หลิวซันเจี่ย(刘三姐) – ตำนานเทพแห่งเสียงเพลง
Posted by admin on
December 7, 2009
ใครที่เคยไปเที่ยวกุ้ยหลิน เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำอันวิจิตรดั่งจิตกรรมที่ฟ้าประทาน เชื่อว่าทุกคนที่ได้ไปสัมผัสมาแล้วต่างมีความรู้สึกประทับใจในความงามของมัน และสำหรับรายการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนรายการหนึ่งที่วิจิตอลังการไม่แพ้กันคือ รายการเสียง แสง ที่มีฉากหลังเป็นขุนเขาและสายน้ำของแม่น้ำหลีเจียงประกอบกับนักแสดงนับร้อยที่ประกอบด้วยเสียงและแสง ในรายการที่เรียกว่า “ยิ่นเซี่ยง หลิวซันเจี่ย (印象刘三姐)” หรือ The Impression of Sister Liu (ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tourchina.thaichinese.net/) ซึ่งเรียกตามชื่อภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สร้างโดยผู้กำกับภาพยนตร์จีนแห่งยุค คือจางยี่เหมา ที่สร้างในปี 2004 ด้วยการทุ่มทุนสร้างหลักร้อยล้านจนลือกระฉ่อนไปทั่ว ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องเดิมคือ “หลิวซันเจี่ย” สร้างในปี 1960 โดยผู้กำกับ ซูหลี
ตำนานแห่งหลิวซันเจี่ย (刘三姐的传说)
หลิวซันเจี่ย (刘三姐)เป็นนิยายปรัมปราเรื่องความรักของหนุ่นสาวที่มีเรื่องราวคล้าย ๆ กับเรื่องราวของเหลียงจู้ (梁祝)(เหลียงซานป๋อ กับจู้ยิงไถ หรือ The butterfly lovers) เพียงแต่เหลียงจู้มีพื้นเรื่องเกิดในครอบครัวของชนชันปัญญาชนโดยฝ่ายหนึ่ง(จู้ยิงไถ) มีฐานะครอบครัวดีกว่า ส่วนเรื่องราวของหลิวซันเจี่ยเป็นเรื่องราวของชาวบ้านติดดินของชนกลุ่มน้อยชาวจ้วงที่มิได้มีการศึกษาอะไรนัก เพราะแม้แต่ชื่อของตัวละครก็เป็นแบบชาวบ้านสุดๆ อย่างตัวนางเอกคือ หลิวซันเจี่ย ซันเจี่ยหมายถึงพี่(สาวคนที่)สาม หรือบางแห่งก็เรียกหลิวซันเม่ย(น้องสาวคนที่สาม) ส่วนพระเอกคืออาหนิว (หนิวหมายถึงวัว อาเป็นคำนำหน้าเหมือนที่คนไทยสมัยก่อนเรียก “ไอ้” เช่น ไอ้ดำ) ส่วนเรื่องราวความรักก็มีชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกัน
หลิวซันเจี่ยมีเรื่องเล่าที่มาที่ไปไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเรื่องเล่านั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ไหน ซึ่งเรื่องเล่านี้มีทั้งที่มาจากชาวฮั่นเอง และที่มาจากชนกลุ่มน้อยอย่างชนชาติแม้ว เย้า เป็นต้น ในมณฑลต่าง เช่น เช่นกว่างตง(กวางตุ้ง) กว่างซี (กวางสี) หูหนัน หยุนหนัน กุ้ยโจว ซึ่งต่างก็อ้างว่ามณฑลของตนเป็นดินแดนแห่งตำนานหรือบ้านเกิดของหลิวซันเจี่ยที่แท้จริง เนื่องจากคนที่แซ่หลิวในประเทศจีนมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และการแพร่กระจายของเพลงพื้นบ้านหลิวซันเจี่ยก็กระจายไปทั่ว ที่ใดที่มีเรื่องราวเหล่านี้แพร่กระจายเข้าไปต่างก็อ้างว่าเป็นแหล่งกำเนิดของหลิวซันเจี่ย แต่เมื่อภาพยนตร์ของจางยี่เหมาและการแสดงเสียง แสงที่กุ้ยหลินที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนติดสถิติของ Guinness Book of World Record ที่จางยี่เหมาร่วมกับเขตปกครองพิเศษชาวจ้วงแห่งมณฑลกว่างซีจัดทำขึ้นมา จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก การถกเถียงเรื่องดินแดงแห่งต้นตำนานก็แทบจะยุติได้โดยไม่ต้องให้กรรมการตัดสิน
ถึงแม้ตำนานเล่าขานจะมีที่มาที่ไปแตกต่างกัน แต่มีตำนานหนึ่งที่เล่าตามกันมีดังนี้ หลิวซันเจี่ยเกิดในสมัยราชวงศ์ถัง ในหมู่บ้านหลานติ้ง อำเภอเทียนเหอ มณฑลกว่างซี ซึ่งเป็นเขตที่ค่อนข้างด้อยพัฒนา เพียงใหญ่เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ แม่ก็เสียอายุเมื่อหลิวซันเจี่ยอายุแค่ 10 ขวบ คุณพ่อซึ่งเป็นพ่อค้าเร่ค้าขายข้างนอกจึงไม่มีเวลาดูแลลูก และหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปีก้เสียชีวิตอีกคน หลิวซันเจี่ยกับพี่รองสองคนช่วยกันทำมาหากินด้วยการทอผ้าตั้งแต่อายุได้ 12 ขวบ และเป็นคนที่ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ทอผ้าไปร้องเพลงไป ยิ่งร้องยิ่งดี ยิ่งร้องยิ่งเป็นที่รู้จักในหมู่บ้าน จนดูเหมือนเป็นคนที่ไม่มีความทุกข์ใด ๆ ส่วนพี่รองกลับตรงกันข้างที่ต้องนั่งกลุ้มอกกลุ้มใจว่า วัน ๆ จะหาอาหารมาเติมปากท้องด้วยอะไรดี และมักจะตำหนิน้องสาวที่ไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้วยังมัวแต่ร้องเพลง แต่หลิวซันเจี่ยก็ร้องจนชาวบ้านต้องมาขอร้องเพลงประชันขันแข่งด้วย แต่ก็พ่ายแพ้ทุกรายไป บ้างก็มาขอเรียนฝึกร้องเพลงกับเขาด้วย
เมื่อหลิวซันเจี่ยเริ่มเติบโตเป็นสาวด้วยหน้าตาที่สะสวยต้องตาต้องใจของชายหนุ่ม วันหนึ่งมีเศรษฐีในหมู่บ้านมาขอ แต่หลิวซันเจี่ยไม่เล่นด้วย แต่เศรษฐีก็ไม่ละความพยายาม ก็ส่งนักร้องเพลงพื้นบ้านฝีปากเยี่ยมมาท้าดวลโดยท้าว่า ถ้าหากหลิวซันเจี่ยแพ้ก็จะต้องยอมทำตามเงื่อนไขของตน แต่สุดท้ายก็แพ้พ่ายไปทุกคน ทำให้เศรษฐีจากที่เสียหน้ากลายเป็นความโกรธ จึงขอทุ่มเททุกอย่างเพื่อที่จะล้างอายด้วยการคบคิดกับข้าราชการชั่วให้ช่วยกำจัดหลิวซันเจี่ย แต่ข่าวคราวได้ล่วงรู้เข้าหูหลิวซันเจี่ยและชาวบ้าน ชาวบ้านจึงได้ช่วยพาหลิวซันเจี่ยกับพี่รองหลบหนีออกจากหมู่บ้านในยามมืดค่ำไปทางแม่น้ำ
ระหว่างทางที่หลบหนีนั้น พี่รองกลัดกลุ้มมาก คิดว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อให้น้อยสาวตนเองหยุดร้องเพลง เพื่อจะได้ไมต้องเดือดร้อนอีกต่อไป จึงได้ออกอุบายด้วยการเก็บก้อนหินก้อนกลมรีขนาดไข่ห่าน แล้วบอกกับหลิวซันเจี่ยว่า “น้องสาม ให้น้องเอาผ้าเช็ดหน้าของน้องเจาะรูก้อนหินก้อนนี้แล้วร้อยเข้าด้วยกัน ถ้าหากทำไม่ได้ ก็จะไม่ให้น้องร้องเพลงอีกต่อไป แต่ถ้าหากทำสำเร็จพี่ก็จะไม่ห้ามอะไรอีก พี่พูดคำไหนคำนั้น ไม่พูดเล่น”
หลิวซันเจี่ยผู้ซึ่งเพิ่งก่อความเดือดร้อนมามาด ๆ ไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย ก็ได้แต่หยิบเอาก้อนหินที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมา คิดในใจว่า “เราก็ไม่ใช่เทวดา จากเอาผ้าบาง ๆ นุ่ม ๆ มาเจาะทะลุก้อนหินได้อย่างไร” จากนั้นก็ตั้งจิตอธิฐาน ลองเอาผ้าเช็ดหน้าเจาะก้อนหินพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย
ส่วนพี่รองนั่งลุ้นด้วยความมั่นอกมั่นใจว่าคราวนี้ต้องเอาอยู่หมัดแน่ แต่ก็ไม่วายลุ้นด้วยความระทึกในใจว่า “ไม่ว่าน้องจะเป็นคนสามัญธรรมดาก็ดี หรือจะเป็นเทวดาก็ดี ข้าลั่นวาจาไปแล้วจะไม่ยอมคืนคำเด็ดขาด”
ไม่มีใครคาดคิดว่า เสียงเพลงของหลิวซันเจี่ยได้ดังก้องไปถึงหูของนางฟ้าทั้งเจ็ด เหล่านางฟ้าจึงได้ช่วยกันแสดงอภินิหารทำให้ผ้าเช็ดหน้าเจาะทะลุก้อนหินอย่างง่ายดาย จึงเท่ากับอุปสรรคที่จะขวางกั้นเสียงเพลงถูกขจัดไปจนหมดสิ้นไปแล้ว
จากนั้น เสียงเพลงของนางก็กึกก้องอีกครั้งหนึ่งทั่วสายน้ำ ขุนเขา ตลอดจนทุกย่อมหญิง เช่นเดียวกันเสียงเพลงนั้นก็ก้องเข้าหูข้าราชการชั่วที่เคยตามล่า จึงได้ส่งกำลังมาจับกุม แต่ชาวบ้านผู้รักเสียงเพลงต่างไม่ยินยอมให้หลิวซันเจี่ยถูกจับ เพราะการถูกจับคือการถูกนำไปฆ่าสถานเดียว จึงได้ช่วยกันขัดขวางและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก หลิวซันเจี่ยทนเห็นชาวบ้านต้องมาเดือดร้อน ตลอดจนบาดเจ็ดล้มตาวเพราะตนเองไม่ได้ จึงได้หนีเข้าป่าไปเพื่อจบชีวิตตัวเองในสระเสี่ยวหลง
ในขณะที่หลิวซันเจี่ยกำลังจะกระโดดลงสระเสี่ยวหลงนั้น ได้เกิดพายุพัดโหมกระหน่ำ อย่างแรง ทันใดนั้นก็เกิดลำแสงสีแดงขึ้น พร้อมกันนั้นได้มีปลาคราฟสีทองตัวใหญ่โผล่ขึ้นมาจากสระน้ำ และพาหลิวซันเจี่ยทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า จนขึ้นไปถึงสรวงสวรรค์ กลายเป็นเทพธิดาแห่งเสียงเพลง
ส่วนตำนานบางสายก็จะฉีกออกไปอีกแง่มุมหนึ่ง กล่าวคือ หลิวซันเจี่ยหนีตามไปกับแฟนหนุ่มด้วยความรัก และได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขระยะหนึ่ง แต่ตอนหลังก็ถูกเศรษฐีบีบบังคับให้แต่งงานด้วย ทั้งสองสามีภรรยาจึงกระโดดลงในแม่น้ำ และมีปลาคราฟพาทั้งสองขึ้นไปสู่สวรรค์เหมือนกัน ตำนานสายนี้จะระม้ายคล้ายกับเรื่องเด็กเลี้ยงควายกับสาวทอผ้า (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaichinese.net/Art_Culture/art_culture.html) เนื่องจากตัวเอกเป็นคนเลี้ยงวัวเหมือนกัน
บทเพลงหลิวซันเจี่ย – ไวโอลินคอนเชร์โต
ความสำเร็จของ The Butterfly Lovers – violin concerto ที่เคยนำมาลงอย่างละเอียดใน The Wave เล่มที่ 1 และเล่มที่ 2 ติดต่อกัน ที่มาคู่กับบทเพลงแห่งแม่น้ำเหลือง The Yellow River – piano concerto ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้วงการเพลงคลาสสิกจีนได้ขึ้นสู่กระแสสูงสุด หากวิเคราะห์เบื้องหลังแห่งความสำเร็จแล้ว พอจะแยกได้ดังนี้
บทเพลง “เหลียงจูง” นั้น ความสำเร็จมาจากสามปัจจัยหลัก ๆ คือ 1. มีตัวบุคคลที่ชัดเจนในบทเพลง 2. มีความรักและอารมณ์ และ 3 คือ มีความเป็นดนตรีพื้นบ้านผสมผสาน (คืองิ้วเยว่จวู้) ส่วนบทเพลงแห่งแม่น้ำเหลืองก็มาจากเพลงประสาน The Yellow River Singers ที่โด่งดังปลุกกระแสความรักชาติในสมัยสงครามต่อต้านญี่ปุ่นอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความยอมรับได้ง่ายมาก
ในส่วนของหลิวซันเจี่ย ซึ่งมาควบกับบทเพงแห่งแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียงที่คนไทยมักเรียกตามฝรั่ง) ก็ใช้แนวคิดในลักษณะเดียวกัน คือในบทเพลงหลิวซันเจี่ยจะเป็นบทเพลงที่มีตัวบุคคล มีความรัก มีอารมณ์ และสุดท้ายคือมีกลิ่นอายของดนตรีพื้นบ้านชนกลุ่มน้อยอยู่สูง แต่ที่สำคัญจุดจบของหลิวซันเจี่ยเป็นลักษณะจบอย่างมีความสุข จึงทำให้ชาวบ้านสามารถฟังบทเพลงคลาสสิกนี้เหมือนกับการ “ฟังดนตรีนิยาย” ที่พวกเขาชื่นชอบ ส่วนบทเพลงแห่งแม่น้ำฉางเจียงก็นำเอาบทเพลงที่เคยเป็นที่รู้จักอยู่แล้วมาร้อยเรียงเป็นสามมูฟเมนต์ในบทเพลง
ในบทเพลงหลิวซันเจี่ย ไวโอลินคอนเชร์โตนั้น ประกอบด้วยมูฟเมนต์เจ็ดมูฟเมนต์คือ
1. Teaching Songs เป็นการบรรเลงที่ประกอบด้วยท่วงทำนองแห่งเพลงพื้นบ้านกว่างซี
2. Come Across นำมาบทละครในท่อนร้องของอาหนิว(ตัวเอก) มาประกอบ บรรยากาสสนุนสนานแสดงถึงความสุขในการพบปะของสองหนุ่มสาว
3. Fall in Love เสียงแชลโลและไวโอลินได้ขับกล่อมความรู้สึกอารมณ์ บรรยายถึงความรู้สึกแห่งห้วงรักของสองหนุ่มสาว
4. Antiphonal Singing ดนตรีท่อนนี้จะเต็มไปด้วยบรรยากาศของบทร้องพื้นบ้าน เป็นการบรรยายถึงการต่อสู้กับแผนการชั่วร้านที่ต้องการทำลายความรักและพรากจากทั้งสอง
5. Oppose เสียงไวโอลินเค้นความรู้สึกโกรธแค้นหลังการดวลเพลงพ่ายแพ้ เป็นการบรรยายการต่อต้านการแย่งชิงหลิวซันเจี่ยด้วยกำลัง
6. Elope ดนตรีได้แสดงให้เห็นถึงการหนีภัย หลังจากที่ต่อต้านแผนการชั่วร้ายไม่สำเร็จ
7. Life-long Happiness and Perfect Harmony หลังจากเผชิญภัยชั่วร้ายต่าง ๆ สิ้นสุดลง ก็มีชีวิตอย่างมีความสุข
นักไวโอลินที่บราจงกรีดเส้นเสียงในบทเพลงชิ้นนี้คือ Lu Siqing (吕思清) นักไวโอลินหนุ่มนานกระฉ่อนที่ฝากฝีมือกว่า 40 ประเทศจนสื่อตะวันตำยกย่องให้เป็น “อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ นักไวโอลินที่หาตัวเปรียบได้ยาก” และเป็นผู้เดี่ยวไวโอลินเหลียงจู้เมื่ออายุเพียงสิบกว่าขวบ ผลงานชิ้นนี้จึงไม่ควรพลาดสำหรับคอคลาสสิก
Gong Yue (龚玥) กับหลิวซันเจี่ย
ผลงานชุดนี้จะเป็นการนำเพลงพื้นบ้านมาร้องในแนวสมัยใหม่โดยนักร้องสาววัยรุ่น Gong Yue (龚玥) ที่โด่งดังเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยได้รวบรวมบทเพลงพื้นบ้านของมณฑลกว่างซี อันเป็นบ้านเกิดของหลิวซันเจี่ยทั้งหมด 11 เพลง บันทึกเสียงคุณภาพสูงระดับออดิโอไฟล์ (audiophile) ลงบนแผ่นซีดีสีดำ หรือ ไวนิลซีดี ซึ่งจะให้โทนเสียงที่มีความอบอุ่น นุ่มนวลกว่าซีดีทั่วไป
ชมคลิปวิดีโอการแสดงแสง-สี-เสียงในชุด The Impression of Sister Liu และเพลงบรรเลงออนไลน์ได้เพิ่มเติมที่นี่
Related posts:
- “จ้วง”กว่างซี ต้นกำเนิดตระกูลภาษาไทย? (广西“壮” – 泰语的发源地?) “ทำไมต้องใส่ใจศึกษาชนชาติจ้วง?” เป็นคำถาม คุณทองแถม นาถจำนง นักกวีไทย-จีน/แปล ผู้ศึกษาชนชาติจ้วง เปิดประเด็นต่อนักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป ในหัวข้อ...
- Beih Nongx ไทย-จ้วงคือพี่น้องกัน (泰-壮兄弟一家亲) หลังจากการประชุมทางวิชาการในวันแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการบรรยายของนักวิชาการและผู้ที่อยู่ในแวดวงอุปรากรจีนจากประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน การประชุมในวันที่สองนั้น ผู้ที่บรรยายส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรทั้งนักวิชากรและผู้ที่อยู่ในแวดวงศิลปะการแสดงจากประเทศจีน นอกจากนักวิชาการชาวสิงคโปร์ที่เดินทางมาสมทบภายหลังอันเนื่องจากติดธุระมาไม่ทันในวันเปิด เช่น Dr. Chua Soo...






































