จีนประสบความสำเร็จในการส่งมนุษย์ขึ้นสู่ฐานอวกาศ
Posted by admin on
June 30, 2012
เมื่อวันที่ 16 เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 18.37 น. ประเทศจีนได้ใช้จรวจฉางเจิง (长征 หรือ Long March) 2F บรรทุกยานเสินโจว (神舟)หรือเทพนาวา พร้อมกับมนุษย์อวกาศทั้งหมดสามคน ประกอบด้วย จิ่งไห่เฝิง (景海鹏) หลิวว่าง (刘旺) และคนสุดท้ายเป็นสุภาพสตรีคือหลิวหยาง (刘洋) โดยมีภารกิจคือ การนำยานเสินโจวขึ้นไปเชื่อมต่อกับยานอวกาศเทียนกง 1(天宫)หรือวังแห่งสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องสู่การพัฒนาเป็นสถานีทดลองทางอวกาศที่พัฒนาขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีและมันสมองของนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนล้วน ๆ เนื่องจากโครงการสถานีทดลองทางอวกาศที่สหรัฐร่วมกับประเทศตะวันตกรวมทั้งญี่ปุ่นสร้างขึ้นมานั้น ไม่ต้องการใช้จีนเข้าร่วมเนื่องจากเกรงว่าจีนจะได้โนว์ฮาวด้านนี้ไป
หลังจากปล่อยยานออกจากฐานที่จิ่วเฉวียน (酒泉)19 นาที ณ เวลา 18.56 น. ก็ประสบความสำเร็จในการทะยานพ้นจากชั้นบรรยากาศ และวันที่ 17 หลังจากที่เปลี่ยนวงโคจรไปสามครั้ง ยานเสินโจววงโคจรตามที่กำหนด 16 รอบและเข้าใกล้ยานเทียนกง 1 (天宫1)เพียง 52 กม. และเชื่อมยานเสินโจวเข้ากับเทียนกงสำเร็จเมื่อ 18.00 น. หลังจากนั้น นักบินอวกาศทั้งสามก็เปลี่ยนชุดจากชุดนักบินอวกาศเป็นชุดสีฟ้าเข้าสู่ยานเทียนกงเพื่อลงมือปฏิบัติภารกิจ โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานคนละ 8 ชั่วโมง โดยกำหนดเวลาทำงาน 6 ชั่วโมงและพักผ่อน 2 ชั่วโมง โดยภารกิจที่ได้รับการมอบหมายคือ การทดลองทางชีววิทยา ด้านการแพทย์ ซึ่งได้นำเอาเมล็ดพันธุ์พืชพร้อมทั้งผีเสื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปด้วย
ยานเทียนกง 1 เป็นหนึ่งในโครงการทางอวกาศของจีนที่ต้องการใช้ยานอวกาศเป้าหมาย (Target Spacecraft) และเป็นสถานีทดลองทางอวกาศ โดยทางการจีนได้ลำเลียงขึ้นสู่อวกาศด้วยยานเสินโจว 8 เมื่อวันที่ 29 กันยายน ปี 2011 ตัวยานมีขนาดสูง 10.4 เมตร หนัก 8.5 ตัน ซึ่งโคจรอยู่ห่างจากชั้นบรรยากาศถึง 340 กม. ซึ่งเป็นโครงการแรกสำหรับห้องทดลองอวกาศ โดยโครงการต่อไปคือ การส่งยานเทียนกง 2 ในปี 2013-2015 (เวลาที่แน่นอนยังไม่กำหนด) และเทียนกง 3 ในปี 2015-2016 (ยังไม่กำหนดเวลาที่แน่นอนเช่นกัน)
สำหรับการใช้ชีวิตบนยานอวกาศนั้น อาหารที่จัดเตรียมจะคำนึงถึงอาหารสำหรับรสนิยมและอุปนิสัยการบริโภคของชาวจีนเป็นหลัก ดังนั้นอาหารจึงต้องเป็นอาหารจีน และด้านคุณค่าอาหารก็จัดตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและสรีระของชายหญิง โดยแยกเป็นอาหารห้าหมวดหลัก 50 กว่าประเภท โดยสามารถทานแบบร้อน ๆ และมีกลิ่นหอมฉุยได้ ซึ่งนักบินอวกาศจะต้องคอยทำความสะอาดด้วยการระบายของเหลวที่ควบแน่นทิ้ง เนื่องจากการอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักนั้น เหงื่อ ลมหายใจ เป็นต้น จะถูกควบแน่นและจะถูกสุดเข้าไปในลมหายใจอันจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย และชุดของนักบินอวกาศยังต้องคำนึงถึงสรีระของสภาพสตรีเป็นพิเศษ เช่นชุดชั้นในเป็นต้น ส่วนการสื่อสารนั้น นอกจากผ่านทางภาพและเสียงเพื่อติดต่อกับศูนย์ควบคุมที่กรุงปักกิ่งแล้ว ยังสามารถติดต่อผ่านทางอีเมลได้ด้วย
การประสบความสำเร็จทางด้านอวกาศของจีนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะก้าวสู่โครงการณ์อื่น ๆ โดยเฉพาะสถานีอวกาศซึ่งถือเป็นความทะเยอทะยานของจีนที่จะต้องก้าวทันประเทศตะวันตกให้ได้ หลักจากที่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมโครงการ แม้ว่าในปัจจุบัน วิทยาการด้านอวกาศของจีนยังคงตามหลังประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐกับรัสเซียก็ตาม แต่จากโครงการที่สำเร็จทีละก้าวนับจากฉางเอ๋อที่ส่งมนุษย์อวกาศขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกจนมาสู่เสินโจว 9 ที่เข้าไปอยู่บนอวกาศยาวนานถึง 13 วัน และยังกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยโดยการร่อนลงบนบกที่มองโกเลียในอันเป็นสิ่งที่ยากเย็นยิ่งกว่าการลงในทะเล ดังนั้น หากจะว่าไปแล้วประเทศจีนและคนจีนก็เหมือนกับกลองที่ยิ่งถูกตียิ่งดัง ยิ่งถูกกีดกันด้านวิทยาการก็ยิ่งเร่งพัฒนาตัวเองให้เจริญก้าวเร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้ทัดเทียมและสุดท้ายอาจล้ำหน้าประเทศผู้กีดกันในอดีตก็ได้






































One Response to “จีนประสบความสำเร็จในการส่งมนุษย์ขึ้นสู่ฐานอวกาศ”
ประเทศจีนก้าวหน้ามากครับ
ชอบตอนท้ายของบทความที่ว่า
“ประเทศจีนและคนจีนก็เหมือนกลอง ที่ยิ่งถูกตียิ่งดัง”
By สามก๊กวิทยา on Jul 8, 2012