รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลหยาง (杨 แซ่หยาง หรือ แซ่เอี้ย)
Posted by admin on
February 7, 2011
ตระกูลหยาง หรือแซ่หยาง (yáng) ในภาษาไทยออกเสียงแตกต่างกันไปตามคนจีนแต่ละกลุ่ม เช่นในภาษาแต้จิ๋วจะเป็น ”แซ่เอี้ย หรือ แซ่เอี๊ย” คนจีนแคะจะออกเสียงเป็น แซ่หย่ง แซ่หยุ่ง ส่วนคนกวางตุ้งจะออกเสียงเป็น แซ่หย่าง แซ่หย่อง แซ่ตระกูลนี้เป็นตระกูลที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของคนจีนทั้งประเทศเมื่อปี 1977 และเป็นหนึ่งในแซ่คนจีนที่อยู่ระดับท็อปเท็นของชาวจีนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามนั้น คนแซ่หยางมีมากถึง 1% ของประชากรเวียดนามทั้งหมด ส่วนในประเทศจีนนั้น คนแซ่หยางจะกระจายกันไปทั่วประเทศ ก่อนยุคราชวงศ์สุย (隋)และถาง (唐)คนแซ่หยางส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในมณฑลเหอหนาน (河南) ซานซี (山西) ส่านซี (陕西)ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่ง (宋朝)เริ่มอพยพเคลื่อนย้ายไปสู่เหอเป่ย ซานตง มองโกลเลียใน อันฮุ่ย หูหนาน เจ้อตง กว่างตง ฝูเจี้ยน ซื่อชวน (เสฉวน) หยุนหนาน
ต้นกำเนิดตระกูลหยาง
ที่มาของชาวแซ่หยางนั้น หลักๆมาจากสี่แหล่ง ดังนี้
1. มาจากแซ่จี๋ (姬)เดิม สำหรับคนแซ่หยางที่มาจากสายนี้ ยังแยกออกได้อีกสามสายคือ
1.1 สายที่เป็นหลานของโจวอู่หวาง (周武王) ในสมัยโจวคังหวาง (周康王 – อ๋องยุคที่ 3 ของราชวงศ์โจว) ปีที่ 6 ได้ทรงแต่งตั้งให้จี๋จู้ ( 姬杼) เป็นขุนนางปกครองเมืองหยาง และตอนหลังได้ก่อตั้งเป็นแคว้นหยาง จึงได้ใช้ชื่อแคว้นเป็นแซ่ตั้งแต่นั้นมา
1.2 สายที่มาจากโอรสของโจวเสวียนหวาง ( 周宣王) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งปกครองเมืองหยาง (บริเวณมณฑลหูเป่ยในปัจจุบัน) ในตำแหน่งหยางโหว ตอนหลังแผ่นดินหยางถูกรวมเข้ากับแคว้นจิ้น (晋国)ทายาทรุ่นหลังเลยใช้ชื่อตำแหน่งเป็นแซ่ตัวเอง
1.3 สายที่มาจากพระอนุชา (น้องชาย)ของโจวเฉิงหวาง (周成王)หลังจากที่โจวเฉิงหวางยึดครองแผ่นดินถางสำเร็จ ก็มอบเดินแดนถางให้แก่จี๋ยวู๋ (姬虞)ตอนหลังทายาทได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองแคว้นหยาง จนสุดท้ายถูกรวมเข้ากับแคว้นจิ้นในยุคชุนชิว ตอนหลังทายาทจึงได้นำเอาชื่อแคว้นมาเป็นแซ่
2. ได้รับพระราชทาน/เปลี่ยนแซ่ คือ สำหรับขุนนางจะได้รับพระราชทานแซ่เนื่องจากสร้างความดีความชอบ ส่วนสามัญชนจะได้รับแซ่เนื่องจากทำความดีความชอบให้แก่เจ้านาย ดังเช่นในสมัยราชวงศ์ถาง หยางสือ ซึ่งเดิมแซ่ซู (苏) เป็นลูกเลี้ยงของตระกูลหยางตั้งแต่เด็ก ตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นแซ่หยาง
3. มาจากชนกลุ่มน้อย/ตระกูลอื่นเปลี่ยนมาใช้แซ่หยาง ตั้งแต่ยุคซีจิ้นจนถึงปลายราชวงศ์ถาง คนตระกูลหยางมีการอพยพครั้งใหญ่อย่างน้อยสามครั้งเข้าสู่ฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) และในช่วงนั้น เกิดความไม่สงบในตงง้วน ทำให้ตระกูลอื่นอย่างน้อย 13 ตระกูลเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่หยาง เพื่อความปลอดภัยของตระกูลตน ส่วนชนกลุ่มน้อยที่หันมาใช่แซ่หยางก็มีชนชาติไบ๋ ชนชาติหม่านชิง (แมนจู) ชนชาติน่าซี ชนชาติหุย และชนชาติแม้ว เป็นต้น
4. มาจากคนแซ่หยาง (扬) หยางที่ออกเสียงในภาษาจีนเหมือนกัน แต่แปลว่าสดุดี สรรเสริญ ส่วนแซ่หยางที่เรากำลังกล่าวนี้นี้ ในภาษาจีนเขียนว่า 杨 (สังเกตด้านขวาจะเขียนต่างกัน)
การอพยพของคนแซ่หยางสู่ต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่จะอพยพในช่วงราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เจิ้งเหอนำกองเรือสู่ทะเล โดยชาวจีนในแถบเจ้อเจียง ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง ซึ่งเป็นหัวเมืองชาวฝั่งทะเลได้อพยพสู่แผนดินตอนใต้สู่ประเทศไทย มาเลเซีย (ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐซาบาห์) ฟิลิปปินส์ อินโนนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา ศรีลังกา จะสังเกตว่า ล้วนแต่เป็นประเทศที่เจิ้งเหอแล่นกองเรือผ่านทั้งนั้น หลังจากนั้น ชาวตระกูลหยางมีการอพยพครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อภายหลังเกิดสงครามฝิ่น โดยครั้งนี้ส่วนใหญ่จะอพยพไปสู่ยุโรปและอเมริกา
คนแซ่หยางในประเทศไทย
สำหรับคนแซ่หยางในประเทศไทย ดังที่ได้กล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่จะอพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือสมัยราชวงศ์หมิง หลังจากนั้น น่าจะเข้ามาอีกระลอกในสมัยปลายราชวงศ์ชิง (กรุงรัตนโกสินทร์ฯ) ดังนั้น คนที่เข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีฯนั้น ปัจจุบันคงเหลือน้อยคนที่จะรู้จักแซ่ของตัวเอง สำหรับคนที่อพยพมาทีหลังนั้น ปัจจุบันส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นนามสกุลกันหมดแล้ว และจะยังคงมีเค้าของแซ่เดิมไว้ตามการออกเสียงในภาษาของตน หรืออาจเพี้ยนไปตามความหมายในภาษาไทย นามสกุลของคนแซ่หยางส่วนใหญ่จะมาในลักษณะเช่น
ใช้ ยัง นำหน้า เช่น ยังวานิช ยังวิเศษสุข ยังวะนิชย์ เป็นต้น กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นจีนแคะ
ส่วนคนแต้จิ๋วที่ออกเสียงเอี้ย หรือ เอี๊ย ก็มักจะใช้ตัวอักษร “อ” นำหน้าในนามสกุลของตน เช่น เอี่ยม… เอี่ยว… ซึ่งยังคงมีเค้าเสียงแซ่เดิมอยู่ ส่วนอีกกลุ่มที่คงตัว “อ” แต่เสียงไปคนละทิศคนละทางเลย ก็อย่างเช่น อมร… อนัต… อริยะ…. อุดม… อิทธิ… องอาจ… เป็นต้น
ส่วนคนจีนทางเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวหยุนหนาน ยังมีจำนวนมากที่ใช้แซ่อยู่ เช่น แซ่ย่าง เป็นต้น
Related posts:
- รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลจาง ( 张 แซ่เตีย หรือ แซ่จาง) ตระกูลจาง หรือ แซ่เตีย เป็นตระกูลใหญ่อันดับท็อป 3 ของโลก (ซึ่งตำแหน่งจะขึ้นลงตามการสำรวจประชากรในแต่ละช่วง) ในภาษาจีนกลางออกเสียง “จาง” หรือ...
- รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเล้า (刘 แซ่เล่า หรือ แซ่หลิว) แซ่เล่า (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือแซ่หลิว (刘) ในภาษาจีนกลาง เป็นตระกูลแซ่อันดับ 4 ของจีน และหนึ่งในสิบตระกูลแซ่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และที่สำคัญในประวัติศาสตร์จีนนั้น...
- รากเหง้าลูกมังกร- ตระกูลหวัง (王 แซ่หวัง หรือ แซ่เฮ้ง) คนแซ่หวังหรือแซ่เฮ้งตามสำเนียงแต้จิ๋วนั้น การออกเสียงในภาษาจีนกลางสำหรับคนจีนภาคใต้ เช่นคนกวางตุ้ง คนแต้จิ๋ว คนฮกเกี้ยนหรือคนแคะ มักจะออกเสียงสับสนปนเปกับแซ่ฮว๋าง (黄 huang2) ซึ่งเวลาออกเสียงที่ถูกต้องจะต้องออกเสียงลักษณะมีตัว ฮ...
- รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลอึ้ง (黄 แซ่หวัง หรือ แซ่ว่อง) แซ่อึ้ง แซ่อึ๊ง แซ่หวัง หรือในภาษาจีนคือ 黄 (huáng)หมายถึงสีเหลือง เป็นตระกูลที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ในจีนแผ่นดินใหญ่ และคิดเป็นจำนวนประชากรของจีนทั้งประเทศถึง...
- รากเหง้าลูกมังกร-ตระกูลหลี่ (李 หรือ แซ่ลี้) ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่มีประชากรแซ่เดียวกันมากที่สุดในโลก และมีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน จากการสำรวจสำมะโนครัวในปี 2007 โดยมีจำนวนประชากรเกิน 1,000 ล้านคน หรือเท่ากับ...
- รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลเหมิง (蒙 แซ่ม่ง หรือ แซ่หมง) ตระกูลเหมิง หรือในภาษาจีนกลาง 蒙 (méng) เป็นตระกูลแซ่ที่ต้องจัดว่าเล็กมาก ในประเทศจีนก็กระจุกอยู่ในบางมณฑล อย่างเช่น มณฑลกว่างซี (广西) หรือกวางสี...
- รากเหง้าลูกมังกร-ตระกูลเฉิน (陈 หรือ แซ่ตั้ง) ไม่ทราบว่าเหล่าลูกหลานจีนทั้งหลาย ยังพอจำแซ่ตระกูลดั้งเดิมของตัวเองได้หรือไม่ (หรือว่าเหลือแต่นามสกุลโดยทิ้งแซ่ไปแล้ว) ถ้าหากใครยังพอจำได้ ช่วยบอกกล่าวกันหน่อย ถ้าได้เป็นภาพษาจีนจะดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ จะบอกเป็นจีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง...
- รากเหง้าลูกมังกร – ถิ่นกำเนิดตระกูลแซ่สำคัญ (中华姓氏发源地) แม้ว่าคนจีนจะมีสกุลแซ่ของตนเองมาหลายพันปีแล้วก็ตาม และด้วยจำนวนของประชากรอันมหาศาล คนที่ใช้แซ่เดียวกันในแต่ละถิ่นจึงมีซ้ำกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยนิยายปรัมปรา แม้ว่าจะมีหลากหลายเวอร์ชั่น หลากหลายแนวคิด แต่มีข้อสรุปตรงกันขึ้น คนจีนทั้งหลายมีรากเหง้ามาจากจุดเดียวกัน ดังนั้น หากว่ากันตามแนวคิดนี้...
- คนจีนในแผ่นดินสยาม (泰国华人家族) แม้ว่าคนจีนจะมีการอพยพเข้ามาแผ่นดินไทยมาช้านาน จากหลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์ของจีนสามารถย้อนหลังไปถึงยุคสุโขทัย แต่การอพยพของคนจีนเริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในปลายยุคกรุงศรีอยุธยาถึงต้นยุคกรุงรัตนโกสินทร์ และคนจีนที่เข้ามาในยุคนี้ส่วนใหญ่จะมาจากมณฑลฝูเจี้ยน (福建)หรือฮกเกี้ยน การอพยพเข้ามาในแผ่นดินไทยยุคนี้จะแตกต่างจากยุคต้นรัตนโกสินทร์ กล่าวคือ คนจีนในยุคกรุงศรีอยธยาส่วนใหญ่จะเข้ามาเพื่อทำการค้าที่มาพร้อมเรือสำเภา ไม่ได้มาเพราะหนีความยากจน ความอดอยากเหมือนในยุครัตนโกสินทร์...








































