันเทิงยุคข้าวยากหมากแพง – ว่าด้วยเรื่องสามก๊ก ใน The Wave Magazine เล่มที่ 32 ประจำเดือน เมษายน 2008...
  5. “คง” (空) ความว่างเปล่า-เพลงนิวเอจแฝงปรัชญาตะวันออก สำหรับผลงานเพลงบรรเลงนิวเอจชุดนี้ ได้วางตลาดมาประมาณ 3 ปีแล้ว และผมเองได้เขียนถึงผลงานชุดนี้ลงในนิตยสาร The Wave นิตยสารด้านเครื่องเสียงของบริษัท White...
  6. Alan-เพชรน้ำเอกที่เจียรนัยจากธุลีดิน สืบเนื่องมากจากภาพยนตร์มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของผู้กำกับมือทอง-จอห์น วู เรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ (Red Cliff) ซึ่งผมได้ชมทั้งสองภาค โดยภาคแรกดูจากแผ่นดีวีดี ส่วนภาคที่...
  7. เหอซุ่นเถียน (何训田) จอมยุทธแห่งสังคีตภพ ศิลปินคุณภาพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมานานปี ที่ผมเคยตั้งใจจะเขียนถึงเขามาหลายครั้งตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว แต่มันก็มักจะมีอะไรทำให้ผมต้องหยิบเอาอย่างอื่นมาเขียนก่อนเสมอ จนถึงวันนี้ หลังจากที่ได้ฟังผลงานชุดล่าสุดของเขาในชื่อชุด “tathagata” เลยคิดว่า คงไม่เขียนถึงไม่ได้แล้ว ผมเคยเขียนแตะๆเหอซุ่นเถียนเมื่อหลายปีก่อน...
  8. ภาพสะท้อนจากอุตสาหกรรมเพลงจีน中国音乐界的反映 พวก เราหลายคนต่างมีคำถามคาใจกับปัญหาคุณภาพเพลงไทยที่ผลิตออกมาเหมือนจะดูถูกคน ฟัง ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฝีมือไม่ถึง หรือว่าเป็นเพราะรสนิยมส่วนตัว หรือว่าเป็นเพราะเอาใจตลาดซึ่งไม่ใช่หมู่นักฟังอย่างแฟนๆ The Wave ก็ไม่อาจทราบได้...
  9. เอาชนะความชังด้วยรัก (爱把恨打败) ปกซีดีผลงานเพลงชุด Amazing Grace ของ Sally หรือ หลี่ซือหลิน (李思琳)ชุดนี้น่าเสียดายที่ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคุณภาพไม่เอาไหนถึงไม่นำมาขาย...
  10. อดีตดั่งสายลม (往事如风) เพลงหวานน่าฟัง ช่วงนี้นอกจากอากาศจากร้อนเป็นพิเศษ (ทั้งๆที่ตอนหน้าหนาวก็หนาวเป็นพิเศษในหลายๆพื้นที่) ส่วนในด้านสถานการณ์บ้านเมืองก็ร้อนเสียยิ่งกว่า ถึงแม้เราจะเลือกตั้งช่วงหน้าหนาว และจัดตั้งรัฐบาลเสร็จในช่วงที่อากาศยังเย็นสบาย สาเหตุที่ร้อนก็ไม่ได้มีใครไปเติมเชื้ออะไรหรอก หากแต่มันเป็นเพราะผู้นำของเราบริหารบ้านเมืองอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “Lip Service”...

Post a Comment

SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.