ทัวร์ชอปปิ้งประเทศจีน-ชอปปิ้งในเซินเจิ้น (深圳购物游)
Posted by admin on
April 22, 2009
คนไทยจำนวนไม่น้อยที่นิยมไปชอปปิ้งในเซินเจิ้น เมืองเศรษฐกิจพิเศษที่ติดกับฮ่องกง สาเหตุหนึ่งอาจเนื่องจากโปรแกรมท่องเที่ยวจะต้องพ่วงระหว่างฮ่องกงกับเซินเจิ้น อีกสาเหตุหนึ่งเนื่องจากเซินเจิ้นอยู่ติดกับฮ่องกง เข้าออกง่าย เดินทางไม่ถึงชั่วโมงโดยทางรถไฟ และสามารถทำวีซ่าตรงด่านทางเข้าก็สะดวก และประการสุดท้ายน่านจะเป็นเพราะเซินเจิ้นมีความเจริญใกล้เคียงกับฮ่องกง และมีสถานที่ท่องเที่ยวคอยบริการ(ดูดเงิน)นักท่องเที่ยวมากมาย
แต่ถ้าจะเปรียบเทียบความหลากหลายของระหว่างสองเมืองนี้แล้ว ก็ยังคงต้องยกให้ฮ่องกงที่ยังคงครองสวรรค์ของนักชอป เนื่องจากความหลากหลายของสินค้าที่ไล่ตั้งแต่แบรนด์เนมแบบไฮเอ็นด์สุดๆลงมาถึงระดับชาวบ้าน แม้ว่าในเซินเจิ้นเองก็มีไม่น้อยก็ตาม แต่จุดหมายของคนที่จะเข้าไปชอปปิ้งในเซินเจิ้นคือ การหาซื้อของปลอม ของก็อป หรือที่คนจีนเรียกว่า ซานไจ้ (山寨) หรือของเลียนแบบ เพราะรู้สึกมันสนุก ภูมิใจ ยิ่งถ้าหาซื้อของที่เลียนแบบได้เหมือนเท่าไร และได้ราคาดีเท่าไรยิ่งภูมิใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางเซินเจิ้นเองก็รู้ถึงนิสัยหรือรสนิยมคนชอปในประเด็นนี้ จึงสร้างห้างสรรพสินค้าหลัวหู (罗湖)ตรงด่านผ่านแดนหลัวหูเลย พูดง่ายๆคือ ผ่านด่านปั๊บ ชอปได้ทันที ยิ่งจุดนี้จะเป็นชุมทางของทั้งทางรถไฟบนดิน ใต้ดิน รถประจำทาง จึงสะดวกไปหมด ยิ่งสำหรับคนที่มีเวลาน้อย ข้ามมาชอปปิ้งสักครึ่งวัน และไปเที่ยวหน้าต่างโลก (世界之窗)หรือ 锦秀中华 เย็นๆก็กลับมาฮ่องกงเพื่อชมแสงสีซึ่งวิจิตรตระการตากว่าเซินเจิ้นมาก
ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ถ้าหากใครมีวัตถุประสงค์เพื่อมาซื้อของถูก ของซานไจ้แล้ว น่าจะมาไม่ถูกที่ ยกเว้นแต่มีเวลาน้อยเพียงข้ามแดนมาโฉบๆ ก็แล้วไป เพราะสินค้าลอกเลียนแบบที่นี่ไม่น่าซื้อด้วยเหตุผลคือ มีจำนวนไม่หลากหลายประการหนึ่ง ราคาไม่น่าซื้ออีกประการหนึ่ง โดยเฉพาะเซินเจิ้นเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว การซื้อขายจึงเป็นไปลักษณะ “ฟันได้ฟัน” “โกงได้โกง” การเห็นลูกค้าทะเลาะโวยวายเสียงดังกับร้านค้าในห้าง จึงเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไป แต่ที่ผมเห็นส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งและคนผิวดำ แต่จะมีคนไทยสักกี่คนที่กล้าโวยวายเอาเรื่อง ยิ่งถ้าสื่อภาษากันไม่รู้เรื่องแล้ว เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมเองก็เคยเจอกับร้ายค้าที่มารยาท “ทราม” พวกเนี้ ก็ต้องบู๊ (ด้วยเสียง) กันบ้าง เพียงแต่บู๊ด้วยภาษาเดียวกัน ถ้าจะให้ดี เวลาเขาเชิญชวนให้ดูสินค้า ต้องบอกเขาก่อนว่า ถ้าไม่ชอบ หรือราคาไม่ถูกใจไม่ซื้อไม่ว่ากันนะ ซึ่งผมมักจะใช้ลูกไม้นี้และก็ได้ผลทุกที เขาก็ต้อนรับขับสู้ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดี ประเภทเชิญชวนแล้วเดินดุ่ยๆเข้าไป ขอดูชิ้นโน้นชิ้นนี้แล้วเดินออกดื้อๆนั้น น่ากลัวจะมีอาการบาดเจ็บตามหลัง
สินค้าที่เหมาะที่จะหาซื้อในเซินเจิ้นจึงควรจะเป็นสินค้าประเภทอิเลคทรอนิคส์ เพราะที่นี่คือเมืองอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนที่ผลิตแทบทุกประเภท ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ดังนั้นหากใครไปย่านถนนหัวเฉียงเป่ยลู่ (华强北路)ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าอิเลคทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุด และห้างที่ขึ้นชื่อที่สุดคือไซ่เก๋อ (赛格)ที่บอกว่าขึ้นชื่อ เนื่องจากชื่อนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าอิเลคทรอนิคส์ไปแล้ว เวลาเปิดห้างที่ไหนก็ตามก็มักจะนำเอาชื่อนี้ไปใช้ เพราะบอกชื่อยี่ห้อก็รู้ทันทีว่าจะต้องเห็นห้างเกี่ยวกับอะไร บนถนนสายนี้ ละแวกไกล้เคียงกันจะเป็นห้างขายสินค้าและอุปกรณ์อะไหล่อิเลคทรอนิคส์เต็มไปหมด แต่ละตึกก็มีตั้งแต่ 3-6 ชั้น คุณสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ มือถือ ทั้งมือหนึ่ง มือสอง มือที่สาม (พวกยัดไส้เก่าแต่เปลือกนอกใหม่) เอ็มพี 3 ชิ้นส่วน จนถึงอะไล่ไม่ว่าจะเป็นน็อตไซต์ไหน ชิ้นส่วนจอทั้งจอมือถือ จอโน้ตบุ้ก เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจด้านนี้ หาอะไรชิ้นไหนไม่เจอแล้วมาหาที่นี่ไม่ผิดหวัง ดังนั้น โทรศัพท์มือถือเฮ้าส์แบรนด์ทั้งหลายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น iMobile, G-Net, PhoneOne, AJ ฯลฯ คุณอยากได้ยี่ห้ออะไร มาเจรจาที่นี่แล้วสั่งปะยี่ห้อของตนเองสบายเฉิบ จึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมโทรศัพท์แต่ละยี่ห้อที่กล่าวถึงนี้ ถึงมีหน้าตาคล้ายกัน และที่สำคัญสเปคแทบจะไม่แตกต่างกันเลย (หน้าตาอาจสั่งให้แก้ไขแบบได้ ถ้าคุณมีปริมาณสั่งซื้อมากพอ แต่สเปคไส้ในนั้นเหมือนๆกัน)

อ่านถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มท้อใจแล้วสิ นี่ไม่ใช่แหล่งที่อยากจะมาจับจ่ายชอปปิ้งสำหรับผู้บริโภคเราๆท่านๆนี่ มันคือแหล่งค่าส่งดีๆนี่เอง ใช่อยู่ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ขายปลีก แต่ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า ถ้าซื้อราคาปลีกอย่าหิ้วให้เหนื่อยเลย เพราะราคาไม่หนีไปจากบ้านเราสักเท่าไร บ้านเราถ้าซื้อจากตัวแทนที่เชื่อถือได้ อย่างน้อยก็มีบริการหลังการขายให้อีก ยกเว้นแต่คุณอยากได้รุ่นใหม่ๆที่ยังหาซื้อบ้านเราไม่ได้ (รุ่นใหม่ที่ว่าหมายถึง รุ่นที่เพิ่งก็อปจากรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์เนม) ส่วนสินค้าแบรนด์เนมแท้ๆ บอกได้เลยว่า ซื้อบ้านเราถูกกว่านิดหน่อยครับ เพราะช่วงหลังค่าเงินหยวนแข็งเอาๆ จึงไม่ค่อยหยวนให้เราสักเท่าไร แต่ถ้าอยากชอปปิ้งสินค้าประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ฯลฯ เดี๋ยวพาไปชอปที่กว่างโจวดีกว่า ส่วนตอนนี้อยู่เซินเจิ้นก็เที่ยวให้สนุกไปก่อน
สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนไทย และบริษัททัวร์จัดให้นั้น ก็หนีไม่พ้นหน้าต่างโลก (世界之窗)และจิ่นซิ่วจงหัว 锦秀中华 ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ก็ลองนึกถึงเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการในบ้านเราประมาณนั้นละ เพราะที่นี่จะเป็นการจำลองสถานที่ความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อย สถานที่ต่างๆในแต่ละภาคของประเทศจีน พร้อมกับการแสดงทางวัฒนธรรม เวลามาถึงที่นี่ เดินไปไหนแทบจะเดินชนกับคนไทยทุกซอกทุกมุม ใครที่ชอบสถานที่ที่เขาจัดฉากให้ก็คงสนุกสนานดี แต่สำหรับผมไม่ชอบอะไรที่คนสร้างขึ้นมาแบบปลอมๆ ผมอาจมองในแง่ร้ายเพราะดุเหมือนมันคือ “สวนสัตว์มนุษย์” ดีๆนั่นเอง คำนี่อาจฟังดูรุนแรง แต่นี่แหละประเทศจีนที่พร้อมที่จะทำลายของเก่าทุกอย่างเพื่อแปลงเป็นทรัพย์สินเงินทอง และพร้อมที่จะสร้างทุกอย่างเพื่อดูดเงินทอง (ที่พูดเช่นนี้ เพราะช่วงประวัติได้ทำลายศิลปวัตถุ และสถานที่โบราณจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกลับทุ่มงบสร้างสิ่งเหล่านี้ใหม่ เช่นพระพุทธรูปยักษ์ เจ้าแม่กวนอิมยักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดูดเงินจากชาวจีนโพ้นทะเล เพราะชาวจีนเองมีคนที่เคารพสักการะสิ่งเหล่านี้นับหัวได้) ค่าผ่านประเทศตามสถานที่ท่องเที่ยงของจีนแต่ละแห่งไม่ถูกเลย มีฝรั่งเคยเปรียบเทียบค่าผ่านประเทศสถานที่สำคัญต่างๆของจีน เมื่อเทียบกับยุโรปและอเมริกาแล้ว ของจีนแพงกว่ามาก ไม่ต้องอะไรมาก แม้แต่สวนสาธารณะหลายๆแห่งยังต้องเสียค่าผ่านประตูเลย ส่วนหน้าต่างโลกที่นี่ ราคาผ่านประตู 100 หยวน (550 บาท) แถมการชมการแสดงบางรายการยังต้องเสียงเงินต่างหากอีก (ข้อมูลนี้เป็นการเข้าชมเองโดยไม่ผ่านบริษัททัวร์ จึงไม่ทราบว่าที่บริษัททัวร์จัดให้รวมทุกอย่างหรือไม่) พอผ่านปนะตูยังมีไกด์จีนมาหว่านล้อมขอพาเดินชมอีก ถ้าไม่เสียตังค์ก็คงใช้บริการไปแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสำหรับเซินเจิ้นน้น ลืมไปได้เลย เพราะที่นี่เดิมทีคือหมู่บ้านประมงเล็ก เมื่อพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ จึงใกล้เป็นเมืองสมัยใหม่ที่แตกต่างเมืองอื่นๆของจีน แต่สิ่งที่ชอบสำหรับเมืองนี้ก็คือ ผู้คนเป็นมิตรมากกว่าทางฮ่องกง หน้าตาไม่เครียด ไม่เร่งรีบเท่าฮ่องกง บ้านเมืองมีความเป็นระเบียบ(แต่คนยังไม่ค่อยมีระเบียบ) ถนนหนทางกว้างขวาง แยกช่องทางสำหรับรถใหญ่ รถเล็ก (เพราะขับด้วยความเร็วไม่เท่ากัน) ช่องทางสำหรับจักรยานที่กว้างขวางขนาดรถเก่งวิ่งได้สบาย ต้นไม้ปลูกสองข้างทางและเกาะกลางถนนเต็มไปหมด ต้นไม้ที่ปลูกมากที่สุดคือ ต้นมะม่วงและต้นไทร (นี่ไม่รวมถึงย่านเมืองเก่า) อาคารที่อยู่อาศัยแม้จะเป็นเหมือนแฟลต แต่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีเยี่ยม จะไม่เห็นช่องทิ้งขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นเหมือนแฟลตการเคหะฯบ้านเรา โรงแรมที่พักที่นี่ไม่แพง ห้องพักกว้างขวางซึ่งแตกต่างจากฮ่องกงมาก
สิ่งที่ต้องระวังในเซินเจิ้น
เนื่องจากเมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ เมืองอุตสาหกรรม จึงมีผู้คนจากต่างถิ่นมาอยู่หลากหลายมาก และจำนวนมากมากจากเมืองชนบทห่างไกลของจีน ทั้งประเภทแรงงาน และพวกตกงาน ดังนั้นพวกมิจฉาชีพจึงมากเป็นธรรมดา ที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ อยากหลงกลแลกเปลี่ยนเงินตรากับพวกที่ชักชวนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพราะโอกาสที่คุณจะได้แบงค์ปลอมมีสูงมาก เพราะพวกนี้จะอาศัยการให้เรตสูงๆเป็นตัวล่อ และแบงค์ที่ให้คุณดูนั้นก็คือแบงค์จริงๆ อีกประเภทหนึ่งก็คือ จะพาคุณไปในสถานที่ที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่นที่เปลี่ยว บางครั้งก็ใช้หญิงสาวล่อ หรือบางครั้งก็ล่อด้วยการเสนอขายสินค้าราคาพิเศษ โดยอ้างว่าเนื่องจากให้ดูในที่ประเจิดประเจ้อไม่ได้ จึงต้องพาไปดูในสถานที่ลับตา ใครหลงเชื่อมีหวังโดนลอกคราบค่อนข้างแน่นอน
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน ล่าสุดทางเซินเจิ้นได้สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเสร็จและเปิดให้บริการไปแล้วสองสาย (ดูตามแผนที่)

แผนที่เมืองเซินเจิ้น แผนที่ที่นำมานี้จะเป็นแบบแผนที่อิเลคทรอนิคทั้งแบบสามมิติและสองมิติ เราสามารถเลือกดูได้ตามต้องการ สำหรับแบบสามมิติ จะเป็นการจำลองสถานที่จริงแบบเบิร์ดอายวิวมุมสูง ซึ่งตรงตามสถานที่จริง จึงเป็นประโยชน์มากสำหรับนักเดินทาง
(คลิกที่แผนที่ เพื่อเข้าสู่แผนที่อิเลคทรอนิกส์สามมิติ)
สถานที่พัก สามารถเลือกพักได้ตั้งแต่เกสต์เฮ้าส์ จนถึงโรงแรม 5 ดาว สำหรับเกสต์เฮ้าส์ของที่นี่ไม่ได้เล็กเท่ารูหนูเหมือนในฮ่องกง แต่จะเป็นห้องแบบโรงแรมทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เช่น ห้องน้ำ ทีวี ตู้เย็น แอร์ (เลือกได้) มีหน้าต่างหรือไม่มี พวกนี้จะเป็นการเช่าอาคารมาแบ่งซอยห้องให้เช่า ส่วนโรงแรมนั้น สามารถที่จะจองล่วงหน้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น Agoda.com หรือไปถึงที่อาศัยพวกนายหน้าก็ได้ ผมเคยใช้บริการพวกนายหน้าพวกนี้ วางใจได้ครับ ถ้าดูแล้วไม่ถูกใจก็ให้เขาหาจนถูกใจ (ยังได้คนช่วยหิ้วกระเป๋าอีก) สำหรับเรื่องบริการ ก็ต้องเผื่อๆใจไว้บ้าง เพราะจะหวังให้บริการดีเหมือนบ้านเราคงยาก ขอให้สะอาดและปลอดภัยก็พอ
การแลกเปลี่ยนเงินหยวน
1. แลกจากประเทศไทย การแลกเงินหยวนกับธนาคารไทยจะได้เรตที่ต่ำ สามารถแลกได้จากตัวแทนแลกเงินเอกชน โดยจะให้เรตที่ดีกว่า เช่นที่ซอยทางเกาบิ๊กซี ราชดำริ (ปากซอยเป็นธนาคารกรุงเทพ) แต่ต้องชั่งใจถ้าหากแลกไม่มาก เพราะเรตจะแตกต่างกันเพียงเศษสตางค์ต่อหยวนเท่านั้น
2. แลกที่ฮ่องกง หากใครมีโปรแกรมต้องผ่านฮ่องกงด้วย ขอแนะนำแลกเงินฮ่องกงติดตัวไปนิดหน่อย แล้วไปแลกเงินหยวนที่ฮ่องกงจะได้เรตดีกว่าเมืองไทยหลายตังค์ ไม่ว่าจะซื้อหยวน หรือขายคืนหยวนก็ตาม
3. ข้อข้ามเด็ดขาด ห้ามแลกเงินในสนามบินฮ่องกง เพราะเรตจะต่ำกว่าที่แบงค์ไทยให้เสียอีก และการแลกตรงด่านผ่านแอนก็จะได้เรตที่ต่ำเช่นกัน ส่วนใครหวังไปแลกในประเทศจีน คุณอาจต้องร้องไห้กลับเมืองไทยไวๆ เพราะธนาคารทั่วไปจะไม่มีบริการแลกเงินบาท (มีเฉพาะสกุลหลัก) และห้ามแลกกับพวกข้างทางเด็ดขาด
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบประหยัด
หากใครเน้นการท่องเที่ยวมากกว่าความสะดวกสบาย และเดินทางจากประเทศไทยด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ ตอนนี้คงมีทางเหลือไม่มากนัก หลักๆก็คือแอร์เอเชีย แต่เนื่องจากไม่ว่าคุณจะบินไปลงที่ฮ่องกงหรือเซินเจิ้น ก็ล้วนแล้วนแต่ถึงกลางคืนค่อนข้างดึก นั่นหมายความว่า เสียเวลาหนึ่งวันกับหนึ่งคืนฟรีๆ หรือต้องจ่ายค่าที่พักฟรีๆโดยไม่ได้เที่ยว หากใครไม่มีธุรกิจในฮ่องกงในคืนนั้น หรือเช้าวันรุ่นขึ้น แนะนำให้บินไปลงเซินเจิ้น และพักที่นั่นจะประหยัดที่พักกว่ามาก เมื่อเทียบเฉพาะเกสต์เฮ้าส์ก็ประหยัดอย่างน้อย 1000-2000 บาท แถมที่พักที่เซินเจิ้นยางกว้างขวางสบายกว่า ค่าอาหารการกินถูกกว่า แต่ต้องวางแผนดีๆ เพราะการเข้าเซินเจิ้นต้องขอวีซ่า ดังนั้น จึงหมายความว่า หากต้องการเทียวฮ่องกงด้วย จะต้องจัดฮ่องกงเป็นจุดหมายสุดท้าย แล้วขึ้นเครื่องกลับจากฮ่องกง (ถ้าเป็นโอว์คอสต์) ไม่นั้น เที่ยวฮ่องกงเสร็จกลับเข้าเซินเจิ้นอีก ก็เท่ากับต้องทำวีซ่าใหม่อีกประมาณ 1000 บาท (ทำที่ด่านชายแดนอาจไม่ถึง)
Related posts:
- IBM Notebook ราคาเพียง 5,000 บาท!!! ครั้งก่อนไปกว่างโจว ตอนไปย่านเทียนเหอ (天河区)ในศูนย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีตึดที่จำหน่ายคอมพิวเอตร์อย่างเดียว 4-5 ตึกเรียงรายกันบนถนนสายเดียวกัน ความใหญ่อลังการของมัน ทำให้พันธ์ทิพย์ +...
- เงินหยวนที่ไม่”หยวน”ในประเทศจีน แม้ว่าประเทศจีนจะเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลกมาหลายปีดีดัก และเศรษฐกิจก็พุ่งแรง เติบโตระดับตัวเลขสองหลักมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม และฐานะทางเศรษฐกิจในอันดับโลกก็ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ระดับหน้าๆก็ตาม แต่ดูเหมือนด้านเงินหยวนจะมีความแตกต่าง และดูเหมือนจะไม่ได้รับการยอมรับจากหลายๆประเทศ โดยสังเกตดูได้จากอัตราแลกเปลี่ยน...
- ช็อปปิ้งที่มาบุญครอง-เซินเจิ้น ได้ยินได้อ่านคนไทยที่ไปเที่ยวฮ่องกง มักนะนิยมข้ามแดนไปเซินเจิ้น ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของฮ่องกง โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆคือ ไปช็อปปิ้ง และห้างที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักช็อปชาวไทยก็คือ หลัวหูช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ (Luo Hu...
- เจ้าแม่กวนอิมเพื่อการค้า เห็นรูปเจ้าแม่กวนอิมรูปนี้แล้ว ทำให้ผมนึกถึงสุภาษิตจีนที่ว่า “泥菩萨过河 自身难保” หรือแปลเป็นไทยว่า รูปปั้น(ดิน)เจ้าแม่กวนอินข้ามแม่น้ำ แม้ตัวเองก็รักษายาก ซึ่งเป็นการอุปมาอุปมาไมยว่า คนที่แม้แต่ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด...
- ที่มาของบะหมี่อายุยืน(หมี่ซั่ว) หรือ 长寿面 ประเพณีของชาวตะวันตก เวลาฉลองวันเกิดก็จะต้องทานขนมเค็กกัน จนคนไทยหรือชาวตะวันออกแทบจะทุกชาติต่างก็ซึมซับวัฒนธรรมนี้มา โดยไม่ได้สนใจว่า มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ส่วนคนจีนนั้น โดยเฉพาะรุ่นผู้ใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ เวลาพวกเราฉลองวันเกิดให้อาม่า...
- ตระเวนตลาดเครื่องเสียงกว่างโจว ตอนที่ 2 : จากไห่ยิ่นสู่เป่ยจิงลู่ (从海印到北京路) หลังจากที่ตอนแยกย้ายกันกับกลุ่มของเติ้งเหว่ยเปียวหลังจากอาหารค่ำ และได้บอกให้คุณพานหยาง 潘阳 (Pan Yang) จากนิตยสาร AV Front Line...
- ตระเวนตลาดเครื่องเสียงกว่างโจว ตอนที่ 1 : Hi! ไห่ยิ่น เชื่อว่าแฟนๆ ThaiChinese.Net จำนวนหนึ่งคงมีประสบการณ์กับการไปช็อปปิ้งในกว่างโจวหรือที่อื่นๆในประเทศจีน แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับฮ่องกงมากกว่า อาจจะด้วยความรู้สึก และภาพลักษณ์เก่าๆที่ยังฝังใจว่า ประเทศจีนเป็นประเทศยากจน ล้าสมัย ดังนั้นสินค้าประเภทฟุ่มเฟือยหรือราคาแพงคงไมใช่แหล่งที่จะไปหาซื้อกัน...








































3 Responses to “ทัวร์ชอปปิ้งประเทศจีน-ชอปปิ้งในเซินเจิ้น (深圳购物游)”
อยากไปมากๆ ได้ยินข่าวมานานแล้วเรื่องชอปปิ้ง
By kira on May 17, 2009
รีวิวละเอียดมากเลยค่ะ ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลย
By Kaew on Oct 8, 2009
อยากไปช้อปปิ้งที่นั่นจังค่ะ
By ทัวร์จีน on Dec 16, 2009