เพลงจีนออนไลน์-线上音乐

เอาชนะความชังด้วยรัก (爱把恨打败)

Sally's Amazing Graceปกซีดีผลงานเพลงชุด Amazing Grace ของ Sally หรือ หลี่ซือหลิน (李思琳)ชุดนี้น่าเสียดายที่ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคุณภาพไม่เอาไหนถึงไม่นำมาขาย เพียงแต่ด้วยกำลังต่อรองด้านการตลาดของค่ายหาวเจี๋ย(豪杰) ซึ่งเป็นค่ายเพลงเล็กๆในจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะต่อกรกับพ่อค้าคนกลางชาวฮ่องกง จึงทำให้ผลงานของค่ายนี้คงวางจำหน่ายเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ และบางประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีคนจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ เป็นต้น
ข่าวคราวเกี่ยวกับผลงานชุดแรกของ Sally นั้น เริ่มปรากฏในเว็บไซต์ตั้งแต่ปลายปี 2007 สิ่งที่รับรู้เพียงอย่างเดียวในขณะนั้นคือ หน้าปกซีดีที่เป็นรูปเด็กในชุดนางชีสีขาวในศานาคริสต์ และมารู้รายละเอียดเพิ่มเติมตอนที่ไปหาเพื่อนที่กว่างโจว ที่แท้นักร้องสาวน้อยคนนี้ก็คือ ลูกสาวของเจ้าของค่ายเพลงหาวเจี๋ย ซึ่งเป็นเพื่อนผมอีกทีนั่นเอง และผมก็ได้ผลงานชุดนี้ติดมือกลับมาก่อนที่จะวางตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่อีก 2-3 เดือนต่อมา

แม้ว่าผลงานชุดนี้จะเป็นเพลงในแนวสำหรับเด็ก ที่มีเนื้อหาของเพลงออกในแนวความรักอันบริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า (หลายเพลงใช้ทำนองเพลง

Sally (李思琳)

Sally (李思琳)

คริสต์) โดยใส่เนื้อร้องเป็นภาษาจีน แต่การจัดทำผลงานนี้ไม่ได้ทำแบบเด็กๆเลยตามสไตล์ของค่ายนี้ ที่จะต้องเน้นระดับออดิโอไฟล์ การแบ็คอัพในหลายๆเพลงก็ใช้วงบิ๊กแบนด์ อย่าง Guangzhou Philharmonic คณะนักร้องคอรัสอย่าง Guangzhou ST. Music Girls’ Chorus Group และแผ่นที่ใช้แทนที่จะใช้แผ่นซีดีธรรมดา ก็หันมาใช้ไวนิลซีดี (สีดำเหมือนกับแผ่นเสียง) แทน ตลอดจนการออกแบบปกก็ทำด้วยความพิถีพิถันทุกกระเบียด
Sally ถือว่า เป็นเด็กสาวที่เติบโตในแวดวงเพลงมาตั้งแต่เกิด เนื่องด้วยคุณพ่อคือ หลี่กว่างผิง ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของค่ายเพลง และนักประพันเนื้อร้อง ส่วนตัวเธอเองก็เริ่มหัดเล่นเปียโนตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบ ในและเดือนพฤษภาคม ปี 2005 เธอก็มีผลงานการบรรเลงเปียโนซึ่งเป็นอัลบั้มส่วนตัวชุดแรกออกมาซึ่งผลิตโดยเป่ยจิงจิงเหวิน (Beijing Jing Wen Records) หลังจากที่ผลงานชุดนี้วางตลาดได้ไม่นาน เธอก็เป็นที่สนใจของสื่อต่างๆทั้งในและต่างประเทศ และได้รับเชิญออกรายการทีวีและการแสดงต่างๆ และครั้งหนึ่งในขึ้นเวทีแสดงการบรรเลงเปียโนคู่กับ Richard Clayderman ในช่วงที่ทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศจีน จนถึงปี 2008 เติ้งเหว่ยเปีย (Daniel Deng) ก็ได้จัดทำผลงานชุด Amazing Grace ชุดนี้ออกมา อันเป็นผลงานชุดที่สองของ Sally ในขณะที่เธอมีอายุครบ 13 ขวบ
ในบทเพลงทั้งหมดสิบเพลงในอัลบั้มชุดนี้นั้น สี่เพลงเป็นผลงานเพลงที่นำเอาทำนองมาจากพระคัมภีร์ไบเบิลแล้ว ที่เหลือเป็นการแต่งขึ้นมาใหม่ ซึ่งล้วนแต่ออกในโทนของความรักอันอบอุ่นของครอบครับ มนุษยชาติ แต่ที่สะดุดตาสะดุดใจผมมากที่สุด กลับเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม ซึ่งก็คือชื่อในความหมายเดียวกับหัวข้อที่จ่อหัวของเรื่องนี้นั่นเอง โดยใช้ชื่อภาษาจีนว่า
“อ้ายป่าเฮิ่นต่าป้าย” (爱把恨打败)
สำหรับเพลงนี้นั้น ถ้าหากฟังผิวเผินโดยไม่รู้ภูมิหลังที่มาที่ไปแล้ว ก็จะรู้สึกเฉยๆ มันอาจฟังเป็นเพลงสดุดีความรักในหมู่มวลมนุษยชาติธรรมดาเพลงหนึ่ง แต่เบื้องหลังของมันแล้ว ลึกซึ้งและกินใจมากกว่าที่เราได้ยินนับร้อยนับพันเท่า ทั้งนี้ เรื่องราวแห่งความเป็นมาของบทเพลงนี้มาจากเด็กสาวคนหนึ่งที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจริงในประเทศจีน และในช่วงที่ผมเดินทางไปเมืองจีนในขณะนั้น ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางสื่อต่างๆกำลังเป็นประเด็นร้อน สาเหตุก็เพราะมันเป็นเรื่องราวที่ยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าใดๆที่เราเคยดูกัน

จั่วเสี่ยวชุ่ย (左小翠)

จั่วเสี่ยวชุ่ย (左小翠)

เบื้องของเพลง “เอาชนะความชังด้วยรัก” นี้มาจากชีวิตจริงของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีนามว่า จั่วเสี่ยวชุ่ย (Zuo Xiaocui 左小萃) ซึ่งเป็นเด็กสาวน้อยอายุเพียง 7 ขวบ (ขณะที่เรื่องราวนี้เกิดขึ้น) ในอำเภอซวงหลิว (双流县) มณฑลเสฉวน ในครอบครัวที่ยากจนเหมือนกับชาวชนบททั่วไป ที่มีความสุขตามอัตภาพ มีความน่ารักของวัยเด็ก เสียงหัวร่อ เสียงร่ำไห้ที่ไร้เดียงสาแต่สุดท้ายวันหนึ่ง พ่อแม่ของเสี่ยวชุ่ยแยกทางกันเมื่อเธอยังเด็กมาก แต่เนื่องจากฐานะทางเศรษฐกิจของแม่ไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงสองปากท้อง จึงต้องส่งลูกสาวกลับไปให้ผู้เป็นพ่อเลี้ยงดู
เมื่อเสี่ยวชุ่ยอายุได้เจ็ดขวบและเพิงจะเข้าเรียนในชั้นประถมหนึ่ง คุณพ่อก็แต่งงานใหม่ จะเป็นเพราะละครน้ำเน่าลอกเอาชีวิตที่เน่าเฟะของคนเราไปสร้างเป็นบทละคร หรือเป็นเพราะคนเราได้รับอิทธิพลจากละครน้ำเน่า หรือว่าด้วยพื้นฐานของชายหญิงสองคนที่อยู่ด้วยกันไม่มีความรักเป็นพื้นฐานเป็นทุนเดิมก็ไม่อาจทราบได้ แต่ดูเหมือนสิ่งที่เสี่ยวชุ่ยต้องประสบคือ เธอต้องเข้าไปเป็นตัวละคนหนึ่งของละครชีวิตน้ำเน่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแม่เลี้ยงก็เล่นบทความเป็นแม่เลี้ยงที่เลวร้ายเหี้ยมโหดได้เข้าถึงบทดีเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อลับหลังพ่อ ชีวิตที่รันทดและบัดซบได้เปิดฉากขึ้นนับแต่นั้นมา เสียงดุด่าทุบตีกลายเป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องชาชินที่อยู่คู่กับครอบครัวไป
เสี่ยวชุ่ยไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งไม่เข้าใจว่า เธอซึ่งไม่เคยมีความเคืองแค้นกับใครทำไมถึงต้องเป็นผู้ถูกกระทำ แต่เธอก็ประหลาดใจ ที่วันหนึ่งจู่ๆแม่เลี้ยงก็ปฏิบัติต่อเธอดีเป็นพิเศษ เหมือนเปลี่ยนบทจากนางร้ายเป็นนางเอกเสียอย่างไม่น่าเชื่อ ไหนจะปรนนิบัติเอาใจ แถมยังซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับเสี่ยวชุ่ยอีก จนเสี่ยวชุ่ยรู้สึกว่านี่คือช่วงเวลาที่เธอน่าจะมีความสุขที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่ง แต่มันดูเหมือนจะเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ ที่มักจะถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่คลื่นลมสงบไปชั่วครู่
สามทุ่มของคืนวันที่ 5  เดือนกรกฎาคม ปี 1994 พ่อกับแม่เลี้ยงเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง หลังมีปากเสียงกันแล้ว ฝ่ายพ่อก็เข้าไปนั่งจิบน้ำชาในสวนหลังบ้าน ส่วนแม่เลี้ยงก็เข้าไปห้องครัวคว้าเอามีดทำกับข้าวออกมา แต่เห็นเสี่ยวชุ่ยยังไม่นอน จึงไล่ให้ไปนอน สักพักเสี่ยวชุ่ยก็หลับไปไม่รู้เรื่องราวการทะเลาะของพ่อแม่อีกต่อไป และตื่นมาอีกทีด้วยความเจ็บปวดตอนสี่ทุ่มตรง เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นเลือดเต็มห้องนอนแล้ว และแม่เลี้ยงที่กำลังใช้มีดสับแขนขวาของเธอที่ขาดไปแล้วอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นนำมือที่สับละเอียดนั้นไปโยนทิ้งในคูน้ำ ทำให้ไม่สามารถที่จะนำมาต่อได้อีก ด้วยความกลัวแม่เลี้ยงจะฆ่าเธอทิ้ง จึงถือโอกาสที่แม่เลี้ยงนำมือออกไปทิ้งนั้น หนีออกหลังไปซึ่งทะลุหลังบ้านไปหน่อยก็จะเป็นบ้านยาย เมื่อไปถึงหลังจากตะโกนเรียกแล้วก็สลับเพราะการเสียเลือดมาก

เสี่ยวชุ่ยนอนรักษาในโรงพยาบาล

เสี่ยวชุ่ยนอนรักษาในโรงพยาบาล

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอด้วยวัยเพียงเจ็ดขวบ แม่เลี้ยงถูกพิพากษาจำคุก ส่วนเธอกลับไปอยู่กับแม่บังเกิดเกล้า ชีวิตทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ความลำบากข้นแค้นเข้ามาเคียงข้างชีวิตอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ การกิน การนุ่งห่ม ยิ่งประกอบกับคนรอบข้างที่มองเธอที่แขนด้วนไปข้างหนึ่งด้วยความตลกขบขัน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่า สังคมนี้ไม่น่าอยู่ โหดร้ายกับเธอมากเกินไป เธอเกิดความละล้าละลังกับชีวิตตัวเองว่า จะหยุดเพียงแค่นี้หรือว่าจะเดินหน้าต่อ จะมัวแต่โทษชะตากรรมหรือว่าจะฟันฝ่าด้วยความเข้มแข็ง จะจบตัวเองด้วยโศกนาถกรรมหรือสร้างความความเปลี่ยนแปลงที่รุ่งโรจน์ โชคดีที่เสี่ยวชุ่ยเธอเลือกอย่างหลังทั้งหมด เธอใช้เวลา 11 ปีเต็มๆในการเอาชนะกับความยากลำบากทุกข์เข็น จนเธอได้กลายเป็นเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดีและมีความเข้มแข็งคนหนึ่ง
เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยครั้งแรกในปี 2005 โดยครั้งแรกเริ่มจากสื่อท้องถิ่นในมณฑลเสฉวน เมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ปรากฏว่าเป็นประเด็นร้อนที่คนให้ความสนใจมาก เว็บไซต์ เว็บบล็อกต่างๆล้วนแต่กลายเป็นประเด็นหลัก จนสถานีโทรทัศน์ CCTV 10 ต้องเชิญเธอสัมภาษณ์ออกอากาศ (ปรกติถ้าไม่ใช่ประเด็นที่ได้รับความสนในระดับชาติแล้ว CCTV จะไม่ออกอากาศ) สิ่งที่น่าสนใจและสะเทือนใจคนทั้งประเทศก็คือ เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในครั้งนั้น กลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาธรรม แทนที่จะมีความเคียดแค้นอาฆาตร้าย และที่สำคัญเธอสามารถเอาชนะอุปสรรคที่สรีระได้เหนือกว่าคนอื่นอีกจำนวนมาก ด้วยการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยคะแนนสูงถึง 609 คะแนน
แม้ว่าเธอจะประสบกับความโหดเหี้ยมของแม่เลี้ยงจนเธอต้องเสียแขนขวาไป แต่ทุกวันนี้เธอกลับดูแลน้องชายต่างมารดา ซึ่งเป็นลูกของแม่เลี้ยงที่ทำร้ายเธอนั่นเอง โดยเธอแบ่งเงินที่ได้รับจากการบริจาคเมื่อครั้งออกรายการทีวีที่เฉิงตูเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่น้องชายครึ่งหนึ่ง เพราะทุกวันนี้ พ่อไม่เคยเหลียวแลน้องชายเลย และเธอยังประกาศว่า เมื่อเธอจบมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าหากแม่เลี้ยงยังไม่ออกจากคุก เธอก็จะยังคงรับภาระดูแลส่งเสียน้องชายต่อไป เมื่อถูกถามว่า เธอไม่รู้สึกโกรธแค้นเหรอ ที่น้องชายเธอก็คือลูกของแม่เลี้ยงผู้ทำร้ายเธอ เธอให้เหตุผลว่า น้องเธอไม่มีความผิดแต่อย่างใด สิ่งที่น้องชายได้รับในทุกวันนี้ก็ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เธอได้รับเมื่อสิบกว่าปีก่อน ส่วนคำถามว่า รู้สึกโกรธพ่อหรือไม่ เธอตอบตามตรงว่า รู้สึกโกรธ เพราะเขาไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อ และไม่เคยทำหน้าที่ในฐานะพ่อที่ดี แต่ในฐานะลูก ก็ต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อ คงละทิ้งพ่อโดยไม่ดุแลไม่ได้ เมื่อยามคุณพ่อแก่เฒ่าหรือเจ็บป่วย อย่างไรเสียเธอก็ต้องดุแลอย่างแน่นอน
เมื่อแฟนชาวเน็ตและแฟนรายการต่างเป็นห่วงเธอเรื่องค่าเล่าเรียนอีกสี่ปีในมหาวิทยาลัย เธอตอบว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะตอนที่ออกข่าวในหนังสือพิมพ์เฉิงตู อีฟนิ่งโพสต์นั้น ได้มีนักธุรกิจท่านหนึ่งได้แจ้งความจำนงจะอุปการะเธอเรื่องค่าเล่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ส่วนค่าครองชีพนั้น เขาของรับภาระเองดีกว่า แต่ถ้าแฟนๆมีจิตกุศลอยากบริจาคนั้น ขอให้ตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือคนที่ยากจนด้อยโอกาสดีกว่า ส่วนเธอนั้น ถือว่าโชคดีมากแล้วที่ได้รับความช่วยเหลือจากสื่อและสังคม และเธอจะพยายามเรียนให้ดีที่สุด เพื่อออกมารับใช้สังคมต่อไป จะไม่ทำให้สังคมผิดหวัง

ฉันมักจะเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง
คิดฝันให้รักที่สูญหายหวนกลับคืนมา
แสงแดดข้างนอกช่างอบอุ่นนัก
ความขมขื่นในใจช่างระทมเหลือคณานับ
ฉันมักจะซาบซึ้งในรักของผู้อื่น
สะสมไว้ในใจจนกลายเป็นห้วงสมุทรแห่งความซาบซึ้ง
ทุกข์ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป
ฉันอยากชดเชยรักที่ขาดไปให้แก่เธอ
เอาชนะความชังด้วยรัก ขับไล่ความชังด้วยรัก
ในเรื่องราวที่โหดร้ายมักจะมีรักแท้เคียงข้าง
เอาชนะความชังด้วยรัก เปิดใจให้รักเข้ามา
ก้าวพ้นพื้นที่สีเทาแห่งชีวิต
เอาชนะความชังด้วยรัก ขับไล่ความชังด้วยรัก
ในเรื่องราวที่สวยงามมักมีรักแท้รอคอย
เอาชนะความชังด้วยรัก รุ่นแล้วรุ่นเล่า
ก้าวพ้นช่วงทุกข์สุขแห่งชีวิต เอาชนะความชังด้วยรัก
นี่คือเนื้อเพลงที่หลี่กว่างผิงได้เขียนขึ้นมาเพื่ออุทิศให้แก่จั่วเสี่ยวชุ่ย หลังจากที่ได้ทราบเรื่องราวของเธอจากสื่อ และก็เป็นหนึ่งในสิบเพลงในอัลบั้ม Amazing Grace ของ Sally ผลงานที่ผมไม่อยากให้มองเป็นเพียงบทเพลงในคริสต์ศาสนา แต่มันคือเรื่องราวชีวิตจริงที่พวกเราส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธอ่านแล้วต้องยกมือท่วมหัวในความประเสริฐของจิตใจ และเมตตาธรรมที่มีต่อผู้อื่น แม้กระทั่วต่อบุคคลที่เคยทำร้ายเธอ
ด้วยน้ำเสียงที่ใสๆบริสุทธิ์ของ Sally ประกอบกับการแบ็คอัพของวง Guangzhou Philharmonic ที่ได้เสริมให้บทเพลงนี้มีความอบอุ่น ทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเรายังมีสิ่งที่สวยงาม มีความรัก มีพลังที่คอยอยู่เคียงข้างเรา คนเราไม่สมบูรณ์ในด้านร่างกาย ในด้านฐานะ ในระดับสังคม ไม่ใช่อุปสรรคในการสร้างสรรค์สิ่งดีต่อครอบครัว ต่อสังคมเลย มันอยู่ที่การมองโลกของเรา การเติมจิตใจให้เปี่ยมด้วยความรัก เอาชนะความเกลียดชังด้วยความรักแทนที่จะตอบแทนความแค้นด้วยความแค้น นี่คือสิ่งที่สวยงามในชีวิต และก็เป็นสิ่งที่สวยงามในวงการเพลงที่อุทิศให้แก่สังคม สร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามให้แก่สังคม แทนที่จะมุ่งผลทางด้านการตลาดเพียงอย่างเดียว

ดาวน์โหลดเพลงจีน

ดาวน์โหลดเพลง 爱把恨打败

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Haohao
  • Technorati
  • YahooMyWeb
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN
  • Ask
  • MisterWong
  • MySpace
  • Netscape
  • SEOigg
  • Socializer
  • StumbleUpon
  • TwitThis
  • YahooBuzz

Related posts:

  1. เติ้งลี่จวิน (邓丽君)– รำลึกการจากของราชินีเพลงตลอดกาล เติ้งลี่จวิน – ไม่ว่าเราจะเรียกเธอว่า ราชินีเพลงตลอดกาล นักร้องที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีน หรืออะไรก็ตาม สิ่งที่เรานึกถึงเติ้งลี่จวินคือ เสียงเพลงที่มีเสน่ห์ สนุก...
  2. เหอซุ่นเถียน (何训田) จอมยุทธแห่งสังคีตภพ ศิลปินคุณภาพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมานานปี ที่ผมเคยตั้งใจจะเขียนถึงเขามาหลายครั้งตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว แต่มันก็มักจะมีอะไรทำให้ผมต้องหยิบเอาอย่างอื่นมาเขียนก่อนเสมอ จนถึงวันนี้ หลังจากที่ได้ฟังผลงานชุดล่าสุดของเขาในชื่อชุด “tathagata” เลยคิดว่า คงไม่เขียนถึงไม่ได้แล้ว ผมเคยเขียนแตะๆเหอซุ่นเถียนเมื่อหลายปีก่อน...
  3. Alan-เพชรน้ำเอกที่เจียรนัยจากธุลีดิน สืบเนื่องมากจากภาพยนตร์มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของผู้กำกับมือทอง-จอห์น วู เรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ (Red Cliff) ซึ่งผมได้ชมทั้งสองภาค โดยภาคแรกดูจากแผ่นดีวีดี ส่วนภาคที่...
  4. ฉางจิ้ง(常静)-สุดยอดศิลปินกู่เจิงนีโอคลาสสิก พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่คงได้ชื่นชมกับพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการทรงกู่เจิง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนโบราณที่พระองค์ท่านสนพระทัยมานาน พระอาจารย์นักกู่เจิงชาวจีนที่อยู่เบื้องหลังนั้น พวกเราส่วนใหญ่อาจไม่รู้จัก ถ้าหากจะกล่าวว่า เธอผู้นั้นคือ...
  5. Tank นักร้องวัยรุ่นยอดนิยมปี 2007 สำหรับนักร้องจีนในบ้านเราอาจไม่เป็นที่รู้จักมากเท่ากับนักร้องจากแดนปลาดิบ และตอนหลังก็ถูกนักร้องแดนกิมจิแซงหน้า ส่วนนักร้องจีนที่พอรู้จัก (ที่ใช้ว่าพอรู้จัก เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเท่ากับนักร้องเกาหลี) ก็ล้วนแต่มาจากเกาะไต้หวันแทบทั้งสิ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลก ที่วัฒนธรรมจีนก็แทรกซึมอยู่กับวิถีชีวิตคนไทยมานมนาน หรืออาจเป็นเพราะว่า...
  6. ภาพสะท้อนจากอุตสาหกรรมเพลงจีน中国音乐界的反映 พวก เราหลายคนต่างมีคำถามคาใจกับปัญหาคุณภาพเพลงไทยที่ผลิตออกมาเหมือนจะดูถูกคน ฟัง ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฝีมือไม่ถึง หรือว่าเป็นเพราะรสนิยมส่วนตัว หรือว่าเป็นเพราะเอาใจตลาดซึ่งไม่ใช่หมู่นักฟังอย่างแฟนๆ The Wave ก็ไม่อาจทราบได้...

Post a Comment

SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline Copy Protected by Tech Tips's CopyProtect Wordpress Blogs.