รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเล้า (刘 แซ่เล่า หรือ แซ่หลิว)

สัญลักษณะตระกูลหลิว

แซ่เล่า (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือแซ่หลิว (刘) ในภาษาจีนกลาง เป็นตระกูลแซ่อันดับ 4 ของจีน และหนึ่งในสิบตระกูลแซ่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และที่สำคัญในประวัติศาสตร์จีนนั้น ตระกูลหลิวเป็นตระกูลที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ (กษัตริย์) มากที่สุดแซ่หนึ่ง จนมีคำโบราณกล่าวกันว่า “刘天下,李半边” (หลิวครองแผ่นดิน หลี่ครึ่งแผ่นดิน) อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงจำนวนคนแซ่หลิวที่ได้กุมอำนาจแผ่น และจำนวนคนแซ่หลี่ที่มีมากทีสุดในแผ่นดิน

ในยุคราชวงศ์ฮั่นนั้น แซ่แยกเป็นอั่นตะวันออก และฮั่นตะวันตก โดยฮั่นตะวันตกหรือ ซีฮั่น (西汉 ระหว่างก่อนค.ศ. 202 ปี – ค.ศ. 9 ปี)นั้นสถาปนาโดยคนตระกูลหลิว คือ หลิวปัง (刘邦)และล่มสลายลงในยุคสามก๊กโดยฉาวชาว (曹操) หรือโจโฉ (แต่คนส่วนใหญ่จะถือว่าราชวงศ์ฮั่นยังคงอยู่โดยการสถาปนาจ๊กก๊ก (蜀国)ของเล่าปี หรือ หลิวเป้ย) ในยุคราชวงศ์หมิง คนตระกูลหลิวจำนวนมากเริ่มอพยพออกจากแผ่นดินใหญ่เข้าไปตั้งรกรากในไต้หวัน และภายหลังมีการอพยพไปสู่ประเทศต่างๆทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอพยพออกจากมณฑลฝั่งทะเลทางใต้ของจีน คือ มณฑลกวางตุ้ง กับฝูเจี้ยน ปัจจุบันนี้ คนแซ่หลิวทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 60 กว่าล้านคน

ความเป็นมาของตระกูลหลิว
1.    มาจากตระกูลถาวถาง (陶唐) ซึ่งเป็นสายโบราณย้อนกลับไปก่อนค.ศ. 2377 ปี เหยาตี้ (尧帝)ซึ่งมีแซ่เดิมหยีชี่ (伊祁) ถาวโหว (唐侯 อัน

หลิวปาง 刘邦

หลิวปาง (刘邦)

เป็นตำแหน่งการปกครองดินแดนตำแหน่งหนึ่ง) ตอนหลังได้สถาปนาแคว้นหลิว (刘国)ขึ้นมา ลูกหลานต่อมาจึงนำเอาชื่อแคว้น (หลิว) มาเป็นแซ่ตัวเอง ส่วนลูกหลานของหลิวเหล่ย (刘累) ซึ่งได้รับพระราชทานแซ่จากกษัตริย์องค์ที่ 13 ของราชวงศ์เซี่ย (夏朝)เป็น 御龙yù long ด้วยกล่าวกันว่า เขามีความสามารถในการเลี้ยงมังกร ได้ใช้หลิวเป็นแซ่ ซึ่งในประวัติศาสตร์เรียกสายนี้ว่า ตระกูลหลิวที่แท้จริง
2.    มาจากตระกูลซื่อ (士) ก่อน ค.ศ. 1021 ปี อ๋องแห่งแคว้นถาง (唐国)อันเป็นลูกหลานของหลิวเหล่ย (刘累) ได้ร่วมกันก่อการกับแคว้นเยี่ยน จนถูกปราบ และถูกเนรเทศไปครองเมืองตู้เหยียน 杜原 (ปัจจุบันคือเมืองซีอันในมณฑลส่านซี) ตอนหลังถูกประหารชีวิต ส่วนลูกชายได้หนีไปอยู่แคว้นจิ้น (晋国) และได้รับตำแหน่งเป็นซื่อซือ 士师 (เหมือนกันผู้พิพากษา) ตอนหลังจึงได้ใช้ชื่อตำแหน่ง “ซื่อ士” เป็นแซ่ ตอนหลังแคว้นจิ้นเกิดการจลาจร หลานของซื่อซือได้หนีไปอยู่แคว้นฉิน (秦国) แม้ตอนหลังจะกลับไปอยู่แคว้นจิ้น แต่ลูกหลานที่ยังอาศัยอยู่ในแคว้นฉินนั้นได้หันมาใช้แซ่หลิวแทน
3.    มาจากตระกูลจี (姬) ซึ่งแยกได้เป็นสองสาย หนึ่งคือ สายที่มาจากลูกหลานของโจวท่ายหวัง ( 周太王 หวัง หรือ 王 หมายถึงอ๋องหรือกษัตริย์หรือผู้ครองแคว้น) โดยต้นยุคซีโจว (西周 โจวตะวันตก)โจวเฉิงหวัง (周成王) ได้แต่งตั้งให้ลูกชายของหวังจี้ ( 王季) เป็นหลิวยี่  刘邑 (邑ในโบราณหมายถึงเมือง ซึ่งปัจจุบันคือสถานที่แห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนาน) ตอนหลังลูกหลานจึงนำเอายี่ 邑 เป็นแซ่ และก็กลายเป็น 姬 อีกสายหนึ่งกล่าวกันว่า ในสมัยตงโจว (东周 โจวตะวันออก) โจวควางหวัง周匡王 แต่แต่งตั้งลูกคนเล็กให้ไปครองเมือง หลิวยี่  刘邑 เพื่อสร้างแคว้นหลิว (刘国)และได้รับประราชทานนามว่าหลิวคางกง 刘康公 ตอนหลังลูกหลานเลยใช้ชื่อแคว้นเป็นแซ่ นี่ก็เป็นตระกูลหลิวที่มาจากแซ่จี (姬) อีกสาย

หลิวเหล่ย (刘累)

หลิวเหล่ย (刘累)

ทั้งหมดนี้คือที่มาของคนแซ่หลิวสามสายหลักๆ นอกจากนั้น ยังมีที่มาอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้แซ่หลิวมาจากดังนี้คือ
4.    ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ เช่น หลิวปังหลังจากที่ได้ขึ้นครองราชย์ ก็ได้พระราชทานแซ่หลิวให้แก่ขุนนางที่แซ่โหลว ( 娄) ผู้ซึ่งรับใช้หลิวปังอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และได้สร้างความดีความชอบไว้มากมาย นอกจากนั้น ยังได้พระราชทานแซ่หลิวให้กับขุนนางคนอื่นๆอีกหลายคนในสมัยเดียว
5.    มาจากการเปลี่ยนจากแซ่อื่นมาเป็นแซ่หลิว ซึ่งกลุ่มนี้จะมีจำนวนไม่น้อย และเป็นเช่นนี้กับแซ่ตระกูลใหญ่เกือบทุกแซ่
6.    มาจากชนชาติอื่นที่หันมาใช้แซ่หลิว กลุ่มนี้ก็เช่นกัน เกือบขึ้นกับเกือบทุกตระกูลแซ่ใหญ่ ส่วนแซ่หลิวนั้น มีทั้งลักษณะการยกธิดาให้สมรสกับพวกชนกลุ่มน้อยเร่ร่อนในสมัยซีฮั่นโดยหลิวปังฮ่องเต้ และให้ลูกหลานที่เกิดธิดาองค์ดังกล่าวอันเป็นทายาทของชนกลุ่มน้อยใช้แซ่หลิวแทน นอกจากนี้ ยังมีชนชาติมองโกล ชนชาติหุย ชนชาติหม่านชิง (แมนจู) ชนชาติเกาหลี ชนชาติเกาชิง (หรืออารีซันในไต้หวัน) ชนชาติไต่ (ไทลื้อ) ชนชาติจิง ชนชาติทิเบต ชนชาติจ้วง ชนชาติแม้ว ฯลฯ ที่หันมาใช้แซ่หลิว

การที่กล่าวกันว่า คนแซ่หลิวได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ หรือฮ่องเต้ในประวัติศาสตร์จีนมากที่สุดนั้น ก็คงไม่เกินความจริงเลย เพราะจากที่นับผู้นำแคว้นเล็กแคว้นน้อยนับตั้งแต่ก่อนคริสตกาลเป็นต้นมา นับรวมแล้วเบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อย ซึ่งคงหาตระกูลแซ่ใดจะเทียบเท่าได้ ส่วนฮ่องเต้องค์ที่พวกเราคุ้นหูรู้จักดี ก็คงไม่พ้นพระเจ้าเล่าปี่หรือหลิวเป้ย (刘备)ในสมัยสามก๊ก

onlinehotel.com.br
onlinehotel.com.br

คนแซ่หลิวในประเทศไทย
คนแซ่หลิวในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเริ่มอพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง และส่วนใหญ่จะอพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน (ในยุคแรก) และมณฑลกวางตุ้ง (ในยุคหลัง) และปัจจุบันนี้ ลูกหลานคนแซ่หลิวที่ก้าวสู่ผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเมือง การเงินในประเทศไทยจึงมีไม่น้อย เพียงแต่ต่างก็ใช้นามสกุลจนอาจไม่ทันได้สังเกต แต่หากสังเกตให้ดี ส่วนใหญ่จะยังคงเสียงของแซ่ดั้งเดิมไว้ และนามสกุลของคนแซ่เหล่าที่ใช้กันพอจะแยกได้ดังนี้
ใช้ “เหล่า” นำหน้านามสกุล เช่น เหล่าสุวรรณ เหล่าประภัสสร เหล่ากาญจนกร เหล่ารังษีรัตน์ เหล่าศิริพงษ์ เหล่าทวีสุข เป็นต้น
ใช้ “เลา” นำหน้านามสกุล เช่น เลาหทวีโชค เลาหพงษ์ชนะ เลาหสุรโยธิน เลาหสุวัฒน์กุล เลาวัฒศิริ เป็นต้น
ส่วนที่ใช้เสียงอื่น เช่น ลิ่วมโนมนต์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ เล่าบุญลือ ฯลฯ

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz
  1. 4 Responses to “รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเล้า (刘 แซ่เล่า หรือ แซ่หลิว)”

  2. very good

    By jakkapat kumhaisuk on Mar 30, 2011

  3. ขอบคุณค่ะสำหรับบทความที่ดี :D

    By nutpimorn on Jun 16, 2011

  4. ดีมากๆๆ

    By chudanan kheereerak on Sep 2, 2012

  5. ดีมากที่ได้รู้ ที่มาของตระกูล

    By chairoj thammarat on May 11, 2013

Post a Comment

*

Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.