ธิเบตเป็นประเทศอิสระตั้งแต่โบราณกาล จริงหรือ(西藏是自古独立的国家)?
Posted by admin on
March 21, 2009
กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้ยกร้องเอกราชของธิเบต มักจะอ้างอยู่เสมอว่า ดินแดนธิเบตมีเอกราชมาช้านานตั้งแต่โบราณกาล แต่เป็นเพราะรัฐบาลจีนเข้าไปรุกราน ยึดครองและผนวกดินแดนเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศจีนไป จึงทำให้ธิเบตสูญเสียความเป็นเอกสาร ดังนั้น ชาวธิเบตจึงต้องรุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลจีน เพื่อเรียกร้องเอกราชกลับคืนสู่ชาวธิเบต
ส่วนทะไล ลามะ ซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนา หรือตัวแทนฝ่ายจิตวิญญาณที่กลายเป็นหัวหอกของการเคลื่อนไหวเรียกร้องอธิปไตย ตกลงท่านเป็นผู้นำทางศาสนาหรือผู้นำทางการเมือง แล้วอำนาจทางการเมืองที่ใช้อยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
พลิกหน้าประวัติศาสตร์-ธิเบตเป็นประเทศอิสระแต่โบราณกาล
กลุ่มเคลื่อนไหวของทะไล ลามะในต่างประเทศ มักจะอ้างเสมอว่า ดินแดนธิเบตมีเอกราชมาช้านาน โดยเหตุผลที่นำมากล่าวอ้างเพื่อเป็นการแก้ตัว และบิดเบือนประวัติศาสตร์ก็คือ คือพูดที่ว่า “ชนชาติมองโก และชนชาติแมนจูไม่ใช่จีน” เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะว่าพวกเขาพยายามที่จะหา “หลักฐานทางประวัติศาสตร์” เพื่อยันยันคำพูดของตนเอง แต่กงล้อประวัติศาสตร์ที่คลื่อนผ่านไปย่อมไม่อาจลบออกไปได้ จึงมีวิธีเดียวคือ การตัดตอน และบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อให้คำพูดของตนฟังดูน่าเชื่อถือมากขึ้น การเริ่มต้นใส่สีตีไข่ประวัติศาสตร์จีน เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยนาย Hugh Richardson (1905-2000) ข้าหลวงฯที่รัฐบาลอังกฤษส่งเข้าไปยึครองดินแดนธิเบตในช่วงปี 1936-1950 โดยเขาได้เขียนหนังสือเรื่อง “Tibet and Its History (1962)” โดยเขาได้ระบุในหนึ่งสือดังกล่าวว่า ธิเบตเป็นประเทศอิสระ และก็ได้โหมกระพือแนวคิดนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเขาได้กลายเป็นหัวหอกในการกระพือแนวคิดนี้ และได้กลายเป็นฮีโร่ของชาวธิเบตผู้ต่อต้านรัฐบาลจีน ดังจะได้เห็นจากบทความของพวกเขาในเว็บไซต์
ต่อประเด็นที่ว่าชนชาติมองโก(蒙族) และชนชาติแมนจู(满族)ไม่ใช่จีนนั้น เนื่องจากในราชวงศ์หยวน (元)ซึ่งปกครองประเทศจีนโดยชาวมองโก และราชวงศ์ชิง (清)ซึ่งปกครองประเทศจีนโดยชาวแมนจู มีหลักฐานมัดแน่นทางประวัติศาสตร์อันเป็นการบ่งบอกที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ธิเบตก็คือส่วนหนึ่งของแผ่นดินจีน โดยพยายามใช้การแบ่งแยกชนชาติเพื่อแบ่งแยกความเป็นประเทศจีน และจะได้อ้างได้ว่า ธิเบตเคยเป็นเพียงดินแดนส่วนหนึ่งของชนชาติมองโก หรือแมนจู ซึ่งไม่ใช่จีน ซึ่งถือเป็นการใช้ลูกไม้ตื้นๆที่แม้แต่เด็กนักเรียนชั้นประถมก็ทราบกันดีทุกคนว่า รางวงศ์หยวน และราชวงศ์ชิงเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนที่ขาดเสียมิได้ และทั้งสองราชวงศ์แม้จะเป็นชนกลุ่มน้อยที่ปกครองจีนก็ตาม แต่กษัตริย์ของทั้งสองราชวงศ์ต่างก็ปกครองประเทศจีน โดยไม่ได้แยกดินแดนมองโกล ดินแดนของชนชาติฮั่น หรือดินแดนของธิเบตเป็นประเทศที่แยกออกต่างหาก หากแต่เป็นดินแดนที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศจีน
ภาพประกอบ: ราชองค์การแต่งตั้งผู้ครองธิเบตในราชวงศ์หยวน ปี ค.ศ. 1362
ในสมัยราชวงศ์หยวนนั้น มีการส่งขุนนางไปเจราจากับผู้นำปกครองและผู้นำศาสนาของธิเบต เพื่อจัดทำข้อตกลงในการปกครองธิเบต มีการสำรวจประชากร นำนโยบายการจัดเก็บภาษี การเกณฑ์ทหาร เป็นต้นมาใช้ และมีการแต่งตั้งผู้ปกครองโดยราชองค์การจากกษัตริย์ของราชวงศ์หยวน (ดังภาพประกอบข้างต้น) จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ธิเบตก็คือดินแดนส่วนหนึ่งของจีน และนับตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์หยวนจนถึงปัจจุบัน นับรวมระยะเวลาได้ถึง 700 กว่าปี ดินแดนและการปกครองของจีน ดำเนินประวัติศาสตร์เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง และคงมีน้อยประเทศในโลกที่สามารถดำเนินประวัติศาสตร์ได้ยาวนานเช่นนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น การที่ประเทศใดจะมากล่าวอ้างและบิดเบือนว่า ธิเบตไม่ใช่ดินแดนของจีนจึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะกล่าวเช่นนั้น
(ภาพประกอบ: ตราประทับที่ทางรัฐบาลชิงมองให้แก่ลามะองค์ที่ ในปีค.ศง 1653)
ส่วนในสมัยราชวงศ์ชิงนั้น ทางรัฐบาลกลางที่ปักกิ่งได้ร่างนโบบายการปกครองประเทศ โดยระบุอย่างชัดเจนว่่า ธิเบตเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศจีน ที่จะแบ่งแยกมิได้ ในปี 1652 ลามะองค์ที่ 5 ได้เข้าเฝ้าในราชสำนัก ณ กรุงปักกิ่ง ในปีถัดมา ทางรัฐบาลจึงได้แต่งต่างให้ลามะองค์ที่ 5 ซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนาให้เป็นผู้นำฝ่ายการปกครองด้วย โดยได้มอบตราประทับทองคำ (ดังภาพประกอบ) อันเป็นการมอบอำนาจอย่างเป็นทางการ และก็ปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า อำนาจการปกครองทางฝ่ายบ้านเมืองของลามะจะต้องได้รับราชองค์การโปรดเกล้าจากกษัตริย์จึงจะถือว่าได้รับอำนาจที่ถูกต้องสมบูรณ์ จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า ธิเบตมีอธิปไตยของตนเอง

(ภาพประกอบ: คำสั่งแต่งตั้งลามะองค์ที่ 14 ในสมัยสาธารณะรัฐจีน)
หลังจากดร.ซุนจงซันได้โค่นล้มราชวงศ์ชิง และได้สถาปนาประเทศจีนเป็นสาธารณะรัฐจีน ดร.ซุนในฐานะประธานาธิบดีชั่วคราวในตอนนัน ได้ประกาศว่า “รากฐานของประเทศอยู่ที่ประชาชน ซึ่งประกอบด้วยชนชาติฮั่น แมนจู มองโก หุย และธิเบตเป็นต้น หลอมรวมเป็นประเทศหนึ่งเดียว และหลอมรวมชนชาติต่างๆเหล่านี้รวมเป็นหนึ่งเดียว” ในปีค.ศ. 1940 หลังจากที่ลามะองค์ที่ 13 เสียชีวิต ทางรัฐบาลกลางปักกิ่งจึงได้แต่งตั้งละมะองค์ที่ 14 อย่างเป็นทางการดังคำสั่งที่ปรากฏในภาพประกอบข้างต้น
จะเห็นได้ว่า ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ 700 กว่าปี ไม่เคยปรากฎเลยว่า ดินแดนธิเบตเคยเป็นประเทศเอกราชมาก่อน หากแต่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศจีนโดยตลอด แล้วแนวคิดการขอแยกธิเบตเป็นอิสระเริ่มต้นมาจากไหน?

จุดเริ่มต้นของแนวคิดแยกธิเบตเป็นอิสระ
ในช่วงปลายราชวงศ์ชิง เหล่าปัญญาชนและประชาชนที่ทนเห็นความอ่อนแอและความเน่าเฟะของฝ่ายปกครองไม่ไว้ ในปี 1911 จึงลึกอือขึ้นมาก่อการปฏิวัติ หรือที่เรียกว่า “辛亥革命” แค่ละมณฑลที่ลึกขึ้นมาต่อต้านราชวงศ์ชิง ต่างก็ประกาศไม่ขึ้นกับรัฐบาลกลาง ด้วยความอ่อนแอของรัฐบาลกลาง ธิเบตเองซึ่งได้รับเชื้อปลุกฝังจากอังกฤษที่เข้าไปรุกรานในปี 1888 ก็ได้ประกาศของแยกตัวเป็นอิสระ ซึ่งทางอังกฤษให้การสนับสนุนลามะองค์ที่ 13 อย่างเต็มที่ แต่ว่าประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลามะ และได้รับการต่อต้านจากทั้งประชาชนและข้าราชการต่างๆ การประกาศนี้จึงได้ถูกระงับไป แต่ว่าแนวคิดนี้ก็ยังคงอยู่ในหัวคิดของชนชั้นปกครองส่วนน้อยกลุ่มหนึ่ง เพียงแต่ว่า กระแสโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประเทศมหาอำนาจตะวันตกต่างๆ ที่เคยสนับสนุนแนวคิดนี้ ต่างๆก็กลับหลังหัน เพราะด้วยสันดานฝรั่ง ผลประโยชน์ของตนเองย่อมสำคัญกว่า





































7 Responses to “ธิเบตเป็นประเทศอิสระตั้งแต่โบราณกาล จริงหรือ(西藏是自古独立的国家)?”
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เพียงแต่คนจีนเราร่วมนำหนึ่งใจเดียวกันก็ไม่ต้องสิ่งใดๆ ขอบคุณที่พี่แสดงความจริงทีทนี่เลย
By อ๊อฟ on Apr 7, 2009
แล้วก่อนที่ชนชาติมองโก และพวกแมนจู จะมายึดครองทิเบตละทิเบตก็เป็นอิสระมีกษัตริย์ปกครองตนเองมาก่อน เมื่อถูกกุบไลข่านยึดครองทิเบตจึงตกอยู่ในอำนาจของราชวงศ์หยวน แต่กุบไลข่านมีศรัทธาต่อลามะด้วยเหตุที่ ลามะสามารถทำให้ถ้วยพระสุคนธารสชาลอยถึงพระโอษฐ์ได้ ก็บังเกิดความศรัทธาจึง ยกทิเบตให้ทะไลลามะปกครอง ดังนั้นทะไลลามะจึงปกครองทั้งศาสนจักร และอาณาจักร คือมีอำนาจทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายศาสนา ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ก่อนถูกพวกมองโกรุกราน ทิเบตเป็นประเทศที่มีกษัตริย์ปกครองและเป็นอิสระมาก่อน หลักงจากที่ถูกพวกมองโกยึดครองจึงตกอยู่ใต้อำนาจของประเทศจีน”จะกี่ร้อยปีก็ช่าง” ดังนั้นการที่จะปลดปล่อยทิเบตให้เป็นอิสระจากจีนจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง เพราะประเทศจีนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ซึ่งทำการต่อต้านและทำลายศาสนาตามประวัติศาสตร์ “เหมา เจ๋อ ตุง” ได้ทำลาย วัดและพระพุทธรูป เผาคัมภีร์ทางศาสนา บีบบังคับให้พระสงฆ์ต้องลาสิกขาบท ห้ามพระประกอบศาสนกิจ และเผยแผ่ศาสนา Free Tibet now
By ลามะน้อย on Nov 18, 2009
อยู่ที่มุมมองครับ แต่ไม่อยากให้นำเอาลัทธิการปกครองมาเป็นบรรทัดฐานจนทำให้เราคิดในอีกแบบ สำคัญอยู่ที่ความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ หากเราจะอ้างว่า “เคย” ประเทศในโลกยังมีอีกมากที่ “เคย” มาก่อน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย แล้วเราจะยึดเอา “เคย” ในประวัติศาสตร์ช่วงในมาเป็นบรรทัดฐานละ เพราะด้วยธรรมชาิติของมนุษย์ ทุกคนย่อมจะต้องยึดตามสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น
การที่ผู้ปกครองยกให้กษิัตริย์ในดินแดนนั้นๆปกครองต่อ โดยเพียงทำหน้าที่ส่งเครื่องราชบรรณาการให้รัฐบาลกลางนั้น ไม่เพียงมีแต่ทิเบตเท่านั้นครับ ยังมีดินแดนอื่นๆอีกหลายที่ อย่างสมัย 5-6 ร้อยปีก่อน มณฑลกวางตุ้งก็มีเกษัตริย์ปกครองของตน ยุนนานก็มี แต่ทำไมเราต้องมองเฉพาะทิเบต เพราะตะวันตกถือว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ……
By admin on Nov 18, 2009
ทะไลลามะ พระองค์ประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการเรียกร้องเอกราชจากจีน แต่ทรงขอให้มีสิทธิในการปกครองตนเองและมีอิสระในการนับถือศาสนาเท่าและเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยยึดหลักอหิงสา
By free dom on Nov 18, 2009
… พันกว่าปีที่แล้ว ทิเบตปกครองโดยกษัตริย์ … ต่อมา ศาสนาพุทธแพร่เข้าไปในทิเบต พวกลามะก็ดัดแปลงเป็นนิกายใหม่ และครอบงำประชาชนจนกษัตริย์ไม่พอใจ เกิดการต่อต้านกันขึ้น สุดท้ายพวกลามะก็สังหารกษัตริย์ เพื่อจะขึ้นครองอำนาจ แต่บ้านเมืองก็ระส่ำระสายคุมกันไม่ติด รบราฆ่าฟันกันอีก 400 ปี (แต่ผู้เขียนกลับบอกว่า “เป็นช่วงที่พุทธศาสนาเจริญที่สุด”) กว่าพวกลามะจะมีอำนาจปกครองจริง
(จากหนังสือ “ทิเบต ที่ เป็น ไป”)
และต่อมา ธิเบต เป็นส่วนหนึ่งของจีน เหมือนปัตตานีเป็นของไทย อย่างน้อยก็ตั้งแต่ราชวงศ์หยวน แต่ฉวยโอกาสประกาศเอกราชสมัราชวงศ์ชิงอนถูกฝรั่งรุมกินโต๊ะ
… แต่ไม่เคยมีสถานทูตอเมริกา อังกฤษ หรือไทย ประจำทิเบต
และไม่เคยมีสถานทูตทิเบตประจำอเมริกา อังกฤษ หรือไทย
…. และช่วงที่ ทิเบต ประกาศเอกราช มะกันไม่ได้รับรอง โดยเฉพาะช่วงที่ เจียง รบกับ เหมา เพราะเชื่อว่า ลิ่วล้อเจียงจะชนะ ….. พอ ลิ่วล้อเจียงแพ้หนีไปอยู่ไต้หวันจึงไปเชิด ทะไลลามะ เพื่อก่อกวนจีนต่อ
… 1950-1953 มะกันช่วยอาวุธ และส่งชาวทิเบตไปฝึกอาวุธที่เมกา แต่ไม่เป็นผล
… จีน เป็นประเทศเดียวที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ว่ามี 56 ชนเผ่า ให้เกียรติ์ชนกลุ่มน้อย และ บางครั้งยังให้สิทธิพิเศษ (เช่น มีลูกได้มากว่า 1 คน) 53 ชนกลุ่มน้อยไม่เคยมีปัญหา มีแต่ 2 เผ่าที่คลั่งศาสนา ที่ยังก่อเรื่องอยู่เนืองๆ
… แม้แต่ไทยเราก็ ปล่อยให้ชาวไทยภูเขาไม่ได้รับการดูแล บางคนเกิดบนแผ่นดินไทย แต่โตแล้วก็ยังไม่ได้สัญชาติไทย จนจะต้องรวมตัวกันมาเรียกร้อง หน้าทำเนียบตอนนี้
By Huayi on Jun 6, 2012
เห็นด้วยกับคุณ Huayi ครับ ความวุ่นวายทั้งหมดล้วนเกิดจากการสนับสนุนของต่างชาติ ปัญหาภายในของจีนก็ให้รัฐบาลจีนจัดการกันเอง แต่ทุกวันนี้เรากลับเอาผลประโยชน์ ความรู้สึก (เช่น เป็นพวกศาสนาเดียวกัน) เข้ามาเกี่ยวข้องและให้การสนับสนุนจนเลอะเทอะไปหมด ในขณะที่ปัญหาบ้านเมืองของเราเองเรากลับไม่รู้จักหาวิธีแก้
By admin on Jun 6, 2012
ขอขอบพระคุณมายังผู้เขียนและผู้คอมเม้นท์ทุกท่าน ข้าพเจ้าได้เกร็ดความรู้ดีมากโดยไม่ต้องไปค้นหาที่อื่น
By ผู้รักสันติธรรม on Jun 29, 2012