เพลงประจำเอเชี่ยนเกมส์ (กว่างโจวเกมส์) 2010 广州亚运主题曲
Posted by admin on
November 18, 2010
สำหรับเพลงประจำเอเชียนเกมส์ 2010 หรือกว่างโจวเกมส์ 2010 นั้น ในพิธีเปิดนั้น มีอยู่หลายเพลงด้วยกัน โดยแต่ละเพลงต่างมีความหมายที่แตกต่างกัน แต่ละเพลงนั้น จะนำมาขับร้องในแต่ละช่วงของพิธีเปิด โดยทั้งหมดจะมีเนื้อหาในทำนองที่คล้ายกัน คือ การเน้นความเป็นตะวันออก อารยธรรมอันเก่าแก่ของเอเชีย ดังที่เราทราบจากประวัติศาสตร์อย่าง จีน อินเดียว อียิปส์ เมโสโปเตเมียเป็นต้น แม้บางอารยธรรมโบราณเหล่านี้จะสูญสลายไปแล้ว แต่อารยธรรมจีนและอินเดียยังคงยืนยงถึงปัจจุบันนี้ ดังนั้น จึงเป็นความภาคภูมิใจของชาวเอเชีย และบทเพลงอีกส่วนหนึ่งจะเน้นถึงความงดงาม มิตรไมตรี และอารยธรรมของกว่างโจว อันเป็นสถานที่แข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2010 ในครั้งนี้ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือ เนื้อร้องบางส่วนจะร้องเป็นภาษาอังกฤษในฐานะความเป็นสากล และบางส่วนเป็นภาษากวางตุ้งอันเป็นภาษาประจำถิ่นที่มีมาเป็นพันๆ ปี นอกเหนือจากภาษาจีนกลาง
ทางเว็บจึงขอรวบรวมเพลงประจำเอเชียนเกมส์ 2010 ทั้งหมดเท่าที่หาได้ พร้อมคลิปวิดีโอ เนื้อเพลง และคำแปลสำหรับบางเพลง เพื่อให้ผู้สนใจได้นำไปศึกษาต่อไป
tags: Asian Games, กว่างโจว, พิธีเปิดเอเชียนเกมส์, เพลงประจำกว่างโจวเกมส์ 2010, เพลงประจำเอเชียนเกมส์ 2010
Comments Off
เอเชียนเกมส์ 2010 ณ เมืองห้าแพะ – กว่างโจว (广州亚运2010)
Posted by admin on
November 13, 2010
เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 หรือ เอเชียนเกมส์ 2010 หรือบางคนก็เรียกกว่างโจวเกมส์ (Guangzhou 2010) ได้เริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อค่ำคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 2010 และการแข่งขันจะสิ้นสุดในวันที่ 27 ในเดือนเดียวกัน รวมระยะเวลาแห่งความสุขของชาวเอเชียทั้งสิ้น 15 วัน โดยก่อนที่กว่างโจวจะได้รับการคืนเลือกให้จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 นี้ จีนเคยจัดการแข่งขันเอเชียนเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 มาแล้วที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 1990
การสัมมนาการพัฒนาและเผยแพร่อุปรากรจีน (งิ้วปักกิ่ง) ระหว่างจีน – อาเซียน (中国-东盟京剧发展与传播研讨会)
Posted by admin on
October 23, 2009
ใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Farewell to My Concubine (霸王别姬) และเรื่อง เหมยหลานฟาง (梅兰芳)ก็คงจะได้สัมผัสศิลปะการแสดงของจีนที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้คือ อุปรากรจีน หรืองิ้วปักกิ่งซึ่งถือเป็นงิ้วหลวงของจีน ในภาษาจีนใช้คำว่า 京剧 (Jing Ju) หรืออุปรากรเมืองหลวง หรือปักกิ่ง ศิลปะแขนงนี้สำหรับบ้านเราแล้ว อาจจะไม่คุ้นนัก เพราะบ้านเรานั้น ด้วยจำนวนประชากรคนไทยเชื้อสายจีนที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนแต้จิ๋วเสียมากกว่า เราจึงได้เห็นได้ชมแต่งิ้วแต้จิ๋ว ยิ่งเมื่ออาจารย์อำพัน เจริญสุขลาภ หรือ เม้ง ป.ปลาที่พวกเรารู้จักกันได้พัฒนางิ้วแต้จิ๋วเป็นภาษาไทย ทำให้งิ้วแต้จิ๋วกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของสังคมไทยไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นประเพณีจีน โอกาสวาระพิเศษ เช่นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หรือแม้กระทั่งการชุมนุมทางการเมือง งิ้วล้วนเข้ามามีบทบาทด้วยกันทั้งนั้น
tags: กว่างโจว, งิ้วปักกิ่ง, หนานหนิง, อาเซียน, อุปรากรจีน, เม้ง ป.ปลา, 京剧
1 Comment
ตระเวนตลาดเครื่องเสียงกว่างโจว ตอนที่ 1 : Hi! ไห่ยิ่น
Posted by admin on
April 14, 2009
เชื่อว่าแฟนๆ ThaiChinese.Net จำนวนหนึ่งคงมีประสบการณ์กับการไปช็อปปิ้งในกว่างโจวหรือที่อื่นๆในประเทศจีน แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับฮ่องกงมากกว่า อาจจะด้วยความรู้สึก และภาพลักษณ์เก่าๆที่ยังฝังใจว่า ประเทศจีนเป็นประเทศยากจน ล้าสมัย ดังนั้นสินค้าประเภทฟุ่มเฟือยหรือราคาแพงคงไมใช่แหล่งที่จะไปหาซื้อกัน แต่ถ้าจะซื้อสินค้าประเภทโคลนนิ่ง น่าจะถือว่าไปถูกที่ถูกทางมากกว่า การคิดเช่นนี้ก็ถือว่าถูกบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นแรก เพราะทุกวันนี้ ชีวิตชาวกว่างโจว (ขอย้ำก่อนว่า ผมเน้นเฉพาะชาวกว่างโจว ไม่ใช่ชาวจีนทั้งหมด) ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมน่าจะดีกว่าคนไทยส่วนใหญ่ในวันนี้ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบเมื่อสมัย 10 – 20 ปีกว่า นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรกัน โดยเฉพาะค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมืองไทยอย่างน่าอิจฉา อย่างอาหารการกินสำหรับร้านทั่วไป ราคาจานละ 5 หยวน (คูณด้วย 4.50 – 5 บาท/หยวน แล้วแต่ว่าเราจะไปแลกเงินที่ไหน ถ้าแลกกับธนาคารก็บอกได้เลยขาดทุนเห็นๆ เพราะเวลาขายเราคิด 5 บาทกว่า แต่เวลาซื้อคืนจากเราให้แค่ 3 บาทกว่าไม่เต็ม 4 บาท ส่วนที่ผมไปคราวนี้อาศัยเงินหยวนของเพื่อนที่อยู่เมืองจีน โดยจ่ายให้เขาหยวนละ 4.50 บาท) อาหารจาน 5 หยวนของเขามากทั้งปริมาณทั้งข้าวทั้งกับ และความอร่อย ส่วนค่ารถเมล์ร้อย 1 หยวน เมล์แอร์ 2 หยวนตลอดสาย รถไฟใต้ดินเริ่มต้น 2 หยวน ส่วนตลอดสายไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เคยนั่งสุดสาย แต่คิดว่าอยู่ประมาณ 5 หยวน การไปเที่ยวนี้กลับมา ทำให้ผมกลายเป็นคนประหยัดขึ้นเยอะ เพราะกลับมาเห็นอะไรก็แพงไปหมด จ่ายไม่ลง ยกตัวอย่างขนมทาร์ท (tart) ไข่ที่ใครไปฮ่องกงต้องชิม ผมไปกว่างโจวคราวนี้เลยต้องทานให้หายอยาก ด้วยราคาที่แสนเบาประเป๋า แต่หนักท้อง คือราคาแค่ 2 หยวนต่อ 3 ชิ้น พอกลับกรุงเทพฯเห็นในร้านขนมของญี่ปุ่น ราคาชิ้นละ 25 บาท (หนากว่านิดหน่อย) โอ้ย จะเป็นลม
ตระเวนตลาดเครื่องเสียงกว่างโจว ตอนที่ 2 : จากไห่ยิ่นสู่เป่ยจิงลู่ (从海印到北京路)
Posted by admin on
April 14, 2009
หลังจากที่ตอนแยกย้ายกันกับกลุ่มของเติ้งเหว่ยเปียวหลังจากอาหารค่ำ และได้บอกให้คุณพานหยาง 潘阳 (Pan Yang) จากนิตยสาร AV Front Line 视听前线 อันเป็นนิตยสารเครื่องเสียงชั้นนำในกว่างโจว เป็นผู้พาผมไปดูตลาดเครื่องเสียงในวันรุ่งขึ้น เพราะเจ้าตัวคงปลีกตัวจากการงานไม่ไหว ถึงแม้วันรุ่นขึ้นจะเป็นวันอาทิตย์ก็ตาม
หลังจากได้นัดหมายเวลาชัดเจนแล้ว คุณพานก็ได้มารับผมตามเวลา ใช้เวลาไม่มากจากที่พักที่ผมอยู่ถึงไห่ยิ่น เมื่อไปถึง พวกเราก็เริ่มปฏิบัติการเข้าไปเยี่ยมชมทีละร้าน โดยร้านแรกๆที่เข้าชมส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องเสียงจีน อย่างซันหลิง (Shanling) สำหรับยี่ห้อนี้ผมเคยได้นำมาเกลิ่นๆบ้างในบทความที่ผ่านๆมา ซันหลิงถือเป็นเครื่องเสียงจีนระดับไฮเอ็นด์ที่ได้รับการยอมรับทั้งระดับสากลและในประเทศ และมีความหลากหลายของรุ่นสินค้าที่ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาด…..
เงินหยวนที่ไม่”หยวน”ในประเทศจีน
Posted by Liuxing on
November 15, 2008
แม้ว่าประเทศจีนจะเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลกมาหลายปีดีดัก และเศรษฐกิจก็พุ่งแรง เติบโตระดับตัวเลขสองหลักมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม และฐานะทางเศรษฐกิจในอันดับโลกก็ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ระดับหน้าๆก็ตาม แต่ดูเหมือนด้านเงินหยวนจะมีความแตกต่าง และดูเหมือนจะไม่ได้รับการยอมรับจากหลายๆประเทศ โดยสังเกตดูได้จากอัตราแลกเปลี่ยน ระหว่างการซื้อกับการขายจะมีความแตกต่างกันถึงหนึ่งบาทกว่าๆต่อหยวน (เวลาขายเราตกหยวนละประมาณ 5.50 บาท แต่เวลาซื้อคืนจากเราจะให้แก่ 4.20 บาท) ในขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐมีความแตกต่างกันแค่เพียงเศษสตางค์เท่านั้นเอง หรือใกล้เคียงอีกนิด เงินดอลลาร์ฮ่องกง ก็แตกต่างกันแค่เศษสตางค์เหมือนกัน
tags: กว่างโจว, ชอปปิ้ง, ท่องเที่ยวจีน, อัตราแลกเปลี่ยน, ฮ่องกง, เงินหยวน
4 Comments
ที่มาของบะหมี่อายุยืน(หมี่ซั่ว) หรือ 长寿面
Posted by Liuxing on
November 8, 2008
ประเพณีของชาวตะวันตก เวลาฉลองวันเกิดก็จะต้องทานขนมเค็กกัน จนคนไทยหรือชาวตะวันออกแทบจะทุกชาติต่างก็ซึมซับวัฒนธรรมนี้มา โดยไม่ได้สนใจว่า มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ส่วนคนจีนนั้น โดยเฉพาะรุ่นผู้ใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ เวลาพวกเราฉลองวันเกิดให้อาม่า อาแปะ อาเจก ก็ยังคงทานกันก็คือ “หมี่ซั่ว” หรือบะหมี่อายุยืน
ส่วนที่มาที่ไปของการทานบะหมี่อายุยืน หรือในภาษาจีนเขียนว่า 长寿面 ซึ่งแปลได้ความตรงๆก็คือบะหมี่อายุยืน ความจริงบะหมี่ประเภทนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากบะหมี่ทั่วไป เพียงแต่ที่หีบหอบรรจุนัน มักจะพิมพ์ภาษาจีนคำว่า 长寿面 เสมอ จะเป็นสาเหตุนี้หรือเปล่า ที่เนื่องจากมันเป็นคำมงคล และอีกอย่างบะหมี่ก็มีเส้นยาวๆ เปรียบเสมือนอายุที่ยืนยาว แต่จากการสืบสาวที่ต้นแหล่งจริงๆ ที่กว่างโจว ได้ความจริงมาดังนี้ครับ
tags: กว่างโจว, ท่องเที่ยวจีน, บะหมี่, ราเม่น, หมี่ซั่ว, 长寿面
No Comments
เจ้าแม่กวนอิมเพื่อการค้า
Posted by Liuxing on
November 5, 2008
เห็นรูปเจ้าแม่กวนอิมรูปนี้แล้ว ทำให้ผมนึกถึงสุภาษิตจีนที่ว่า “泥菩萨过河 自身难保” หรือแปลเป็นไทยว่า รูปปั้น(ดิน)เจ้าแม่กวนอินข้ามแม่น้ำ แม้ตัวเองก็รักษายาก ซึ่งเป็นการอุปมาอุปมาไมยว่า คนที่แม้แต่ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด จึงยากที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่น
สืบเนื่องจากการเดินทางไปกว่างโจวเที่ยวนี้ ได้ไปเยี่ยมชมเหลียนฮัวซัน หรือเขาดอกบัว ซึ่งอยู่ออกไปนอกเมืองกว่างโจวพอสมควร อยู่ในเขตพานอวี๋ (番禺) การท่องเที่ยวในสภานที่ต่างๆของจีนนั้น ล้วนแต่ต้องเสียค่าผ่านประตู้ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งสวนสาธารณะส่วนใหญ่ และหลายที่ไม่ได้จบแค่ค่าผ่านประตูเท่านั้น พอเข้าไปข้างใน ยังมีรายการต้องเสียอีก แม้แต่ฝรั่งเองยังบ่นเลยว่า ค่าเข้าชมของจีน เมื่อเทียบกับยุโรป หรืออเมริกาแล้ว ยังแพงกว่าอีก บริเวณที่คั้งของสถานที่แห่งนี้ ก็เหมือนกับต่างจังหวัดของเรา ถนนทางขึ้นสถานที่แห่งนี้ (ไม่รู้จะเรียกอะไรดี เพราะมันไม่ใช่วัด) จะมีของประเภทเซ่นไหว้ขายเต็มไปหมดตลอดสายถนน เราขับรถขึ้นไป จำไม่ได้แล้วต้องเสียค่าผ่านประตู้กี่สิบหยวน (เพราะเพื่อนจ่ายให้) เมื่อผ่านประตูแล้ว ความรู้สึกแรกกับบรรยากาศของสถานที่ ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ทางศาสนา แต่มีความรู้สึกเป็นสวนสนุก หรือสวนสารธารณะที่ตั้งอยู่บนเขามากกว่า เพราะระหว่างทางขึ้น ทางซ้ายมือ มีอุปกรณืของเล่นสำหรับเด็กๆ เช่น ม้าหมุน ชิงช้า และบัตรเข้าชมยังให้ส่งชิงโชคได้อีก โดยรางวัลใหญ่สุดคือ รถเก๋ง QQ หรือรถเชอรี่ที่ค่าซีพีเคยคิดจะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรานั่นแหละ
นอกจากเจดีย์ ซึ่งสร้างอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาที่ดูเด่นสง่าแล้ว เพราะขึ้นไปถึงบริเวณสถานที่ดังกล่าว สิ่งแรกที่เห็นคืออาคารสีแดง ซึ่งตั้งชื่อว่า 大雄宝殿ซึ่งตั้งตามชื่อวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจีน





















