ดร.ซุนยัดเซ็นกับการเคลื่อนไหวปฏิวัติในสยาม (孙中山在暹罗之革命活动)
Posted by admin on
April 30, 2009

孙中山
ดร.ซุนยัดเซ็น หรือ ซุนจงซัน (孙中山)ตามสำเนียงภาษาจีนกลาง (ต่อไปนี้จะขออนุญาตเรียกดร.ซุนจงซันแทนซุนยัดเซ็นที่คนไทยคุ้นเคย โดยคำว่ายัดเซ็น หรือมาจากภาษาจีนว่า ยี่เซียน逸仙) ในช่วงที่ท่านก่อการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิงนั้น ท่านต้องหนีออกนอกประเทศเป็นระยะเวลาหลายปี และในระหว่างนั้น ท่านก็ได้เดินทางไปประเทศต่างๆที่มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่ เพื่อเผยแพร่เจตนารมณ์แห่งการปฏิวัติ ในบรรดาประเทศทั้งหลายที่ท่านเดินทางเคลื่อนไหวการปฏิวัตินั้น หนึ่งในประเทศเหล่านั้น คือประเทศสยาม ซึ่งท่านได้มาเคลื่อนไหวในหมู่ชุมชนชาวจีนในบางกอกย่านเยาวราชเป็นเวลาสิบกว่าวัน
เนื่องจากไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และคนรุ่นเก่าๆก็ล้มหายตายจาก จึงทำให้วันเวลาที่เดินทางมาประเทศสยามมีการกล่าวกันหลายช่วงหลายเวลาที่ไม่ตรงกัน ซึ่งกล่าวกันว่า อยู่ในปีค.ศ. 1903 หรือ 1905 หรือ 1907 ปีใดปีหนึ่ง แต่จากหลักฐานข้อมูลในต่างประเทศนั้น ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดว่า ดร.ซุนจงซันมาประเทศสยามในวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 1908 โดยท่านเดินทางพร้อมกับสหายอีกหลายคน โดยเดินทางมาจากสิงคโปร์
ในช่วงวันแรกๆที่มาถึงบางกอกนั้น ท่านไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยแต่อย่างใด หากแต่พบปะกับพลพรรคร่วมปฏิวัติอย่างลับๆ จนถึงคืนวันที่ 29 เดือนเดียวกัน ท่านได้ถือโอกาสปราศรัยในงานเรียนรับรองโดยสหายในสยาม ณ ธนาคารฮ่องกงแอนด์เซี่ยงไฮ้ เช้าวันที่ 1 ธันวาคม วงการสื่อหนังสือพิมพ์ทั้งจีนและไทยต่างพาดหัวข่าวรายงานการปราสัยครั้งนี้ จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วกรุง เมื่อข่าวการเคลื่อนไหวเป็นที่ปรากฏสู่สารธารณะแล้ว รัฐบาลสยามซึ่งมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลแห่งราชวงศ์ชิง จึงต้องหาทางยับยั้งกิจกรรมไม่ให้ดำเนินต่อไป ในวันที่ 4 ธันวาคม ผู้ว่าราชการบางกอกและอธิบดีกรมตำรวจจึงได้เข้าพบดร.ซุนจงซัน และยื่นคำขาดให้ออกจากประเทศสยามภายในหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น ดร.ซุนจงซันจึงต้องอาศัยเวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงได้จัดการปราศรัยใหญ่เพื่อชักชวนพี่น้องชาวจีนเข้าร่วมการปฏิวัติ โดยการปราศรัยได้เกิดขึ้นบนถนนเยาวราช บริเวณสี่แยกราชวงศ์ ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของโรงแรมใต้ฟ้านั่นเอง
แม้ว่าจะถูกทางการสยามยื่นคำขาดให้ออกจากแผ่นดินสยามภายในเวลาที่กำหนด แต่ดร.ซุนก็ไม่ต้องการเสียโอกาสจากการเดินทางมาครั้งนี้ ด้วยที่ตนเองได้รับฐานะเป็นผลเมืองอเมริกัน จึงได้ยื่นเรื่องต่อทูตสหรัฐประจำบางกอก นายฮามิลตัน คิง (Hamilton King) โดยขอให้ทางสถานทูตช่วยติดต่อกับรัฐสภาสหรัฐฯเพื่อตรวจสอบหลักฐานการเป็นพลเมืองอเมริกันของท่าน พร้อมกับได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ท่านเกินในรัฐฮาวาย และภรรยาพร้อมกับลูกทั้งสามของท่านยังคงอยู่ในฮาวายในขณะนั้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากรัฐสภาอ่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากดร.ซุนไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองอเมริกันเป็นเวลานาน และมีจิตใจรักมาตุภูมิ โดยเข้าสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิง หากแต่ว่า รัฐบาลของราชวงศ์ชิงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลอเมริกา ดังนั้น จึงให้การคุ้มครองดร.ซุนไม่ได้ แต่เนื่องจากดร.ซุนได้ชูประเด็นการเป็นพลเมืองอเมริกัน จึงทำให้เขาสามารถอยู่ในแผ่นดินสยามต่อไปได้ จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม เมื่อเรื่องราวกิจกรรมที่จะทำทุกอย่างชัดเจนลงตัวแล้ว จึงเดินทางกลับสู่สิงคโปร์
จากการที่ดร.ซุนจงซันอยู่ในประเทศสยามตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 14 ธันวาคม โดยได้พำนักอยู่ในแผ่นอินสยามรวม 24 วัน ในช่วงเวลาดังกล่าว ท่านได้ทำงานด้นการปฏิวัติไม่น้อย โดยประเด็นหลักๆพอแบ่งออกได้เป็นส่วนส่วนคือ

黄花岗72烈士墓
ส่วนที่ 1 ท่านได้ก่อตั้งสันนิบาตการปฏิวัติจีน (同盟会)สาขาบางกอกขึ้นอย่างลับๆ จัดตั้งสมาคมจีนขึ้น ซึ่งก็คือสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน จึงเท่ากับท่านได้สร้างฐานการปฏิวัติราชวงศ์ชิงในบางกอก โดยท่านได้ทำการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยในภายหลัง ทำการเผยแพร่อุดมการณ์การปฏิวัติ ยกระดับความตื่นตัวด้านความคิดของหมู่ชุมชนชาวจีน สร้างกระแสรักชาติ ความผูกพันในชนชาติ จนตอนหลังชาวจีนในแผ่นดินสยามได้ร่วมกับชาวจีนในประเทศต่างๆทั่วโลก เช่นในอเมริกา สิงคโปร์ เป็นต้น รวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการเข้าไปมีบทบาทการปฏิวัติของดร.ซุน จนได้รับการบันทึกในอนุสรสถาน 72 วีรชนหวงฮวากัง (黄花岗 72烈士)ในกว่างโจวเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรชนร่วมปฏิวัติชาวแดนสยาม
ส่วนที่ 2 การระดมเงินบริจาคเพื่อใช้ในกิจกรรมการปฏิวัติ การมาแผ่นดินสยามของดร.ซุนจงซัน สามารถระดมเงินบริจาคจากชุมชนชาวจีนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
เกร็ดประวัติศาสตร์ชาวจีนในยุครัชกาลที่ 5
ในสมัยที่ดร.ซุนจงซันมาสยามนั้น ตรงกับยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 ซึ่งขณะนั้น ประเทศสยามได้สูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้กับประเทศต่างๆในยุโรป สำหรับชาวจีนในสมัยนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้อาณัติของประเทศฝรั่งเศส บ้างก็ยอมอยู่กับอังกฤษ โปรตุเกส เป็นต้น แต่ไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลสยาม สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องชาวจีนจำนวนมากไม่สามารถที่จะชำราคา “ภาษีค่าหัว” ได้ ซึ่งจะมีการจัดเก็บสามปีครั้ง สำหรับคนที่ไม่สามารถจ่ายภาษีนั้น ทางตำรวจจะจับกุมมา แล้วจับหางเปีย (สมัยราชวงศ์ชิงคนจีนจะต้องไว้เปีย) มามัดรวมกัน เป็นกลุ่ม ๆ ละ 4-5 ตน แล้วส่งไปใช้แรงงานอย่างหนัก เพื่อเป็นการจ่ายภาษาแทน
Related posts:
- สมาคมอั้งยี่ (洪门)- สมาคมลับอิทธิพลมืด? คำว่าอั้งยี่สำหรับคนไทยนั้น ถือเป็นคำที่น่ากลัว น่าเกลียดน่าชัง เพราะว่าหากใครโดนข้อหา “มีการกระทำอันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร” (จะสังเกตว่า บ้านเรามักจะนำคำว่าอั้งยี่รวมกับซ่องโจร) ถือเป็นโทษร้ายแรงที่อาจถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิตกันเลยทีเดียว ทำไมคำว่าอั้งยี่จึงดูเลวร้ายและร้ายแรงถึงเพียงนั้น...
- โฉมหน้าประวัติศาสตร์ที่แท้จริง เบื้องหลังเหตุการณ์นองเลือดที่เยาวราช (泰国唐人街事件的真面目) เหตุการณ์นองเลือดที่ถนนเยาวราชเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 2488 สำหรับลูกหลานจีนรุ่นพวกเราคงมีน้อยคนที่จะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น หากจะรู้บ้างก็คงจะเป็นข้อมูลจากทางการไทย ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลของทางการไทยก็ต้องกล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากการก่อความวุ่นวายของชาวจีนเอง...
- ชาวจีนและอั้งยี่ภูเก็ต (普吉华人与红字派) ภูเก็ตเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์จนได้รับการขนานนามว่า เกาะเงิน เกาะทอง และเป็นที่หมายตาของพวกฝรั่งนักล่าอาณานิคมทั้งหลายที่พร้อมจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ทั้งใต้แผ่นดินและผืนน้ำแห่งนี้ สำหรับชาวจีนนั้นได้อพยพเข้ามาอยู่ภูเก็ตตั้งแต่ยังเป็นเกาะที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อเข้ามาแผ้วถางทำกิน ราวรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ภูเก็ตก็เริ่มมีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว...








































4 Responses to “ดร.ซุนยัดเซ็นกับการเคลื่อนไหวปฏิวัติในสยาม (孙中山在暹罗之革命活动)”
เป็นเรื่องจริงครับ แม่เล่าว่ายายผมอยู่ที่เมืองไทยอยู่ในขบวนการด้วย เรียกขบวนการใต้ดินประมาณนี้ และยังได้รับเหรีญกล้าหาญ และลงหนังสือพิพ์ด้วย
By Mr.Ken on Jun 11, 2009
น่าสนใจมากครับ ไม่ทราบว่า Mr. Ken ยังพอมีสิ่งของสมัยคุณย้ายเหลืออยู่บ้างหรือไม่ เช่นเหรียญ หรือภาพถ่ายสมัยที่เข้าร่วมกับขบวนการใต้ดิน ถ้ามีอยู่จะขออนุญาตดูเป็นบุญตาหน่อยได้หรือไม่
By admin on Jun 11, 2009
ผมจำได้เมื่อตอนสมัยเด็ก แม่เคยหยิบให้ดู เป็นโลหะทองแดงรูปดาว ติดด้วยธงชาติ และได้ดูหนังสือพิมพ์จีน ที่ตัดเก็บไว้
แม่ได้เล่าว่า ยายได้อยู่เบื้องหลัง และสร้างผลงานใหญ่หลายเรื่อง แต่ไม่บอกให้ใครฟัง เหมือนกับไม่อยากดัง หรือ กลัวเป็นอันตราย ผมก็ไม่แน่ใจ
และอยู่กับพวกเสรีไทยด้วย แม่เล่าให้ฟังว่าตอนแม่ไปไต้หวัน มีพรรคพวกของ ดร.ซุนที่อยู่ที่นั่นมาต้อนรับ
By Mr.Ken on Jul 10, 2009